ลำโพง ประโยชน์ดีๆสรรพคุณเด่นๆ และข้อมูลงานวิจัย

ลำโพง

ชื่อสมุนไพร  ลำโพง
ชื่ออื่นๆ/ชื่อท้องถิ่น  ชนิดดอกสีขาว : ลำโพงขาว (ภาคกลาง) มะเขือบ้า (ภาคเหนือ,ภาคอีสาน) , อังกะละ (สุรินทร์) , เลี๊ยก (เขมร) , ม่านทัวหลัว (จีน) ,ชนิดดอกสีม่วง : ลำโพงกาสลัก (ทั่วไป) , มะเขือบ้าดอกดำ (ภาคเหนือ, ภาคอีสาน)
ชื่อวิทยาศาสตร์   Daturametel Linn. var. metel (ชนิดดอกสีขาว)  Datura metel Linn. var. fastuosa (Bernh.) Danert (ชนิดดอกสีม่วง)
ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์   Daturaalba Rumph.ex Nees (ชนิดดอกสีขาว)  Daturametel Linn. var. fastuosaSafford (ชนิดดอกสีม่วง)
ชื่อสามัญ  Thorn Apple,Green thorn tnorn apple ,  Angel Trumpet , Metel , Apple of peru .
วงศ์  SOLANACEAE

 

ถิ่นกำเนิดลำโพง

ถิ่นกำเนิดดั้งเดิมของลำโพง เชื่อกันว่ามีถิ่นกำเนิดอยู่แถบภูเขาทางภาคตะวันตกของประเทศปากีสถานและประเทศอัฟกานิสถาน แล้วจึงได้แพร่กระจายออกไปในเขตร้อนและกึ่งร้อนทั่วโลก เช่นในทวีปอเมริกาใต้ แอฟริกา รวมถึงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย สำหรับในประเทศไทยสามารถพบได้ทั่วทุกภาคของประเทศโดยมักขึ้นตามบริเวณชายป่าที่รกร้างว่างเปล่า รวมถึงบริเวณข้างทางและข้างแม่น้ำลำคลอง เป็นต้น

ประโยชน์และสรรพคุณลำโพง

ลำโพงถูกนำมาใช้เป็นสมุนไพรบำบัดรักษาโรคมาตั้งแต่ในอดีตแล้ว โดยทุกส่วนจะถูกนำมาใช้เป็นสมุนไพร ซึ่งตามตำรายาไทยได้ระบุถึงสรรพคุณของลำโพงไว้ดังนี้ ราก รสเมาเบื่อหวาน แก้ปวดบวมแก้อักเสบ แก้ไข้พิษ ไข้กาฬ แก้คุ้มคลั่ง ไข้เซื่องซึม  ฝนทาพิษร้อน ดับพิษฝี  ใบ รสขมเมาเบื่อ ตำพอกฝี ทำให้ยุบ แก้สะอึกในไข้พิษไข้กาฬ ยาพอกแก้โรคผิวหนังกลากเกลื้อน แก้แผลเรื้อรัง แก้พิษสัตว์กัดต่อย แก้พิษฝี แก้ปวดแสบบวมที่แผล แก้ปวดบวม อักเสบ ใช้ทาแก้อักเสบเต้านม มีฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อเรียบ แก้อาการปวดเกร็งท้อง และขยายหลอดลม แก้หอบหืด มีฤทธิ์กดสมอง แก้อาเจียนจากเมารถเมาเรือ  ดอก รสเมาเบื่อ แก้หอบหืด แก้ริดสีดวงจมูก โพรงจมูกอักเสบ แก้การตีบตันของหลอดลม เปลือกผล รสเมาเบื่อ แก้กระษัย แก้มะเร็ง คุดทะราด แก้ริดสีดวง  เมล็ด รสเมาเบื่อ บำรุงประสาท แก้ปวดฟัน ปวดกระเพาะ แก้ลมขึ้น เหน็บชา แก้ไข้พิษ แก้กระสับกระส่าย น้ำมันจากเมล็ด รสเมาเบื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อย ขัดยอก  แก้ผื่นคัน กลากเกลื้อน หิดเหา

ลักษณะทั่วไปลำโพง

สำหรับลักษณะทั่วไปของลำโพงดอกขาว และลำโพงดอกสีม่วงนั้นมีจุดสังเกตที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน คือ ต้นลำโพงขาวจะมีต้นสีเขียว ดอกสีขาวส่วนลำโพงดอกสีม่วงจะมีต้นสีแดงเกือบดำ ดอกเป็นชั้นๆสีม่วง ส่วนลักษณะทั่วไปในส่วนอื่นๆก็คล้ายกันดังนี้ 

