สบู่ดำ ประโยชน์ดีๆ สรรพคุณเด่นๆ และข้อมูลงานวิจัย

สบู่ดำ งานวิจัยและสรรพคุณ 24ข้อ

ชื่อสมุนไพร  สบู่ดำ
ชื่ออื่นๆ/ชื่อเรียกท้องถิ่น  พมักเยา มะเยา มะหัว มะหุ่งฮั้ว  มะโห่ง หงเทก (เหนือ) สบู่หัวเทศ สลอดดำ สลอดป่า สลอดใหญ่ สีหลอด (กลาง) หงส์เทศ มาเคาะ (ภาคใต้) แจ้ทซู (พม่า) ทะวอง (เขมร) บูราคีรี (ญี่ปุ่น)
ชื่อสามัญ  Purging nut,Pignon d’inde , Barbados nut
ชื่อวิทยาศาสตร์  Jatropha curcas  L.
จัดอยู่ในวงศ์  Euphorbiaceae

 

ถิ่นกำเนิดสบู่ดำ

สบู่ดำเป็นพืชพื้นเมืองของอเมริกากลางแถบประเทศเม็กซิโก และนำเข้ามาปลูกในประเทศไทยครั้งแรกในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เมื่อ 300 กว่าปีที่แล้ว โดยมีชาวโปรตุเกสได้นำเมล็ดสบู่ดำมาให้คนไทยปลูก เมื่อต้นสบู่ดำออกเมล็ดชาวโปรตุเกสก็จะรับชื้อเมล็ดคืน ชาวโปรตุเกสจะนำไปทำสบู่และน้ำมันใส่ตะเกียง จึงเป็นการค้าระหว่างประเทศและเชื่อมคาวมสัมพันธ์ระหว่างไทยกับโปรตุเกส ต่อมาได้มีการนำสบู่ดำมาทดลองมาใช้เป็นพลังงานทดแทนที่ชื่อว่า ไบโอดีเซล ผลจากการทดลองสรูปได้ว่าน้ำมันที่สกัดออกมาจากเมล็ดสบู่ดำไปทำ ไบโอดีเซล สามารถใช้ในเครื่องยนต์ดีเซลที่มีอัตรารอบต่ำได้ แต่ก็ไม่เป็นที่นิยมปลูกกันในประเทศไทยมากนักเพราะว่ารัฐบาลไม่สนับสนุน คนไทยจึงหันไปปลูกปาล์มมากกว่าเพราะมีราคาสูงและเป็นพืชส่งออกรายใหญ่ของโลกเลยก็ว่าได้
 

ประโยชน์และสรรพคุณสบู่ดำ

  • ใช้กินเป็นยาแก้ท้องเสีย (น้ำต้มราก)
  • ทำให้อาเจียน (น้ำต้มราก)
  • ใช้เป็นยาระบาย (น้ำต้มราก)
  • ใช้ทาถูนวดแก้ปวดตามข้อ (น้ำต้มราก)
  • ใช้เป็นยาห้ามเลือด (น้ำยาง)
  • รักษาโรคริดสีดวงทวาร (น้ำยาง)
  • แก้โรคผิวหนังบางชนิด (น้ำยาง)
  • ใช้แปรงฟันแก้เหงือกบวมอักเสบ (ทุบกิ่งก้าน)
  • กินแก้ไอ (ใบแห้งใช้ชงชา)
  • แก้ท้องเสีย
  • ช่วยลดไข้ (ใบแห้งใช้ชงชา)
  • ช่วยให้เหงือกแข็งแรง(ใบแห้งใช้ชงชา)
  • แก้คัน (ใบแห้งใช้ชงชา)
  • ช่วยขับน้ำนม (ทาภายนอก)
  • แก้ธาตุพิการ
  • ใช้ทาถูนวดแก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
  • แก้แผลเรื้อรัง
  • แก้ฝี
  • ช่วยลดอาการอักเสบ
  • เป็นยาถ่ายพยาธิ (ผล)
  • แก้บิด (ผล)
  • แก้อาการกระหายน้ำ (ผล)
  • แก้น้ำเหลืองเสีย (เมล็ด)
  • แก้คัน บวมแดง (เมล็ด)


           ส่วนเมล็ดเป็นพิษมาก มีคุณสมบัติเป็นยาเสพติดที่มีฤทธิ์กัดทำลาย ใช้ทางยาเป็นยาถ่าย โดยกินเมล็ดที่กะเทาะเปลือกออกแล้วนำมาย่างไฟเล็กน้อย จำนวน 3-5 เมล็ด สกัดได้น้ำมันกึ่งระเหย กินเป็นยาถ่ายอย่างแรง ทำให้อาเจียนตับอักเสบทาเฉพาะที่ และน้ำมันนวดที่เตรียมขึ้นจากน้ำมันเมล็ด 1 ส่วน ผสมกับ Bland oil 3 ส่วน ใช้ทาถูนวดแก้ปวดตามข้อ แก้คัน แก้ปวดเมื่อย และทาบาดแผลเล็ก ๆ น้อย ๆ

