ข้าวเย็นใต้ ประโยชน์ดีๆ สรรพคุณเด่นๆและข้อมูลงานวิจัย

ข้าวเย็นใต้

 

ชื่อสมุนไพร  ข้าวเย็นใต้
ชื่ออื่นๆ/ชื่อท้องถิ่น  ยาหัวข้อ (ภาคเหนือ) , หัวยาจีนปักษ์ใต้ (ภาคใต้) , ยาหัว , ข้าวเย็นโคกขาว (ภาคอีสาน) , ถู่ฝูหลิง , ควางเถียวป่าเชี่ย (จีน)
ชื่อวิทยาศาสตร์  Smilax glabra Roxb.
ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์   Smilax qrasa Roxb.
วงศ์  SMILACACEAE

 

ถิ่นกำเนิด ข้าวเย็นใต้ 

ข้าวเย็นใต้เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน แล้วต่อมามีการแพร่กระจายพันธุ์ไปยังเขตหนาวใกล้เคียง ส่วนในประเทศไทยไม่มีรายงานว่าพบได้ในภาคใดของประเทศและยังไม่สามารถปลูกได้ เนื่องจากสภาพภูมิอากาศไม่เอื้ออำนวย สำหรับการนำมาใข้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนั้นจะเป็นการนำเข้ามาจากประเทศจีนทั้งหมด

ประโยชน์และสรรพคุณ ข้าวเย็นใต้

ข้าวเย็นใต้ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องยาของจีนและไทย มาตั้งแต่ในอดีต โดยเฉพาะเครื่องยาไทยจะมีการนำมาเข้ากันกับข้าวเย็นเหนือ เป็นเครื่องยาชื่อ “ข้าวเย็นทั้งสอง“ ซึ่งมีสรรพคุณทางยามากมาย แต่หากนำข้าวเย็นใต้มาใช้เป็นสมุนไพรเดี่ยวๆ ก็จะมีสรรพคุณทางยาตามตำรายาต่างๆดังนี้ ซึ้งในตำรายาไทยระบุถึงสรรพคุณไว้ว่า ใช้แก้มะเร็ง แก้เส้นพิการ แก้ไอ แก้ประดง แก้ไข้ตัวร้อน แก้น้ำเหลืองเสีย แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้เบาหวาน ฆ่าเชื้อหนอง แก้กามโรค ดับพิษในกระดูก แก้ปัสสาวะพิการ แก้อักเสบในร่างกาย ฝีแผลเน่าเปื่อยพุพอง ทำให้แผลฝียุบแห้ง แก้เม็ดผื่นคัน แก้เคล็ดขับยอก  ตำรายาพื้นบ้าน ใช้แก้มะเร็ง บำรุงเลือด ลดปวด ในหญิงหลังคลอดบุตร ส่วนในตำรายาจีนระบุว่า ข้าวเย็นใต้มีรสหวาน ชุ่มชื่นสมดุล แสดงฤทธิ์ผ่านตับและกระเพาะอาหาร มีสรรพคุณขับไล่ความเย็น ระงับพิษช่วยให้ข้อเข่าทำงานเป็นปกติ ใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการไข้ เนื่องจากความเย็นชื้น ปวดข้อเข่า มีน้ำมูกไหล อาการปวดบวม เป็นฝีหนองบวมอาการบวมของต่อมน้ำเหลืองที่บริเวณลำคอ อาการเป็นหิดคัน โรคซิฟิลิส อาการพิษจากปรอท อาการหดเกร็งของแขนและขา ปวดข้อและเอ็น

ลักษณะทั่วไป ข้าวเย็นใต้

ข้าวเย็นใต้จัดเป็นเถาไม้เลื้อย มีเหง้าหรือหัวอยู่ใต้ดินส่วน ลำต้นหรือเถามีสีน้ำตาลแก่ ส่วนเหง้าใต้ดินมีลักษณะเป็นก้อน รูปร่างไม่แน่นอน ผิวเป็นหลุมลึกๆหรืออาจไม่เรียบ โดยจะพบก้อนแข็งนูน แยกออกมาจากเหง้าคล้ายแขนงสั้น ๆ โดยเหง้าจะมีความกว้างประมาณ 2-5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 5-20 เซนติเมตร ผิวของเหง้าเป็นสีน้ำตาลออกเหลืองหรือสีน้ำตาลเทา และอาจพบรอยแยกแตกเป็นร่อง ๆ บนผิวเปลือก สำหรับเนื้อในเหง้าเป็นสีขาวอมเหลือง มีรสมันกร่อยออกหวานเล็กน้อย  ใบเป็นใบเดี่ยวออกแบบเรียงสลับ โคนใบมนปลายในแหลม ใบกว้าง 2.5-5 เซนติเมตร ยาวประมาร 5-15 เซนติเมตร ใบมีขนาดบางด้านหน้าใบ ผิวมันมีเส้นตามความยาวของใบ 3 เส้น ที่สามารถมองเห็นได้ชัด ส่วนหลังใบมีสีอ่อนกว่าด้านหน้าและมีผลเหมือนแห้งสีขาว ส่วนก้านใบมีขนาดสั้น ยาวประมาณ 9-15 มิลลิเมตร ดอกออกเป็นช่อตามง่ามใบ ซึ่งในแต่ละช่อจะมีดอกย่อยมากถึง 20 ดอก โดยดอกย่อยมีสีเหลืองอมเขียวขนาดเล็ก ในดอกย่อยแต่ละดอกจะมีกลีบดอก 6 กลีบ ขนาดประมาณ 2.5-3 มิลลิเมตร และมีก้านดอกยาว 4-15 มิลลิเมตร ผลเป็นแบบผลสด รูปทรงกลม มีสีเขียวและเมื่อผลแก่จะกลายเป็นสีแดงออกดำ ซึ่งผลจะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 6-7 มิลลิเมตร

การขยายพันธุ์ ข้าวเย็นใต้

ข้าวเย็นใต้เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดและมีการปลูกขยายพันธุ์ในประเทศจีนและเขตหนาวใกล้เคียง ซึ่งในประเทศไทยยังไม่สามารถขยายพันธุ์ได้ แต่สำหรับวิธีการขยายพันธุ์นั้น สามารถขยายพันธุ์ได้โดยการแยกเหง้าปลูก ซึ่งมีวิธีการเช่นเดียวกันกับข้าวเย็นเหนือ (ที่ได้กล่าวมาแล้วในบทความ ข้าวเย็นเหนือ) โดยสามารถเข้าไปอ่านได้ในบทความ “ข้าวเย็นเหนือ”

องค์ประกอบทางเคมี

มีผลการศึกษาวิจัยองค์ประกอบทางเคมีของเครื่องยาข้าวเย็นใต้ที่ได้จากเหง้าของข้าวเย็นใต้ พบว่า พบสารสำคัญต่างๆ เช่น Diosgennin,Smilacin, Dioscoralide B , Saponin, Smilax, Rosmarinic acid , Tanin  และ  Parillin เป็นต้น

                                                                                  

 

ที่มา : Wikipedia

รูปแบบและขนาดวิธีใช้

·         ใช้แก้มะเร็ง เส้นเอ็นพิการ แก้ประดง แก้กามโรค ร้อนในกระหายน้ำ แก้น้ำเหลืองเสีย ช่วยขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ แก้ปวดในหญิงหลังคลอด แก้อักเสบ ดับพิษในกระดูก โดยใช้เหง้าแห้งต้มกับน้ำดื่ม

·         ใช้บำรุงเลือด บำรุงกำลัง บำรุงร่างกาย โดยใช้เหง้าแห้งบดละเอียดผสมกับส้มโมงแล้วนำไปต้มจนน้ำแห้ง นำตะกอนที่เหลือมาผสมกับน้ำผึ้งปั้นกินวันละ 1 เม็ด

·         ใช้แก้ไอ โดยใช้หัวข้าวเย็นใต้และหัวข้าวเย็นเหนือ อย่างละ 5 บาท นำมาต้มในหม้อดิน เติมเกลือทะเลเล็กน้อย ใช้ดื่มวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น

·         ใช้แก้ฝีทุกชนิด โดยใช้หัวข้าวเย็นใต้, หัวข้าวเย็นเหนือ, กำมะถันเหลือง,  ขันทองพยาบาท, หัวต้นหนอนตายยาก ,กระดูกควายเผือก หนักอย่างละ 20 บาท เหง้าสับปะรดหนัก 10 บาท, กระดูกม้า 4 บาท, ต้นพริกขี้หนูรวมราก 1 ต้น, และผิวไม้รวก 3 กำมือ นำมาต้มกับน้ำในหม้อดิน ใช้ดื่มหลังอาหารครั้งละ 1 ถ้วยชา วันละ 3 เวลา   ส่วนในการใช้ตามสรรพคุณของแพทย์แผนจีนให้ใบในขนาด 15-60 กรัม

การศึกษาทางเภสัชวิทยา 

ฤทธิ์ต้านมะเร็ง มีผลการศึกษาฤทธิ์ต้านมะเร็งในเหง้าข้าวเย็นใต้พบว่า สารสกัดของหัวข้าวเย็นใต้ มีความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งหลายชนิด โดยเฉพาะมะเร็งปอด และมะเร็งเต้านม ซึ่งมีฤทธิ์โดดเด่นและมีประสิทธิภาพดีที่สุด รองลงมาคือเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากและเซลล์มะเร็งตับ

ฤทธิ์ต้านเชื้อ  HIV มีผลการศึกษาวิจัยถึงฤทธิ์ต้านเชื้อ HIV พบว่า สารสกัดของหัวข้าวเย็นใต้มีฤทธิ์ต้านเอนไซม์ HIV-1 protease ซึ่งจากการศึกษาวิจัยจึงมีการแนะนำให้ใช้ข้าวเย็นเหนือและข้าวเย็นใต้คู่กันในการต้านHIV เพราะ สารสกัดของหัวข้าวเย็นเหนือมีฤทธิ์ต้านเอนไซม์ HIV-1 integrase ซึ่งหากใช้คู่กันจะได้ผลมากกว่าการใช้เพียงตัวเดียว

นอกจากนี้ยังมีผลการศึกษาวิจัยถึงฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของข้าวเย็นใต้อีกหลายฉบับ โดยระบุว่ามีฤทธิ์ต่างๆ เช่นฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย ฤทธิ์ต้านการอักเสบ ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์เพิ่มภูมิต้านทาน และฤทธิ์ห้ามเลือด เป็นต้น

การศึกษาทางพิษวิทยา

ไม่มีข้อมูล

 

ข้อแนะนำและข้อควรระวัง

ในการใช้ข้าวเย็นใต้สมุนไพรในการบำบัดรักษาโรคต่างๆนั้น ควรระมัดระวังในการใช้เช่นเดียวกันกับการใช้สมุนไพรชนิดอื่นๆ โดยควรใช้ในปริมาณที่พอดี ที่กำหนดไว้ในตำรายาต่างๆ ไม่ควรใช้ในปริมาณที่มากจนเกินไปหรือใช้ต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานาน เพราะอาจส่งผลต่อสุขภาพได้ สำหรับเด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้ป่วยโรคเรื้องรัง รวมถึงผู้ที่ต้องรับประทานยาต่อเนื่องเป็นประจำก่อนจะใช้ข้าวเย็นเป็นสมุนไพรในการบำบัดรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้เสมอ

 

เอกสารอ้างอิง

1.      หนังสือสารานุกรมสมุนไพรไทย-จีน ที่ใช้บ่อยในประเทศไทย.  “ข้าวเย็นใต้”.  (วิทยา บุญวรพัฒน์).  หน้า 130.

2.      ข้าวเย็นเหนือ ข้าวเย็นใต้ สรรพคุณไม่ธรรมดา .คอลัมน์ รอยโลกวิจัย.เอกสารข่าวสารงานวิจัยและพัฒนา รัฐสภาปีที่16.ฉบับที่184 ธันวาคม 2560.หน้า 32-35

3.      ทวีศักดิ์ สุนทรธนศาสตร์ .ข้าวเย็นใต้.สมุนไพรในเภสัชตำรับของสาธารณรัฐประชาชนจีน.วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หน้า 41-42

4.      วุฒิ วุฒิธรรมเวช.2540.เภสัชกรรมไทยสมุนไพรฉบับปรับปรุงใหม่.พิมพ์ครั้งที่2.สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์.กรุงเทพฯ.

5.      เพ็ญนภา ทรัพย์เจริญและนิจศิริ เรืองรังสี .2545.สมุนไพรในอุทยานแห่งชาติภาคกลาง.องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์.กรุงเทพฯ.

6.      ข้าวเย็น.ฐานข้อมูลเครื่องยาคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี(ออนไลน์)เข้าถึงได้จากhttp://www.thaicrudedrug.com/main.php?action=viewpage&pid=36