            ต้นลำโพงจัดเป็นไม้ล้มลุกกึ่งไม้พุ่มอายุหลายปี สูงประมาณ 1-2 เมตร ลำต้นกลมแตกกิ่งก้านเป็นพุ่มคล้ายต้นมะเขือแต่ใหญ่กว่า  ลำต้นเปราะแต่เปลือกต้นเหนียวและกิ่งก้านมีสีเขียวหรือม่วง ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับรูปไข่ โคนใบมนของใบเป็นแบบมีจักห่างๆ ใบเรียบ กว้าง 8-15 เซนติเมตร ยาว 14-22 เซนติเมตร ดอกออกเป็นดอกเดี่ยวบริเวณง่ามใบหรือยอดต้นมีลักษณะทรงกรวยยาวรูปแตรทรัมเปตหรือลำโพงขนาดใหญ่ โคนดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด และมีขนปกคลุมดอกเป็นสีขาวชั้นเดียว หรือสีม่วงกลีบซ้อนแล้วแต่สายพันธุ์ โคนดอกมีกลีบเลี้ยงสีเหลืองอ่อนหรือสีเขียวหุ้มอยู่ สำหรับกลีบดอกจะยาวประมาณ 10-17 เซนติเมตร ส่วนกลีบเลี้ยงดอกยาวประมาณ 4-6 เซนติเมตร โดยดอกลำโพงจะเป็นดอกสมบูรณ์เพศ เกสรตัวผู้ 5 อัน ก้านเกสรติดอยู่ที่ด้านในของหลอดกลีบดอก รังไข่เป็นชนิดอยู่สูง ผลรูปทรงค่อนข้างกลม ผิวเป็นขนคล้ายหนามเป็นตุ่ม เนื้ออ่อนๆอยู่รอบๆ ขนาดของผลประมาณ 3-4 เซนติเมตร เป็นสีเขียวหรือเขียวอมม่วง เมื่อผลแห้งจะแตกออกด้านในมีเมล็ดมีจำนวนมาก ลักษณะเมล็ดจะกลมแบนเหมือนเมล็ดมะเขือ

การขยายพันธุ์ลำโพง

ลำโพงเป็นพืชกลางแจ้งที่ขยายพันธุ์ได้ง่ายเช่นเดียวกันกับมะเขือโดยสามารถขยายพันธุ์ได้โดยการใช้เมล็ด และสามารถเจริญเติบโตได้เกือบทุกสภาพดิน แต่จะเจริญได้ดีในความชื้นสูง และมีธาตุอาหารในดินมาก สำหรับวิธีการเพาะเมล็ดและวิธีการปลูกลำโพงนั้นก็สามารถทำได้เช่นเดียวกันกับการปลูกพืชล้มลุกหรือไม้พุ่มอื่นๆ ตามที่ได้กล่าวมาแล้วในบทความก่อนหน้านี้

องค์ประกอบทางเคมี

มีผลการศึกษาถึงองค์ประกอบทางเคมี จากส่วนต่างๆของลำโพงพบสารสำคัญหลายชนิด โดยสารสำคัญที่พบในต้นลำโพง เป็นสารในกลุ่มอัลคาลอยด์ โดยส่วนใหญ่คือ สาร (-)-scopolamine (hyoscine) ซึ่งสูงถึง 75% ของสารอัลคาลอยด์ทั้งหมด รองลงไปจะเป็น (-)-hyoscyamine, (-)-norhyoscyamine, (-)-norscopolamine, hydroxyl-6-(-)-hyoscyamine ,atropine  และ meleloidine สามารถพบสารกลุ่มนี้ได้ทุกส่วนของต้นลำโพง โดยในส่วนใบจะมีอยู่ประมาณ 0.2 - 0.6% ส่วนดอก 0.1 - 0.8% และในเมล็ด 0.2 - 0.5%

      

