ฝอยทอง ประโยชน์ดีๆ สรรพคุณเด่นๆ และข้อมูลงานวิจัย

ฝอยทอง

ชื่อสมุนไพร ฝอยทอง
ชื่ออื่นๆ/ชื่อท้องถิ่น  เครือเขาดำ , เครือดำ (ภาคเหนือ) , ฝอยไหม (โคราช) , กุ้งฝอย (ชัยภูมิ) , ผักโขม (อุดรธานี) , ทูโพเคาะกี่ , ซิกดิม่อ (กะเหรี่ยง) , ทู่ซื่อจื่อ (จีนกลาง) , โทว่ซีจี้ (จีนแต้จิ๋ว)
ชื่อวิทยาศาสตร์   Cuscuta chinensis Lam.
ชื่อสามัญ  Dodder
วงศ์  CONVOLVULACEAE

ถิ่นกำเนิดฝอยทอง

สำหรับฝอยทองเชื่อกันว่าเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน เพราะมีปรากฏในตำราแพทย์แผนจีนหลายพันปีแล้ว รวมถึงชื่อวิทยาศาสตร์ของฝอยมีคำว่า Chinensis ซึ่งคาดว่าน่าจะมีความเกี่ยวข้องในการค้นพบพืชชนิดนี้ในประเทศจีนอีกด้วย ในปัจจุบันสามารถพบเห็นฝอยทองได้ในเขตร้อนต่างๆ ของโลก สำหรับในประเทศไทย สามารถพบได้ทั่วทุกภาคของประเทศ โดยถูกจัดเป็นวัชพืชประเภทกาฝากชนิดหนึ่งของไทย โดยมักจะพบได้ตามพุ่มไม้ตามชายป่าที่รกร้างทั่วไปตามริมทางหรือตามเรือกสวนไร่นาที่มีความชุ่มชื้น

ประโยชน์และสรรพคุณฝอยทอง

มีการนำลำต้นฝอยทองมาต้ม นึ่ง หรือลวก ใช้เป็นผักจิ้มกับน้ำพริกปลาร้า น้ำพริกปลาย่างกับมะเขือพวง หรือใช้ใส่ในไข่ตุ๋น ยำใส่มะเขือ หรือนำมาชุบแป้งทอดรับประทานร่วมกับน้ำพริกกะปิก็ได้ 

นอกจากนี้ฝอยทองยังมีสรรพคุณทางยาอีกด้วย โดยในตำรายาไทยระบุถึงสรรพคุณของฝอยทองไว้ว่า ลำต้นใช้รักษาอาการบิด ตกเลือด อาเจียนเป็นเลือด ไอเป็นเลือด เลือดกำเดาไหล โรคดีซ่าน แก้ร้อนในกระหายน้ำ ขับเหงื่อ ขับลม แผลเรื้อรัง แผลคัน ห้ามเลือด  เมล็ดฝอยทอง รสฝาดเฝื่อน สรรพคุณ บำรุงกำลัง บำรุงตับไต บำรุงหัวใจ แก้ปวดเมื่อย ทำให้ตาสว่าง แก้กระหายน้ำ แก้น้ำกามเคลื่อนเวลาหลับ  ส่วนในตำรายาจีนระบุถึงสรรพคุณไว้ว่า  เมล็ดฝอยทอง รสอมหวาน อุ่น มีฤทธิ์บำรุงไต ควบคุมการหลั่งของน้ำอสุจิ รักษากลุ่มอาการของระบบไตพร่อง (ปวดเอว ปัสสาวะบ่อย อวัยวะเพศไม่แข็งตัว ฝันเปียก ตกขาว) มีฤทธิ์บำรุงตับ ทำให้ตาสว่าง รักษากลุ่มอาการของระบบตับและไตอ่อนแอ หน้ามืด ตาม้า ตาล้า เบลอ) ช่วยให้หยุดถ่าย (เนื่องจากระบบม้ามและไตพร่อง) นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์บำรุงมดลูก ป้องกันการแท้งลูก (เนื่องจากระบบตับและไตอ่อนแอ ทำให้แท้งง่าย)

ลักษณะทั่วไปฝอยทอง

ฝอยทอง จัดเป็นพรรณไม้ล้มลุกประเภทกาฝากเจริญเติบโตบนต้นไม้อื่นโดยจะดูดน้ำกินจากต้นไม้ที่พันเกาะอยู่และมีอายุประมาณ 1 ปี ลำต้นมีลักษณะเป็นเถากลม อ่อน เป็นเส้นสีเหลืองและแตกกิ่งก้านสาขามากเป็นเส้นยาวและมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 1 เซนติเมตร ใบฝอยทองมีขนาดเล็กลักษณะเป็นเกล็ดรูปสามเหลี่ยมมีจำนวนไม่มาก โดยจะแตกจากลำต้นแบบสลับห่างๆ มีสีเหลืองเช่นเดียวกับลำต้น   ดอกออกเป็นช่อแบบกระจุกสีขาวและมีดอกย่อยมีจำนวนมาก ไม่มีก้านดอก มีกลีบเลี้ยงขนาดเล็กรูปไข่หรือสามเหลี่ยม ดอกมีขนาดเล็ก สีขาว หรือเหลืองอ่อน กลีบดอกมี 2-3 กลีบ ยาวประมาณ 2-3 มิลลิเมตร กลีบดอกที่โคนเชื่อมติดกันเป็นรูปถ้วย ส่วนปลายกลีบ แยกออกเป็น 5 แฉก กลางดอกมีเกสรเพศผู้ 5 อัน เกสรเพศเมีย 2 อัน  ผลเป็นลูกกลมแบนเล็กๆ สีเทา เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2-3 มิลลิเมตร ภายในผลมีเมล็ด 2-4 เมล็ด ลักษณะกลมรี  ผิวหยาบ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1-1.5 มิลลิเมตร เมล็ดมีสีเหลืองแกมน้ำตาล

การขยายพันธุ์ฝอยทอง

ฝอยทองสามารถขยายพันธุ์ได้โดยวิธีการใช้เมล็ดและแตกกิ่งเถาของตนเอง สำหรับการขยายพันธุ์ของฝอยทองส่วนมากจะเป็นการขยายพันธุ์โดยธรรมชาติมากกว่าการนำมาปลูก เพื่อใช้งานโดยมนุษย์ ซึ่งในธรรมชาติจะเป็นการขยายพันธุ์โดยเมล็ดที่หล่นลงบนพื้น จะแตกต้นใหม่ออกมา ส่วนวิธีการแตกกิ่งเถาของต้นฝอยทองนั้นจะเป็นการขยายพันธุ์ที่เกิดขึ้น เมื่อถูกเด็ดหรือดึงให้ขาดแล้วนำมาพาดหรือโยนไปตามพุ่มไม้หรือกิ่งไม้สด ก็จะแพร่ขยายเจริญเติบโตได้เองโดยจะเริ่มกอตัวเป็นปมและแตกยอดแขนงออกไป

องค์ประกอบทางเคมี

มีการศึกษาวิจัยถึงองค์ประกอบทางเคมีของเถาและเมล็ดของฝอยทอง ปรากฏว่าพบสารสำคัญหลายชนิดเช่นCholesterol,B-Sitosterol,  a-Carotene, Campesterol, Stigmasterol,B-Amyrin,Isorhamnetin, Taraxanthin, Astragatin, Hyperoside,Caffeic acid, Kaenpferol ,Quercetin และ Arbutin.


ที่มา : Wikipedia

รูปแบบและขนาดวิธีใช้

ใช้เป็นยาบำรุงกำลัง แก้บิด แก้อาเจียนเป็นเลือด แก้ดีซ่าน ร้อนในกระหายน้ำ ขับเหงื่อ ขับลม บำรุงตับ บำรุงไต โดยใช้เมล็ดแห้งประมาณ 10-15 กรัม นำมาต้มกับน้ำกิน หรือนำมาบดให้ละเอียดทำเป็นยาเม็ดหรือทำเป็นยาผงรับประทาน

แก้อาการร่างกายอ่อนเพลีย โดยใช้ลำต้นแห้งประมาณ 10-12 กรัม นำมาต้มกับน้ำและใช้ผสมกับเหล้าหรือน้ำตาลทรายแดงกินเป็นยา

แก้ลำไส้อักเสบ แก้บิด โดยใช้ต้นสดประมาณ 30 กรัม ((หรือ 1 กำมือ) นำมาต้มกับน้ำผสมกับขิงสด 7 แว่น ดื่ม

ใช้แก้ปวดเมื่อย  ปวดหลัง ปวดเอว ปวดตามขาปวดน่อง โดยใช้เมล็ดแห้งประมาณ 30 กรัม นำมาแช่ในเหล้านาน 3-5 วัน แล้วเอาเมล็ดที่แช่มาตากแห้ง จากนั้นนำมาบดให้ละเอียด ใช้กินครั้งละ 6 กรัม วันละ 3 ครั้ง

