หญ้าดอกขาว ประโยชน์ดีๆ สรรพคุณเด่นๆและข้อมูลงานวิจัย

หญ้าดอกขาว

ชื่อสมุนไพร หญ้าดอกขาว
ชื่ออื่นๆ/ชื่อท้องถิ่น หญ้าละออง , หญ้าหมอน้อย (ภาคกลาง,กรุงเทพฯ) , หญ้าสามวัน (ภาคเหนือ,เชียงใหม่),ถั่วแฮะดิน,ฝรั่งโคก(เลย) , หนาดหนา (ชัยภูมิ),เสือสามขา (ตราด) ,ก้านธูป (จันทบุรี) , หญ้าหนวดแป้ง , ฉัตรพระอินทร์,หญ้าเนียมช้าง, ม่านสวรรค์ (ทั่วไป),เซียหั่งเช่า (จีนแต้จิ๋ว) , ซางห่างฉ่าง (จีนกลาง)
ชื่อวิทยาศาสตร์   Vernonia cinerea (L.) Less.
ชื่อสามัญ  Ash-coloured fleabane, Ash-coloured ironweed, Little ironweed,  Purple fleabane
วงศ์  ASTERACEAE - COMPOSITAE

ถิ่นกำเนิดหญ้าดอกขาว

หญ้าดอกขาวจัดเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิด ในเขตร้อนที่พบได้ทั่วไปในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงเขตร้อนต่างๆ ของโลก (แต่มักจะพบมากในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) หญ้าดอกขาวเป็นพรรณไม้กลางแจ้งที่สามารถเจริญเติบโตได้ตลอดทั้งปี ชอบน้ำและความชื้นปานกลาง มักพบได้ทั่วไปตามที่รกร้างกลางทุ่งนา ชายป่าหรือตามข้างถนน สำหรับในประเทศไทยสามารถพบได้ทั่วทุกภาคของประเทศ และถือเป็นวัชพืชชนิดหนึ่งในทางการเกษตร

ลักษณะทั่วไปหญ้าดอกขาว

หญ้าดอกขาวจัดเป็นพรรณไม้ล้มลุกขนาดเล็ก มีอายุได้ประมาณ 1-5 ปี มีความสูงของต้นประมาณ 15-80 เซนติเมตร ลำต้นตั้งตรงแตกกิ่งก้านน้อย กิ่งและก้านเรียว มีลักษณะเป็นร่องและมีขนสีเทาขึ้นปกคลุม มีลายเส้นนูนขึ้นตามข้อ ใบออกเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปวงรีแคบ รูปไข่ รูปคล้ายซ้อนแคบ รูปใบหอกหรือรูปแถบ ใบบริเวณโคนต้นขนาดใหญ่กว่าที่ปลายยอด ใบที่โคนต้นกว้าง 1.5-3.5 ซม.ยาว 3-8.5ซม. ใบที่บริเวณปลายยอดกว้าง 3-15 มม.ยาว 1-7 ซม. ปลายใบมนหรือแหลม โคนใบมนหรือแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อย ดอกออกเป็นช่อกระจุกแน่นบริเวณปลายยอด ช่อหนึ่งมีดอกย่อยประมาณ 20 ดอก ดอกออกรวมกันเป็นช่อแยกแขนง รูปคล้ายช่อเชิงหลั่น กว้างประมาณ 5-15 เซนติเมตร และยาวประมาณ 5-35 เซนติเมตร มีใบประดับลักษณะเป็นรูปคล้ายระฆัง 4 ชั้น ดอกย่อยมีขนาดเล็ก ลักษณะของดอกย่อยเป็นหลอดยาวประมาณ 7 มิลลิเมตร และกว้างประมาณ 3 มิลลิเมตร ดอกเป็นสีม่วงอ่อนอมสีแดง สีม่วง หรือสีชมพู เมื่อดอกบานเต็มที่สีดอกจะจางลง พอกดอกแก่จะเปลี่ยนเป็นสีขาว เมื่อดอกร่วงโรยแล้วจะเห็นผลเป็นรูปทรงกระบอก  ผลเป็นผลชนิดแห้งมีเมล็ดเดียว รูปทรงกระบอกแคบ สีน้ำตาลเข้มเปลือกแข็งยาว 1.5-2 มม.หนาน้อยกว่า 0.5มม.