       ที่มา : Wikipedia
 

รูปแบบและขนาดวิธีใช้ 

ใช้แก้พิษไข้ แก้เซื่องซึม แก้ไข้กาฬ แก้คลุ้มคลั่ง โดยใช้รากมาต้มกับน้ำดื่ม หรือใช้รากเผาให้เป็นถ่านแล้วนำมาปรุงเป็นยากิน ใช้แก้ฝีดับพิษฝี แก้ปวดบวมอักเสบ ใช้รากมาฝนทาบริเวณที่เป็น แก้ปวดหู แก้โรคผิวหนังกลากเกลื้อน แก้แผลไฟไหม้ แก้ฝี แก้แผลเรื้อรัง แก้ปวดบวมอักเสบฝีแผล โดยใช้ใบมาโขลกให้ละเอียด แล้วนำน้ำจากใบที่ได้หยอดหูหรือทาบริเวณที่เป็น ใช้แก้หอบหืด แก้โพรงจมูกอักเสบ แก้ไซนัส ขยายหลอดลม โดยใช้ใบหรือดอกแห้ง มวนบุหรี่สูบแก้หืด แต่ไม่ควรใช้ลำโพงหนักเกิน 1 บาท  ใช้แก้กระสับกระส่าย แก้ไข้พิษโดยใช้เมล็ดมาคั่วจนน้ำมันหมดไป แล้วนำไปปรุงเป็นยา ใช้แก้อาการปวดเมื่อยหรือขัดยอก ปวดฟันโดยใช้เมล็ดประมาฯ 30 กรัม นำมาทุบให้พอแหลก แล้วแช่กับน้ำมันงาหรือน้ำมันมะพร้าวไว้ประมาณ 7 วัน แล้วจึงนำมาทาบริเวณที่มีอาการ  หรือจะใช้ดอกลำโพงมาดองกับเหล้า 500 ซีซี เป็นเวลา 2 สัปดาห์แล้วนำมารับประทานครั้งละ 1 ถ้วยชาจีน วันละ 2 ครั้งก็ได้

การศึกษาทางเภสัชวิทยา

มีการศึกษาวิจัยทางเภสัชวิทยาของออกฤทธิ์ต่างๆ ที่พบในทุกๆส่วนของลำโพง พบว่าสาร (-)-hyoscyamine ที่พบในต้นลำโพงมีฤทธิ์ anticholinergic (คลายการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ) โดยสามารถลดอาการปวดเกร็งในช่องทางเดินอาหาร และบรรเทาอาการปวดเกร็งของโรคนิ่วในไต ส่วนสาร (-)-scopolamine จะมีฤทธิ์คล้ายกับสารกดการทำงานของระบบประสาทส่วนกลางด้วย สามารถใช้แก้อาการปวดอันเกิดจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อและเป็นองค์ประกอบของยาชา ช่วยระงับความรู้สึกในการทำให้สลบ

            นอกจากนี้ยังมีผลการศึกษาวิจัยฉบับอื่นๆระบุว่าลำโพงมีฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อเรียบ สารสกัดน้ำจากส่วนดอกและเมล็ดลำโพงขนาด 8 มก./มล. มีผลลดความตึงตัวและการหดตัวของลำไส้เล็กส่วน lleum ของหนูแรท  ฤทธิ์บรรเทาอาการหอบหืด สารสกัดน้ำจากเมล็ดลำโพงขนาด 10-20 มก./มล. มีผลทำให้หลอดลมหนูตะเภาคลายตัว จาการเหนี่ยวนำให้หลอดลมตีบตัวด้วย acetylcholine และ histamine ฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง สารสกัดน้ำจากเมล็ดลำโพง 3 ก./กก. ฉีดเข้าช่องท้องหนูแรท ส่งผลให้หนูมีอาการเซื่องซึม อ่อนเปลี้ย กล้ามเนื้อไม่มีแรง หายใจช้าลง ภายใน 10 นาที ฤทธิ์ลดความดันโลหิต การฉีดสารสกัดน้ำเมล็ดลำโพงขนาด 0.25-1.0 ก./กก. มีผลลดความดันโลหิตลงอย่างรวดเร็วและทำให้หนูตาย

การศึกษาทางพิษวิทยา 

มีการศึกษาถึงความเป็นพิษของทุกๆส่วนของลำโพงพบว่า ทุกส่วนของลำต้น ใบ ดอก ผลของลำโพง มีคุณสมบัติ เป็นพิษทั้งสิ้น โดยเฉพาะเมล็ดลำโพง จะมีพิษสูงมาก (เมล็ดลำโพง 10 เมล็ดจะมีปริมาณของ atropine 1 มิลลิกรัม) ซึ่งสารพิษในต้นลำโพงจะไม่สามารถทำลาย ด้วยความ ร้อนได้