ลักษณะทั่วไปสบู่ดำ

           ต้นสบู่ดำ สบู่ดำเป็นไม้พุ่มยืนต้นสูงประมาณ 2-8 เมตร  เป็นต้นไม่ที่มีอายุยืนมากกว่า 20 ปี ทุกส่วนของลำต้นมีน้ำยางสีขาวปนเทา ลำต้น เปลือกเรียบ เกลี้ยงเกลา จะเติบโตได้ดีในเขตร้อน
           ใบสบู่ดำ จะเป็นใบเดี่ยว ลักษณะคล้ายกับใบละหุ่ง เรียงสลับกัน รูปค่อนข้างกลม หรือ ไข่ป้อม ๆ กว้าง 7-11 ซม. ยาว 7-16 ซม. ปลายใบแหลม  ขอบใบเรียบ หรือ มีรอยหยัก 3-5 หยัก ฐานใบเว้าเป็นรูปหัวใจ เส้นใบออกจากจุดเดียวกันที่โคนใบ 5-7 เส้น ตามเส้นใบมีขนอ่อนปกคลุม ก้านใบยาว 6-18 ซม.
           ดอกสบู่ดำ  ดอกจะมีสีเหลือง ออกเป็นช่อที่ยอด และตามง่ามใบ ดอกเพศผู้ และดอกเพศเมียอยู่บนต้นเดียวกัน ช่อดอกยาว 6-10 ซม. ดอกเพศผู้ มีกลีบรองกลีบดอก 5 กลีบ ยาว 4-5 มม. กลีบดอก 5 กลีบ เชื่อมติดกันเป็นหลอด ภายในหลอดมีขน เกสรผู้ 10 อันเรียงเป็น 2 วง ๆ ละ 5 อัน อับเรณูตั้งตรง. ดอกเพศเมีย กลีบดอกไม่ติดกัน รังไข่ และท่อรังไข่เกลี้ยง บางทีก็มีเกสรผู้ฝ่อ 5 อัน; ภายในรังไข่มี 2-4 ช่อง มีไข่อ่อนช่องละ 1 หน่วย.
           ผลสบู่ดำ กลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2.5 ซม. แก่จัดจะแตกเป็น 3 พู แต่ละพูมี 2 กลีบ. เมล็ด รูปกลมรี สีดำ ผิวเกลี้ยง อายุของผลสบู่ดำตั้งแต่ออกดอกจนถึงผลแก่จะมีอายุประมาณ 60-90 วัน

 

สบู่ดำ

การขยายพันธุ์สบู่ดำ

สบู่ดำเป็นพืชที่ไม่ชอบท่อมน้ำขัง แต่ชอบแสงแดดจัด จะเติบโตได้ดีในเขตร้อน เป็นต้นไม้ที่โตได้อย่างรวดเร็ว ควรตัดแต่งกิ่งให้ดีสำหรับการเก็บเกี่ยวของผลผลิต พันธุ์ของสบู่ดำที่พบในประเทศไทย มี 3 พันธุ์ หลักๆคือพันธุ์จากประเทศฟิลิปปินส์ พันธุ์จากประเทศศรีลังกา พันธุ์จากประเทศมาเลเซีย การขยายพันธุ์สบู่ดำทำได้ 3 วิธี ดังนี้
1.การเพาะเมล็ด เลือกเมล็ดที่แห้งมีสีน้ำตาลแก่ จะงอกได้ภายใน 10 วัน หลังจากเพราะในดิน การงอกจะมีส่วนของใบเลี้ยงคู่ 2 ใบโผล่พ้นดินโดยการยืดตัวของส่วน ใต้ข้อใบเลี้ยง ควรอนุบาลต้นกล้าให้มีอายุประมาณ 2-3 เดือน หรือมีความสูงประมาณ 30-40 เซนติเมตร ก่อนนำไปปลูกลงในแปลง เพราะจะทำให้ต้นกล้าแข็งแรงและออกผลผลิตได้เร็ว โดยจะเก็บผลผลิตได้เมื่ออายุ 8-10 เดือนขึ้นไป
2.การปักชำ ควรเลือกใช้ท่อนพันธุ์ที่มีสีเขียวปนน้ำตาลเล็กน้อย ไม่อ่อนหรือแก่เกินไป ยาวประมาณ 30 เซนติเมตร ปักลงไปในถุงเพาะที่มีดินผสม รดน้ำเช้าเย็น ประมาณ 40-60 วัน ก็จะแตกใบและรากออก
3.การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ การเพาะจะใช้ส่วนของยอดอ่อนและก้านใบ ปลูกเลี้ยงในอาหารสังเคราะห์และชักนำได้ต้นอ่อนจำนวนหลาย ๆ ต้น จึงทำให้สามารถขยายพันธุ์ได้จำนวนมาก

