แอล-ลิวซีน

แอล-ลิวซีน

ชื่อสามัญ  L-Leucine

 

ประเภทและข้อแตกต่าง

แอล-ลิวซีนจัดเป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่เป็นหนึ่งในกรดอะมิโนจำเป็นของร่างกาย มีสูตรโมเลกุลคือ C6H13NO2 มีความเป็นกรด ส่วนภายในโครงสร้างมีหมู่ฟังก์ชัน ซึ่งประกอบด้วยหมู่อะมิโน 1 หมู่ และหมู่คาร์บอกซิลอีก 1 หมู่ โดยจัดอยู่ในกลุ่ม branched-chain amino acid (leucine , isoleucine , valine) คือ กรดอะมิโนที่มีหมู่ 2 เป็นกลุ่มไฮโดรคาร์บอนสายยาวที่เป็นกลาง ไม่มีขั้วและไม่ชอบน้ำ สำหรับประเภทของแอล-ลิวซีนนั้น มีเพียงประเภทเดียว แต่สามารถแยกได้เป็น 2 รูปแบบ คือ แอล-ลิวซีนในรูปแบบที่มีอยู่ในแหล่งอาหารตามธรรมชาติ ส่วนอีกรูปแบบหนึ่งคือ รูปแบบของแอล-ลิวซีนที่มีการสังเคราะห์/สกัดออกมาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่วางขายกันอยู่ในปัจจุบัน ทั้งในรูปแบบของ แอล-ลิวซีน เพียงชนิดเดียว และ BBCA ((leucine , isoleucine และ valine)

แหล่งที่พบและแหล่งที่มา 

แอล-ลิวซีนจัดเป็นกรดอะมิโนที่จำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องได้รับจากการรับประทานอาหารที่เป็นแหล่งของ แอล-ลิวซีน เท่านั้น โดยอาหารที่เป็นแหล่งของแอล-ลิวซีน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ต่างๆ เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อ ปลา นม ไข่ พืชตระกูลถั่ว เช่น ถั่วเหลือง และโปรตีนจากถั่วเหลือง ถั่วลิสง จมูกข้าวสาลี อัลมอนด์ ข้าวโอ๊ต ข้าวกล้อง ถั่วเขียวต้ม ข้าวโพดเหลือง ข้าว น้ำตาล เป็นต้น

ตารางแสดงชนิดอาหารและปริมาณของ Leucine

ชนิดอาหาร (100 กรัม)

ปริมาณ Leucine (มิลลิกรัม)

ถั่วลิสง

รำข้าว

ข้าวโพด

ข้าวกล้อง

โปรตีนถั่วเหลือง

อัลมอนต์

1.67

1.571

0.348

0.191

4.917

1.488

            นอกจากนี้ในปัจจุบันยังมีการสังเคราะห์/สกัด แอล-ลิวซีน ให้อยู่ในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อให้เกิดความสะดวกในการรับประทานและเพื่อให้ร่างกายได้รับ แอล-ลิวซีนอย่างเพียงพอ โดยไม่ต้องกังวลกับชนิดและปริมาณของอาหารที่ต้องรับประทาน

ปริมาณที่ควรได้รับ

สำหรับปริมาณของ แอล-ลิวซีน ที่ร่างกายควรได้รับใน 1 วัน นั้น ยังไม่เป็นที่แน่นอน เนื่องจากมีตัวแปรหลายอย่างที่ขึ้นอยู่กับอายุ เพศ สภาพร่างกาย รวมถึงสภาวะการใช้พลังงานของร่างกายในแต่ละวัน แต่เชื่อกันว่าหากร่างกายได้รับอาหารที่เป็นแหล่งของแอล-ลิวซีน ทั้งในพืชและในสัตว์ในมื้ออาหารก็เพียงพอแล้วกับความต้องการใน 1 วัน (ซึ่งปริมาณในมื้ออาหารอาจมาก-น้อย แตกต่างกัน) และในปัจจุบันที่มีการสังเคราะห์/สกัด แอล-ลิวซีนในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อให้รับประทานเสริจากมื้ออาหาร ดังนั้นปัจจุบันจึงไม่ค่อยพบภาวการณ์ขาด แอล-ลิวซีนกันมากนัก สำหรับปริมาณที่ควรรับประทาน แอล-ลิวซีนในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้น ซึ่งอ้างอิงตามตารางแนบท้ายประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่องข้อกำหนดการใช้ส่วนประกอบที่สำคัญของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดกรดอะมิโน ลงวันที่ 28 กันยายน 2549 ระบุว่า ปริมาณสูงสุดที่ให้ใช้ตามคำแนะนำให้บริโภค 1 วัน คือ ไม่เกินวันละ 700 มิลลิกรัม

ประโยชน์และโทษ

ประโยชน์ของแอล-ลิวซีนคือ ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดโดยไม่กระตุ้นอินซูลิน ช่วยสมานบาดแผลและกระโกที่ได้รับความเสียหายได้เร็วกว่าปกติ ช่วยลดการสูญสลายของโปรตีนจากกล้ามเนื้อ ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง ช่วยให้เซลล์ประสารทแข็งแรง ช่วยควบคุมความอยากอาหาร นอกจากนี้ยังเป็น 1 ใน 3 กรดอะมิโนที่เรียกว่า Branched chain amino acids (BCAA) ซึ่งประกอบไปด้วย isoleucine และ valine ที่มีหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานในการเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อ และซ่อมแซมกล้ามเนื้ออีกด้วย ส่วนโทษของแอล-ลิวซีนนั้นมีผลการศึกษาวิจัยพบว่าผู้ที่มีภาวะขาด แอล-ลิวซีน จะมีอาการคล้ายคนที่มี ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ วิงเวียนศีรษะ เหนื่อยล้า หรือ อ่อนเพลีย มีอาการปวดหัว สับสน และหงุดหงิดง่าย

การศึกษาวิจัยที่เกี่ยวข้อง มีผลการศึกษาวิจัยในต่างประเทศหลายฉบับระบุถึงคุณสมบัติต่างๆ ของแอล-ลิวซีน เช่น แอล-ลิวซีนเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของอีโมโกลบิน ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของเม็ดเลือดแองที่มีหน้าที่ขนถ่ายออกซิเจนไปยังอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกายและมีการศึกษาทดลอง เรื่อง การควบคุมความอยากอาหารของลิวซีน ซึ่งมีการทดลองในหนูทดลองโดยฉีดลิวซีนให้หนูทดลอง พบว่าหนูลดการกินอาหารลงรวมถึงมีพฤติกรรมการกินที่ลดลงด้วย

ข้อแนะนำและข้อควรปฏิบัติ

กรดอะมิโน แอล-ลิวซีน เป็นกรดอะมิโนที่จำเป็นสำหรับร่างกายที่ต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น ดังนั้นจึงควรรับประทานอาหารที่เป็นแหล่งของแอล-ลิวซีนให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย แต่หากไม่สามารถรับประทานอาหารที่เป็นแหล่งของ แอล-ลิวซีนได้หรือรับประทานได้ไม่เพียงพอก็สามารถ รับประทานแอล-ลิวซีนในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เสริมจากมืออาหารได้ แต่ทั้งนี้ควรระมัดระวังในการรับประทาน โดยควรรับประทานตามฉลากหรือเอกสารกำกับอย่างเคร่งครัด แต่อย่างไรก็ตามก่อนจะเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิดควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทุกครั้ง

 

อ้างอิง แอล-ลิวซีน

  1. ตารางแสดงชนิดและปริมาณกรดอะมิโนในอาหารไทย.สำนักโภชนาการ กรมอนามัย สาธารณสุข.52หน้า
  2. Stipanuk MH.L-eucine and prstein synthesis:m TOR and beyond.Nutr Rev.2007;65:122-129
  3. Sebastian M. Franco,Fernando de C.Tavernari,Ronana C. Maia,Victor R. S. M. Barros,Luiz F. T. Albino, Horacio S. Rostagno, Guilherme R. Lelis,Arele A. Calderano, and Ryan Neil Dilger. Estimation of optiml ratios of digestible phenylalanine+tyrosine,histidine,and leucine to digestiblelysine for performance and breast yield in broilers 2016; 1-9.
  4. ลิวซีน.วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก https://th.wikipedia.org/wiki/ลิวซีน