สำหรับอาการเมื่อได้รับพิษจากลำโพงแล้วจะทำให้มีอาการที่แสดงออกมาคือ ม่านตาขยาย สายตาพร่ามัว สู้แสงไม่ได้ ปากแห้ง กระหายน้ำมาก กลืนน้ำลำบาก ผิวหนังร้อนแดง มีผื่นแดงตามใบหน้า คอ และหน้าอก ปวดศีรษะ ไข้ขึ้นสูง อาจสูงถึง 43 องศาเซลเซียส รู้สึกสับสน การทำงานของกล้ามเนื้อผิดปกติ เคลิ้มฝัน เพ้อคลั่ง มีอาการทางจิตและประสาท วิกลจริต ในเด็กเล็กอาจเกิดการชัก ชีพจรเต้นอ่อนและหรือมีแนวโน้มที่จะเต้นไม่เป็นจังหวะ ท้องผูก ปัสสาวะขัด ในกรณีที่เป็นรุนแรง ผู้ป่วยจะมีอาการไม่รู้สึกตัว โคม่า หายใจช้าและ ตัวเขียว และอาจเสียชีวิตได้

โดยทั่วไปแล้วอาการแสดงที่เกิดจากพิษลำโพงจะมีอาการ ภายในเวลา 30 นาที ถึง 60 นาที หลังจากกินเมล็ดลำโพง หรือส่วนต่างๆ ของลำโพง และอาการจะดำเนินต่อไปอีก 2-3 วันเนื่องจากสารอัลคาลอยด์ (alkaloid) ในลำโพงจะออกฤทธิ์อย่าง ช้าๆ ในระบบทางเดินอาหาร

ข้อแนะนำและข้อควรระวัง

  1. เด็ก สตรีมีครรภ์ผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้ที่เป็นหวัดไอร้อน โดยตับและไต ห้ามรับประทานสมุนไพรชนิดนี้
  2. เนื่องจากทุกส่วนของลำโพงจะมีสาร alkalaloid ที่มีฤทธิ์เป็นพิษต่อร่างกาย ดังนั้นในการใช้จึงควรใช้ความระมัดระวังโดยเฉพาะเมล็ดลำโพงที่มีความเป็นพิษสูงมาก โดยในการเตรียมตัวยาที่จะนำมาใช้ไม่ควรเตรียมตัวยาเอง ควรให้ผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้ที่ได้รับการอบรมเรียนรู้และได้รับอนุญาตจาก อย. มาทำการเตรียมตัวยาให้หรืออาจหาซื้อได้ตามร้านขายยาแผนโบราณที่ได้รับการขึ้นทะเบียนและได้รับอนุญาตจาก อย.
  3. ในการใช้ส่วนต่างๆของลำโพงเป็นสมุนไพรควรใช้ในปริมาณที่ระบุไว้ในตำรายาต่างๆอย่างเคร่งครัดไม่ควรใช้ในปริมาณที่มากจนเกินไปหรือใช้ต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานาจนเกินไป เพราะอาจส่งผลต่อสุขภาพอย่างร้ายแรงได้

 

เอกสารอ้างอิง

  1. คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.  หนังสือสมุนไพรสวนสิรีรุกขชาติ.  “ลำโพง Thorn Apple”.  หน้า 99.
  2. สุธรรม อารีกุล. องค์ความรู้เรื่องพืชป่าที่ใช้ประโยชน์ทางภาคเหนือของไทย เล่ม 1-3. เชียงใหม่: มูลนิธิโครงการหลวง, 2552.
  3. เดชา ศิริภัทร. ลำโพง:พืชพลังลึกลับ จากอดีตสู่อนาคต.คอลัมน์ต้นไม้ใบหญ้า.นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่322.กุมภาพันธุ์ 2544.
  4. วิทยา บุญวรพัฒน์.  หนังสือสารานุกรมสมุนไพรไทย-จีน ที่ใช้บ่อยในประเทศไทย.  “ลำโพง”.  หน้า 490.
  5. วีณา จิรัจฉริยากูล และ อ้อมบุญ ล้วนรัตน์, กองบรรณาธิการ. ยาจากสมุนไพร. กรุงเทพฯ: Text and Journal Corporation, 2533.
  6. พิชณันท์ ลีแก้ว.ลำโพง:ไม้ประดับมีพิษ.บทความเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน.สำนักงานข้อมูลสมุนไพรคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล.
  7. ลำโพง.ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี(ออนไลน์)เข้าถึงได้จาก http://www.phargarden.com/main.php?action=viewpage&pid=105
  8. ดร.วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม.  หนังสือพจนานุกรมสมุนไพรไทย, ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 5. “ลำโพง”.  หน้า 693-695.
  9. de Padua LS, Bunyapraphatsara N, Lemmens RHMJ (Editors). 1999. Plant Resources of South-East Asia No. 12(1). Medicinal and poisonous plants 1. Backhuys Publishers, Leiden, the Netherlands. 711 pp.