สบู่ดำ

องค์ประกอบทางเคมี

จากงานวิจัยพบว่าปริมาณร้อยละ 46.3 น้ำมันสกัดจากเมล็ดสบู่ดำประกอบด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวในปริมาณร้อยละ 78.1 โดยมีกรดโอเลอิกและกรดลิโนเลอิกเป็นองค์ประกอบหลัก และกรดไขมันอิ่มตัวร้อยละ 21.9 ซึ่งประกอบด้วยกรดปาล์มิติกและกรดสเตียริก ปริมาณไขมันในเมล็ดสบู่ดำและองค์ประกอบของกรดไขมันแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเมล็ดสบู่ดำในการผลิตไบโอดีเซล

รูปภาพองค์ประกอบทางเคมีของสบู่ดำ

โครงสร้างสบู่ดำ 

การศึกษาทางเภสัชวิทยา

1. ฤทธิ์ยับยั้งอาการท้องเดิน
จากการทดลองในหนูขาว ที่ทำให้เกิดอาการท้องเดินด้วยน้ำมันละหุ่ง พบว่าสารสกัด methanol จากรากของสบู่ดำ แสดงฤทธิ์ยับยั้งอาการท้องเดิน โดยขนาดของสารสกัดที่ให้ผลอย่างมีนัย สำคัญคือ 100-400 mg/kg คาดว่ากลไกการออกฤทธิ์เกิดจากการยับยั้งการสร้าง prostaglandin และฤทธิ์ลดการเคลื่อนไหวของลำไส้เล็ก ซึ่งฤทธิ์นี้ตรงข้ามกับส่วนเมล็ดที่ทำให้เกิดอาการท้องเดิน

2. ฤทธิ์การยับยั้งเชื้อบิด
เมื่อนำสารสกัด butanol จากใบ สามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อ Entamoeba histolytica ในหลอดทดลอง โดยมีค่า MAC (minimal amoebic concentration) 21 ug/ml โดยออกฤทธิ์ได้ปานกลางเมื่อเทียบกับสารมาตรฐาน metronidazole และสารสกัดนี้ยังสามารถมีฤทธิ์ยับยั้งการหดตัวของลำไส้หนู ที่ถูกกระตุ้นด้วย acetylcholine โดยมีค่าเปอร์เซ็นการยับยั้ง 90.45% โดยเปรียบเทียบกับสารมาตรฐาน papaverine และ atropine sulfate ที่มีค่ายับยั้ง 100%

3. ฤทธิ์การต้านเชื้อ HIV
สารสกัด methanol จากใบ และสารสกัดน้ำจากกิ่ง ออกฤทธิ์ดีในการปกป้องเซลล์จากเชื้อ HIV virus โดยมีฤทธ์ยับยั้งการเกิด cytopathic effect (การเปลี่ยนแปลงของ host cell เนื่องจากติดเชื้อไวรัส) มีค่า IC50 = 9 และ 24 ug/ml ตามลำดับ, ค่าSl (selectivity index; CC50= 5.8 และ 41.7 ug/ml ตามลำดับ) ดังนั้นสารสกัดน้ำจากส่วนกิ่ง จึงมีความเป็นพิษต่อเซลล์ปกติต่ำกว่า และออกฤทธิ์ดี จากการแยกสารสำคัญจากส่วนกิ่งพบว่าสารที่ออกฤทธิ์คือ 5,7-dimethoxy coumarin และ6,7-dimethoxy coumarin แต่สารทั้งสองมีฤทธิ์น้อยกว่าสารสกัดเริ่มต้น

การศึกษาทางพิษวิทยา

1.ส่วนของใบมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อและฆ่าพยาธิโดยยับยั้งการเจริญของแบคทีเรียกลุ่มStaphylococcus, Bacilius และ Mcrococous ยาง (sap) ที่ความเข้มข้น 50% และ 100%สามารถฆ่าไข่พยาธิไส้เดือนดและพยาธิปากขอได้
2.ส่วนของยางสบู่ดำยังมีความเป็นพิษสูงมาก ต่อหนูที่นำมาทดลอง ส่วนของต้นสบู่ดำ จากการศึกษาทดลองในห้องปฏิบัติการ พบว่ามีฤทธิ์ยับยั้ง cytopathic effect ของเชื้อ HV โดยมีพิษที่ระดับต่ำ

3.ส่วนของผลสบู่ดำ ได้นำมาทดลองกับปลาคาร์ฟ พบว่าพิษของ phorbol ester ทำให้ปลาคาร์ฟมีการเจริญเติบโตได้ช้า และไม่ยอมกินอาหาร แต่เมื่อหยุดให้ phorbol ester ปรากฎว่าปลาคาร์ฟกลับมาเป็นปกติ