ใช้แก้ผดผื่นคัน แผลเรื้อรัง ใช้ห้ามเลือด โดยการนำลำต้นนำมาตำให้ละเอียด คั้นเอาน้ำทาหรือพอกบริเวณที่เป็นฝ้า

ส่วนในตำราการแพทย์จีนระบุถึงรูปแบบ/ขนาดการใช้ฝอยทองไว้ว่า ช่วยบำรุงน้ำอสุจิในเพศชาย แก้น้ำกามเคลื่อน แก้สมรรถภาพทางเพศชายเสื่อม โดยใช้เมล็ดฝอยทอง 15 กรัม, โต่งต๋ง 12 กรัม, เก๋ากี้ 12 กรัม, โป๋วกุกจี 10 กรัม, เกสรบัวหลวง 7 กรัม, โหงวบี่จี้ 7 กรัม และ เม็ดกุ๋ยฉ่าย 7 กรัม นำมารวมกันต้มกับน้ำกิน หรือรวมกันบดให้เป็นผง ส่วนสรรพคุณอื่นๆ ใช้ขนาด 6-12 กรัม ต้มเอาน้ำดื่ม หรือทำเป็นยาเม็ด หรือยาผงรับประทานสำหรับการใช้ภายนอก ใช้บดเป็นผงผสมทาบริเวณที่มีอาการ

การศึกษาทางเภสัชวิทยา

ฤทธิ์ปกป้องตับ มีการศึกษาฤทธิ์ป้องกันความเป็นพิษต่อตับของสารสกัดเมล็ดฝอยทองในรูปแบบ nanoparticles ซึ่งเตรียมด้วยวิธี “nanosuspension” เปรียบเทียบกับสารสกัดเมล็ดฝอยทองด้วยแอลกอฮอล์ โดยป้อนสารสกัดทั้ง 2 ชนิดในหนูขาวเป็นระยะเวลา 7 วันก่อนเหนี่ยวนำให้หนูเกิดความเป็นพิษต่อตับด้วยการฉีดสาร acetaminophen เข้าช่องท้อง พบว่าสารสกัดเมล็ดฝอยทองด้วยแอลกอฮอล์ขนาด 125 และ 250 มก./น้ำหนักตัว 1 กก. และสารสกัดเมล็ดฝอยทองรูปแบบ nanoparticles ขนาด 25 และ 50 มก./น้ำหนักตัว 1 กก. มีผลป้องกันความเป็นพิษต่อตับ โดยช่วยลดระดับเอนไซม์ aspartate aminotranferase, alanine aminotransferase และ alkaline phosphatase ซึ่งการตรวจสอบชิ้นเนื้อตับหนูขาวสนับสนุนผลการประเมินทางชีวเคมี

ฤทธิ์กระตุ้นหัวใจ  มีการศึกษาฤทธิ์กระตุ้นหัวใจของสารสกัดเมล็ดฝอยทอง โดยวิธีแช่สกัดเมล็ดด้วยแอลอฮอล์ น้ำ หรือทำให้รูปยาทิงเจอร์ พบว่ามีฤทธิ์ทำให้หัวใจคางคงที่แยกตัว บีบตัวแรงขึ้น โดยสารสกัดแช่ด้วยแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น แต่สารสกัดแช่ด้วน้ำและที่ทำในรูปยาทิงเจอร์ ทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจลดลง ส่วนผลต่อสุนัขทดลองที่ทำให้สลบมีผลทำให้ความดันโลหิตลดลง ม้ามหดตัวเล็กลง ลดการบีบตัวของลำไส้ ผลต่อมดลูกที่แยกตัวมีผลกระตุ้นการบีบตัวของมดลูกเพิ่มขึ้น

ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ของสารสกัดเมล็ดฝอยทองด้วยแอลกอฮอล์และของสารสกัดเมล็ดฝอยทองรูปแบบ nanoparticles พบว่าช่วยเพิ่มเอนไซม์ superoxide dismutase, catalase, glutathione peroxidase และช่วยลด malondialdehyde อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดเมล็ดฝอยทองรูปแบบ nanoparticles ขนาด 50 มก./น้ำหนักตัว 1 กก. มีประสิทธิภาพดีกว่าสารสกัดเมล็ดฝอยทองด้วยแอลกอฮอล์ขนาด 125 มก./น้ำหนักตัว 1 กก.

นอกจากนี้ในรายงานผลการศึกษาวิจัยทางเภสัชวิทยาของฝอยทองอื่นๆ ยังระบุว่าฝอยทองมีฤทธิ์ยับยั้งการก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนัง และฤทธิ์ลดการอักเสบอีกด้วย

การศึกษาทางพิษวิทยา

มีการศึกษาทางพิษวิทยาของเมล็ดฝอยทอง โดยเมื่อฉีดสารสกัดโดยวิธีแช่สกัดเมล็ดด้วยแอลกอฮอล์และน้ำเข้าใต้ผิวหนังของหนูขาวในขนาด 2.465 กรัม/กิโลกรัม จะทำให้หนูตายจำนวนครึ่งหนึ่ง (LD50) แต่เมื่อให้ทางปากในขนาด 30-40 กรัม/กิโลกรัม ไม่ปรากฏอาการพิษ เมื่อให้หนูทดลองกินสารแช่สกัดด้วยแอลกอฮอล์และน้ำ และที่ทำในรูปทิงเจอร์ติดต่อกันเป็นเวลา 70 วัน ไม่มีผลต่อการเจริญเติบโตของสัตว์ทดลอง และไม่พบอาการเปลี่ยนแปลงผิดปกติใดๆ

ข้อแนะนำและข้อควรระวัง

  1. ในการแพทย์แผนจีนระบุไว้ว่าสตรีมีครรภ์ และผู้ป่วยที่มีอาการท้องผูก ไม่ควรรับประทาน
  2. ถ้าหากฝอยทองขึ้นเกาะบนต้นไม้ที่เป็นพิษ เช่น ต้นยี่โถ ลำโพง ถอบแถบน้ำ และยาสูบ ไม่ควรเก็บมาใช้
  3. สำหรับการนำส่วนต่างๆของฝอยทอง มาใช้เป็นสมุนไพรควรระมัดระวังในการใช้โดยควรใช้ตามปริมาณที่ระบุไว้ในตำรับตำรายาต่างๆ โดยไม่ควรใช้ในปริมาณที่มากเกินไป หรือใช้ต่อเนื่องกันนานจนเกินไป เพราะอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ สำหรับ เด็ก ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง หรือผู้ที่ต้องรับประทานต่อเนื่องเป็นประจำก่อนจะใช้ฝอยทองเป็นสมุนไพร ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้เสมอ

เอกสารอ้างอิง

  1. ลีนา ผู้พัฒนพงศ์.ก่องกานดา ชยามฤต. ธีรวัฒน์ บุญทวีคูณ (คณะบรรณาธิการ)ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย (เต็ม สมิตินันทน์ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2544) สำนักวิชาการป่าไม้ พิมพ์ครั้งที่2.กรุงเทพมหานคร บริษัทประชาชนจำกัด.2544.
  2. วิทยา บุญวรพัฒน์.  “ฝอยทองเมล็ด”.  หนังสือสารานุกรมสมุนไพรไทย-จีน ที่ใช้บ่อยในประเทศไทย.  หน้า 360.
  3. วุฒิ วุฒิธรรมเวช.คัมภีร์เภสัชรัตนโกสินทร์.กรุงเทพมหานคร.บริษัท ศิลป์สยามบรรจุภัณฑ์และการพิมพ์ จำกัด 2547.
  4. ดร.วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม.  “ฝอยทอง”.  หนังสือพจนานุกรมสมุนไพรไทย, ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 5.  หน้า 513-515.
  5. ชัยโช ชัยชาญทิพยุทธ .วชิรา แดนตะวัน.สถาพร ลิ้มมณี. ชะนะ ครองรักษา. ทิพวัลย์ ทรัพย์เจริญ สมุนไพร อันดับที่03.การรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นสำหรับงานวิจัยของโครงการศึกษาวิจัยสมุนไพร กรุงเทพมหานคร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2527.
  6. เภสัชกรหญิง จุไรรัตน์ เกิดดอนแฝก.  “ฝอยทอง”  หนังสือสมุนไพรลดไขมันในเลือด 140 ชนิด.  หน้า 127-128.
  7. สารสกัดเมล็ดฝอยทองรูปแบบ Nanoparticles ป้องกันความเป็นพิษต่อตับซึ่งเหนี่ยวนำด้วยสาร acetaminophen ในหนูขาว.ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร.สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล.
  8. เมล็ดฝอยทอง:Tusizi.คู่มือการใช้สมุนไพรไทย.จีน.กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุขหน้า151-153