การขยายพันธุ์หญ้าดอกขาว

หญ้าดอกขาวสามารถขยายพันธุ์ได้โดยการใช้เมล็ด ซึ่งในธรรมชาติหญ้าดอกขาวอาศัยลมเป็นตัวช่วยการช่วยพัดเมล็ดแก่ที่มีพู่อยู่ด้านบนให้ปลิวไปตกและเจริญเติบโตในพื้นที่ต่างๆ ในอดีตประเทศไทยไม่มีการเพาะขยายพันธุ์หญ้าดอกขาว เพราะจัดเป็นวัชพืชทางการเกษตร จึงพบเห็นในธรรมชาติทั่วๆไปเท่านั้น แต่ในปัจจุบันหลังจากได้มีการศึกษาวิจัยพบว่าหญ้าดอกขาวสามารถช่วยทำให้เลิกบุหรี่ได้ จึงเริ่มมีการเพาะขยายพันธุ์ในเชิงพาณิชย์กันมากขึ้น

องค์ประกอบทางเคมี

หญ้าดอกขาวประกอบด้วยสารเคมีสําคัญหลายชนิด ส่วนใหญ่เป็นสารในกลุ่มsterols,triyerpenoid,flavonoids และ saponin เช่น องค์ประกอบทางเคมี liiteolin-7-mono- ß – d- glucopyranoside, quercetrin, luteolin และ kaempferol, ß-amyrin, lupeol, ß-sitosterol, stigma sterol, α-spinasterol,

resin ,potassium chloride ,Potassium nitrate, Succinic acid, Lupeol palmitate, Lupeol acetate,

Taraxer, Diosmetin, α-amyrin , Chlorogenic acid, Hirsutidin, Quinic acid, Campesterol,Gallic acid,

Lutin, Cafeic acid, Ferulic acid

 

 

 

 

ที่มา : Wikipedie

สรรพคุณหญ้าดอกขาว 

ในตำรายาไทยได้ระบุถึงสรรพคุณของหญ้าดอกขาวว่า ใช้ลดความดันโลหิต แก้ดีซ่านรักษาหอบหืด ตับอักเสบแก้บิด,แก้หวัด ลดไข้ แก้ปวดข้อ แก้ท้องเสีย ขับปัสสาวะ รักษานิ่ว แก้ไอ แก้ปวดท้อง แก้ผื่นคัน , กลากเกลื้อน , ใช้ขับพยาธิ และได้มีการรวบรวมข้อมูลจากตำรายาจากหลายพื้นที่จนสามารถสรุปถึงส่วนต่างๆของหญ้าดอกขาวที่มีสรรพคุณทางยาได้ดังนี้

  • ราก แก้บวมน้ำ ขับพยาธิ ขับปัสสาวะ แก้ซางตะกั่ว แก้ท้องผูกลำต้น แก้ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้นมคัด แก้บวม ดูดหนอง
  •  ใบ พอกแผล ถอนพิษ แก้อักเสบ ลดบวม แก้ตาแดง ตาแฉะ ตาฟาง แก้หืดแก้ ท้องอืดท้องเฟ้อ รักษาสะเก็ดเงิน แก้ บิด แก้ กลากเกลื้อน รักษาหลอดลมอักเสบ แก้ไข้ แก้ระดูขาว รักษามาลาเรีย
  • ส่วนเหนือดิน ลดความดันโลหิต รักษาข้ออักเสบ รักษาตับอักเสบ รักษาโรคหอบ แก้ไข้รักษาปอดอักเสบดอก แก้ไข้ แก้เยื่อบุตาอักเสบ รักษาโรคข้อรูมาตอยด์
  • เมล็ด ขับพยาธิ บำรุงธาตุ แก้ปวดท้อง ท้องอืด แก้ปัสสาวะขัด แก้ไอ รักษาโรคผิวหนังด่างขาว แก้โรคผิวหนังเรื้อรัง แก้พิษ
  • ทั้งต้น แก้ไข้ รักษาตับอักเสบ ลดความดันโลหิต รักษาโรคหอบ แก้ท้องเสียรักษาแผลบวมอักเสบ มีหนอง ช่วยให้คลอดง่าย ทำให้ไม่อยากบุหรี่รักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศในผู้ชาย

นอกจากนี้การแพทย์โบราณและการแพทย์พื้นบ้านในหลาย ๆ ประเทศ ก็มีการใช้หญ้าดอกขาวเพื่อบรรเทาโรคและอาการต่าง ๆ จำนวนมาก เช่น โดยในกัมพูชาจะใช้สมุนไพรชนิดนี้เป็นยาลดไข้ในผู้ป่วยโรคมาลาเรีย ส่วนอินเดียจะใช้น้ำคั้นจากหญ้าดอกขาวเพื่อบรรเทาอาการปัสสาวะขัดในเด็ก บรรเทาอาการไอ ส่วนเมล็ดใช้ถ่ายพยาธิตัวกลม พยาธิเส้นด้าย เป็นต้น  และในทางการแพทย์แผนปัจจุบันได้มีการศึกษาวิจัยหญ้าดอกขาวพบว่า หญ้าดอกขาว มีสาร Sodium nitrate ที่มีสรรพคุณทำให้ชาลิ้นหรือลิ้นฝาด ไม่รับรู้รสชาติ ทำให้ไม่รู้สึกอยากสูบบุหรี่ รู้สึกเหม็นกลิ่นบุหรี่ เมื่อสูบบุหรี่แล้วรู้สึกอยากอาเจียน ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก ในการช่วยผู้ที่อยากเลิกบุหรี่โดยใช้วิธีและผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ

รูปแบบ/ขนาดวิธีใช้

รักษาไข้หวัด (มีไข้ ไอ ซึม) ใช้ต้นสด 2 ต้น ต้มกับน้ำ 1 ถ้วย นาน 10-15 นาที กินวันละ 3 เวลาก่อนอาหาร แก้ฝี ใช้ต้นสดตำพอกบริเวณที่เป็น  แก้ฟกช้ำ ให้นำหญ้าดอกขาว ทั้ง 5 (ราก ลำต้น ใบ ดอก ผล) ฝาง บัวบก ยาหัว เถาไม้กระเบื้องต้น (แก้มขาว) ต้มรับประทานน้ำ แก้เหน็บชา แขนขาไม่มีแรง ใช้หญ้าดอกขาวทั้ง 5 กิ่งก้านใบทองพันชั่ง ต้มรับประทานน้ำ แก้ลมอักเสบ ลำคอมีเสมหะมาก ให้ใช้หญ้าดอกขาวทั้ง 5 มาต้มกิน  รักษาแผลเบาหวาน แก้ปวดข้อ/ปวดเข่า นำหญ้าดอกขาวทั้งต้น และราก 1-2 กำมือ ต้มกับน้ำ 6-8 แก้ว เมื่อยาเดือด ปล่อยให้เดือดกรุ่นไปสัก 5-10 นาที จะได้น้ำยาสีเหลืองแบบชาใช้ดื่มต่างน้ำ หรือจะตากแห้งต้ม หรือชงกินต่างน้ำก็ได้  ยาแก้ผ้ำ (การติดเชื้อมีหนองในเนื้อเยื่อลึก ๆ คล้ายฝีแต่ไม่ใช่ฝี) ใช้หญ้าดอกขาว ต้มเอาไอ รมแผลบริเวณที่เป็น โดยใช้รมวันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 3 วัน หม้อเดิมทั้ง 3 วัน  เป็นยาแก้พิษ ด้วยการใช้เมล็ดแห้ง 2-4 กรัม นำมาป่นให้ละเอียด ใช้ชงกับน้ำร้อนกิน  ใช้ทั้งต้น 1 กำมือ นำมาต้มกับน้ำ 4 ถ้วย ใช้ดื่มต่างน้ำชาเป็นยาบำรุงเลือด แก้ตกเลือด  ช่วยบำรุงกำลัง  เมล็ดนำมาป่นให้ละเอียดใช้ชงกับน้ำร้อนกินเป็นยาแก้ไอ ไอเรื้อรัง (เมล็ด) หรือจะใช้รากนำมานำมาต้มเอาน้ำกิน ถ้าเป็นรากสดใช้ 30-60 กรัม ถ้าเป็นรากแห้งใช้ 15-30 กรัม  ใช้เป็นยาขับพยาธิ และขับปัสสาวะ ด้วยการใช้รากสด 30-60 กรัม (แห้งใช้ 15-30 กรัม) นำมาต้มเอาน้ำกิน หรือใช้เมล็ดแห้งประมาณ 2-4 กรัม นำมาป่นให้ละเอียดใช้ชงกับน้ำร้อนกิน  ใช้ลดอาการอยากบุหรี่ ด้วยการใช้หญ้าดอกขาวทั้งต้นประมาณ 2-3 ต้น ใส่น้ำพอท่วมยา ต้มเดือด 10 นาที ใช้กินบ่อย ๆ หรือจะใช้ยาชงจากผงหญ้าดอกขาวรับประทานครั้งละ 2 กรัม ชงน้ำร้อนประมาณ 120-200 มิลลิลิตร หลังอาหาร วันละ 3-4 ครั้ง

การศึกษาทางเภสัชวิทยา

พบว่ามีการรายงานการศึกษาถึงฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของหญ้าดอกขาวออกมาหลายการศึกษา โดยฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่มีการศึกษาส่วนใหญ่เป็นการทดลองในสัตว์ทดลองทั้งหมดได้แก่ ฤทธิ์ในการต้านแบคทีเรีย ต้านการเชื้อรา ต้านเชื้อไวรัส ลดปริมาณออกซาเลตในปัสสาวะ แก้ปวด กดประสาทส่วนกลาง ลดความดันโลหิต แก้ปวดท้อง ลดไข้ และลดการอักเสบ ตัวอย่างเช่น

ฤทธิ์ลดไข้  ซึ่งมีงานวิจัยศึกษาคุณสมบัติของหญ้าดอกขาวในด้านนี้ โดยทดลองฉีดสารที่ทำให้หนูมีไข้แล้วให้กินสารสกัดจากหญ้าดอกขาว 250 และ 500 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ผลปรากฏว่าอุณหภูมิในร่างกายของหนูลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนั้น ยังพบว่าสารสกัดจากหญ้าดอกขาวปริมาณ 500 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมมีฤทธิ์ลดไข้คล้ายกับยาพาราเซตามอล

ฤทธิ์ต้านการอักเสบ มีงานวิจัย ที่ทดลองฉีดสารเข้าชั้นผิวหนังบริเวณอุ้งเท้าเพื่อทำให้หนูเกิดอาการข้ออักเสบ จากนั้นให้หนูกินสารสกัดจากดอกของหญ้าดอกขาว 100 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม พบว่าสารสกัดดังกล่าวช่วยลดอาการบวมที่อุ้งเท้าและบรรเทาอาการอักเสบได้ เช่นเดียวกับอีกหนึ่งงานวิจัยที่นำหนูที่มีอาการบวมบริเวณอุ้งเท้ามาศึกษาโดยให้กินสารสกัดจากหญ้าดอกขาว 250 หรือ 500 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ผลปรากฏว่าการอักเสบก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ฤทธิ์รักษานิ่วในทางเดินปัสสาวะ  มีงานวิจัยหนึ่งศึกษาคุณสมบัติของหญ้าดอกขาวด้านการรักษานิ่วในทางเดินปัสสาวะ โดยให้หนูที่เป็นนิ่วในทางเดินปัสสาวะกินสารสกัดจากหญ้าดอกขาว 400 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม พบว่าสารสกัดดังกล่าวมีส่วนช่วยขับปัสสาวะ และลดระดับความเข้มข้นของสารที่เป็นส่วนประกอบของนิ่วอย่างแคลเซียม ออกซาเลต และฟอสเฟต

การศึกษาวิจัยประสิทธิผลของหญ้าดอกขาวในการเลิกบุหรี่จากการศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิผลของหญ้าดอกขาวกับยาหลอกในการลดการสูบบุหรี่พบว่าหญ้าดอกขาวสามารถช่วยลดการสูบบุหรี่ลงได้มากกว่ากลุ่มควบคุม และพบว่าสมุนไพรหญ้าดอกขาวในรูปแบบการนำไปเคี่ยวคือกำนำหญ้าดอกขาวแห้ง20กรัม ผสมกับน้ำ 3 แก้วต้มเคี่ยวจนเหลือเพียง 1 แก้วนำมาอมไว้ในปากประมาณ 1 - 2 นาทีแล้วกลืนจากนั้นจึงสูบบุหรี่พบว่ารสชาติของบุหรี่เปลี่ยนไปเรื่อยๆจนทำให้ไม่อยากสูบบุหรี่ในที่สุดและลำจำนวนของมวนบุหรี่ที่ใช้สูบต่อวันได้อย่างรวดเร็วภายใน 1 - 2 สัปดาห์ไม่ว่าจะสูบเบาหรือสูบหนักมาก่อนก็ตาม และจากการวิจัยพบว่าหากใช้ติดต่อกันเป็นเวลา 2 เดือน จะช่วยลดอัตราการสูบบุหรี่ได้ถึง60 % และหากออกกำลังกายร่วมด้วยก็จะช่วยลดอัตราการสูบบุหรี่ลงได้ 62 % และที่สำคัญยังช่วยทำให้คนเลิกบุหรี่ได้สูงถึง 60 - 70 % หากออกกำลังกายร่วมด้วย12 จากการศึกษาการใช้สมุนไพรหญ้าดอกขาวในผู้สูบบุหรี่ 50 รายร่วมกับการออกกำลังกายเป็นเวลา 2 เดือนพบว่าสามารถลดจำนวนการสูบบุหรี่ลงได้มากถึงร้อยละ 62.7 และหากใช้สมุนไพรหญ้าดอกขาวติดต่อ 6 เดือนจะช่วยลดการสูบบุหรี่ได้ถึงร้อยละ 73.3 โดยสารในหญ้าดอกขาวทำให้ประสาทรับรสบริเวณลิ้นเกิดอาการชาไม่รู้สึกอยากบุหรี่รู้สึกเหม็นกลิ่นบุหรี่เมื่อสูบบุหรี่แล้วรู้สึกอยากอาเจียนแต่ก็มีผลข้างเคียงเช่นอาการคอแห้งปากแห้งขณะเดียวกันทีมวิจัยได้ทดสอบหญ้าดอกขาวในรูปแบบสกัดเป็นลูกอมเพื่อให้ง่ายต่อการใช้โดยนำไปเปรียบเทียบกับการรับประทานแบบชาสมุนไพรผลการศึกษาพบว่า การใช้สมุนไพรหญ้าดอกขาวในรูปแบบเม็ดจากสารสกัดแห้งสามารถช่วยทำให้กลุ่มคนสูบบุหรี่เลิกบุหรี่ได้เร็วกว่าสมุนไพรแบบชงชาทั่วไป โดยกลุ่มที่ใช้ลูกอมสมุนไพรสามารถลดปริมาณการสูบบุหรี่ลงร้อยละ 50 ภายใน 3 - 11 วันส่วนกลุ่มที่ใช้ชาสมุนไพรใช้เวลา 8 - 14 วัน

การศึกษาทางพิษวิทยา 

ส่วนการศึกษาด้านความปลอดภัย พบว่าสมุนไพรชนิดนี้มีความปลอดภัยสูง ซึ่งจากการศึกษาด้านพิษวิทยาพบว่าสารสกัดในเมทานอลไม่ทำให้เกิดพิษเฉียบพลันในหนูเมื่อให้ทางปาก โดยมีค่า LD50 สูงกว่า 2,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และเมื่อให้สารสกัดทั้งต้นด้วย 50% เอธานอลฉีดเข้าช่องท้องของหนูถีบจักร โดยใช้ขนาดยาเริ่มต้น 400-500 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมปรับขนาดยาตามอาการทนได้ของสัตว์ทดลอง พบว่าขนาดยาสูงสุดที่ยังไม่เกิดอาการพิษของหญ้าดอกขาวคือ 500 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ซึ่งต่อมามีการศึกษา โดยใช้สารสกัดทั้งต้นด้วยเมทานอลในขนาดสูง 2000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมใส่ในหนูถีบจักร สังเกตอาการถึง 14 วัน ไม่พบความผิดปกติของอาการใดๆและนำมาตรวจชันสูตรซากก็ไม่พบความผิดปกติของตับ ปอด ม้าม และไต

ส่วนสารสกัดอัลกอฮอล์ : น้ำ (1:1) จากทั้งต้น ขนาด 20 มคก./มล. ไม่เป็นพิษต่อเซลล์เพาะเลี้ยง CA-9KB (1)  สารสกัดจากทั้งต้น ฉีดเข้าช่องท้องหนูถีบจักร ขนาดที่ทำให้สัตว์ทดลองตาย 50% เท่ากับ 1.874 ก./กก.

ข้อแนะนำ/ข้อควรระวัง

  1. ในการใช้หญ้าดอกขาวไม่ควรนำต้นสดมารับประทานเพราะจะมีรสเฝื่อนมาก ควรนำมาตากแดดให้แห้งและทำเป็นชาชงน้ำดื่มเพราะการตากแห้งจะทำให้หญ้าดอกขาวมีกลิ่นหอม รสชาติน่ารับประทานและไม่เฝื่อนมากเกินไป
  2. หญิงมีครรภ์ไม่ควรใช้หญ้าดอกขาวเพราะจะทำให้แท้งหรือคลอดบุตรก่อนกำหนดได้
  3. ควรระวังการใช้ในผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคไต และ เนื่องจากยาหญ้าดอกขาวมีโพแทสเซียมสูง จะมีผลทำให้ electrolite ในร่างกายผิดปกติ
  4. ในการใช้หญ้าดอกขาวเพื่อลดความอยากบุหรี่อาจทำให้มีอาการที่ไม่พึงประสงค์ คือ ปากแห้ง คอแห้ง คลื่นไส้ ชาลิ้น รับประทานอาหารไม่อร่อย

 

เอกสารอ้างอิง

  1. พญาวันดี ไตรภพสกุล.รศ.นพ.ฉันชาย  สิทธิพันธุ์.รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการศึกษาเรื่องการศึกษาประสิทธิผลของสมุนไพรหญ้าดอกขาวชนิดแคปซูลในการเลิกบุหรี่ : มิถุนายน 2554.89 หน้า
  2. ศรินทิพย์ หมื่นแสน.สมุนไพรหญ้าดอกขาว ทางเลือกสำหรับลดความอยากบุหรี่.วารสารเพื่อการวิจัยและพัฒนา องค์การเภสัชกรรม.ปีที่24 ฉบับที่ 3. กรกฎาคม-กันยายน 2560 .หน้า 16-20
  3. อรลักษณา แพรัตกุล. องค์ประกอบทางเคมีและฤทธิ์ทางชีวภาพของหมอน้อย และแนวทางการพัฒนาตำรับเพื่อใช้ช่วยเลิกบุหรี่. วารสารการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. 2553; 8(1).
  4. ดวงรัตน์ เชี่ยวชาญวิทย์. สมุนไพรหญ้าดอกขาว ตัวช่วยสิงห์อมควัน บอกลาบุหรี่. นิตยสารชีวจิต. 2557; 16(372): 54-55
  5. หญ้าละออง(หญ้าดอกขาว).สมุนไพรที่มีการใช้ในผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์.สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.
  6. นริศรา แย้มทรัพย์. หญ้าดอกขาว อีกทางเลือกหนึ่งของผู้ต้องการเลิกบุหรี่. จุลสารบุหรี่และ สุขภาพ.2541;8(1):15-16.
  7. หนังสือสมุนไพรพื้นบ้านล้านนา.  (ภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล).  “เสือสามขา”.  หน้า 223.
  8. ภาควิชาเภสัชศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล,บรรณาธิการ.สมุนไพรพื้นบ้าน (5).กรุงเทพมหานคร: บริษัทประชาชน จํากัด.2543.หน้า 72-74.
  9. ประกาศคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ. บัญชียาหลักแห่งชาติ. 2559; (2): 277
  10. หญ้าดอกขาว สมุนไพรพื้นบ้านกับคุณสมบัติต้านโรค.พบแพทย์ดอทคอม (ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.pobpad.com
  11. หนังสือสารานุกรมสมุนไพรไทย-จีน ที่ใช้บ่อยในประเทศไทย.  (วิทยา บุญวรพัฒน์).  “หญ้าหมอน้อย”.  หน้า 604.
  12. Iwalewa EO, Iwalewa OJ, Adeboye JO. Analgesic, antipyretic, anti-inflammatory effects of methanol, chloroform and ether extracts of Vernonia cinerea less leaf. Journal of Ethnopharmacology 2003;86(2-3):229-34.
  13. Chea A, Hout S, Long C, Marcourt L, Faure R, Azas N, et al. Antimalarial activity of sesquiterpene lactones from Vernonia cinerea. Chemical and Pharmaceutical Bulletin 2006;54(10):1437-9.
  14. Lin K. Ethnobotanical study of medicine plants used by the Jah Hut people in Malasia. Indian J med Sci2005;59:156-61.
  15. Shukla,Y.N.,Mamta,T.Some chemical constituents from Vernonia cinerea. Indian drugs 1995;32(3):132-3.
  16. L.Yoga Latha,I.Darah ,K.Jain. Toxicity study of Vernonia cinerea . Pharmaceutical Biology 2010;48(1):101-104.
  17. Husian,A.,Virmani,O.P..Popli,S.P.,Misra,L.N.,Gupta,M.M.,Abraham,Z. and Singh,A.K.Dictionary of Indian Medical Plants.Lucknow,1992:486.
  18. Iwalewa,E.O., Iwalewa,O.J.,Adeboye,J.O. Analgesic,pyretic,anti-inflammatory effects of methanol,choloform and ether extract of Vernonia cinerea less leaf. J of Ethnopharmacology 2003;86:229-34.
  19. Jeffrey,B.,Harborne,F.R. Photochemical dictionary.2nd ed.UK.Taylor&Francis Ltd,1999.
  20. Iwalewa EO, Iwalewa OJ, Adeboye JO. Analgesic, antipyretic, anti-inflammatory effects of methanol, chloroform and ether extracts of Vernonia cinerea less leaf. Journal of Ethnopharmacology 2003;86(2-3):229-34.
  21. Dhar,M.L.,Dhar,M.M.,Dhawan,B.N.,Mehrotra,B.N.,Ray,C. Screening of Indian plants for biological activity: Part I.Indian J Exp Biol 1968;6:232-47.