4.ส่วนของเมล็ดสบู่ดำ สารพิษในเมล็ดคือ curcin มีฤทธิ์ต่อสัตว์หลายชนิดและมนุษย์ดังนี้

-ฤทธิ์กับหนู พบว่าสารพิษ curcin มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างโปรตีน แต่ในทางกลับกันพบว่าในเมล็ดสบู่ดำ มีสารบางชนิดซึ่งมีฤทธิ์เป็น tumor promoter กล่าวคือไม่เป็นสารก่อมะเร็ง แต่สามารถกระตุ้นให้เซลล์ที่มี ยีนผิดปกติเนื่องจากของสารก่อมะเร็ง แบ่งตัวอย่างรวดเร็วและอาจพัฒนา เจริญเป็นก้อนมะเร็งได้

-พิษเฉียบพลันของเมล็ดสบู่ดำ พิษกับหนู เมื่อให้ทางปากในหนูถีบจักร พบว่าทำให้หนูตาย เนื่องจากการคั่งในหลอดเลือด และ/หรือ เลือดออกในลำไส้ใหญ่ ปอด

- พิษกับลูกไก่ พบว่าเมื่อนำเมล็ดมาผสมอาหารให้ลูกไก่กิน ทำให้ลูกไก่โตช้า ตับและไตโต

- พิษในสัตว์ เช่น แกะ แพะ ทำให้ท้องเสีย ขาดน้ำ ไม่กินอาหาร และมีเลือดออกในอวัยวะภายใน เช่น กระเพาะอาหาร ปอด ไต หัวใจผิดปกติ มีเลือกออกหลายแห่งในร่างกาย

- พิษที่พบในเด็ก ที่รับประทานเมล็ดสบู่ดำได้แก่ อาการกระสับกระส่าย คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน และขาดน้ำ

- พิษที่พบในผู้ใหญ่ กรณีที่เป็นสายพันธุ์ที่มีสารเป็นพิษสูง หากรับประทานเพียงแค่ 3 เมล็ด ก็เป็นอันตรายแก่ระบบทางเดินอาหาร แต่บางพันธุ์รับประทานถึง 50 เมล็ดก็ไม่เป็นอันตราย

5.ราก

• ฤทธิ์ต้านอักเสบ ผงรากเมื่อทาบนใบหูของหนูถีบจักร จะช่วยต้านอักเสบ จากการถูกสาร TPA ได้ และสารสกัดด้วยเมธานอลของผงราก เมื่อให้ทางปากจะต้านอักเสบของอุ้งเท่าหนูที่ได้รับสาร carrageenan
 

ข้อแนะนำและข้อควรระวัง

1.เด็กและสตรีมาครรภ์ไม่ควรรับประทานเนื่องจากมีสารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ขั้นรุนแรงได้
2.ไม่ควรให้ยางของต้นสบู่ดำโดนผิวหนัง เพราะจะเกิดอาการคันหรือเกิดอาการแพ้หรือมีตุ่มน้ำพองได้
3.ถ้ารับประทานเข้าไปแล้วเกิดอาการแพ้หรืออาเจียนตัวสั่นควรรีบไปพบแพทย์ด้วยทันที

เอกสารอ้างอิง

  1. รองศาสตราจารย์ ดร.ภญ. วีณา จิรัจฉริยากูล
    ภาควิชาเภสัชวินิจฉัย คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
    ภาพประกอบจาก : http://www.renewableenergymexico.comwp-contentuploads201203Jatropha.jpg
  2. สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ / เล่มที่ ๓๙ / เรื่องที่ ๕ สบู่ดำ / ประวัติความเป็นมาของสบู่ดำ
  3. กองโรคเอดส์ กรมควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข. 2544. แนวทางการส่งเสริมสุขภาพ ผู้ติดเชื้อ/ผู้ป่วยเอดส์สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข
  4. Horiuchi,T.et al. 1987. Available: cancerres.aacjoumals.org/cgi/content/abstract/ 48/20/5800
  5. สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  6. ภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  7. คลังสมุนไพรและสาระความรู้เรื่องสมุนไพร www.disthai .com
  8. ชำนาญ ฉัตรแก้ว. บทนำ “สบู่ดำ”. ใน ชำนาญ ฉัตรแก้ว บก. สบู่ดำ พืชพลังงาน., กรุงเทพมหานคร: ฟันนี่ พลับบลิชชิ่ง; 2549. หน้า 1-11.
  9. คู่มือพื้นฐานความรู้สุขภาพสุ่เศรษฐกิจพอเพียง | โครงการจัดตั้งวิทยาลัยการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข