บานไม่รู้โรย ประโยชน์ดีๆ สรรพคุณเด่นๆและข้อมูลงานวิจัย

บานไม่รู้โรย


ชื่อสมุนไพร  บานไม่รู้โรย
ชื่ออื่นๆ/ชื่อท้องถิ่น  ตะล่อม (ภาคเหนือ) , ดอกสามเดือน , กุนหยี (ภาคใต้) , สามปีบ่เหี่ยว (ภาคอีสาน) , โขยหยิกแป๊ะ (จีน)
ชื่อวิทยาศาสตร์  Gomphrena globosa Linn.
ชื่อสามัญ  Everlasting, Globe Amaranth, Bachelor button
วงศ์  AMARANTHACEAE

 

ถิ่นกำเนิดบานไม่รู้โรย 

ถิ่นกำเนิดดั้งเดิมของ บานไม่รู้โรยเชื่อกันว่าอยู่ในเขตร้อนของทวีปอเมริกากลางและอเมริกาใต้ บริเวณประเทศเม็กซิโกลงไป แล้วต่อมาจึงมีการกระจายพันธุ์ไปยังเขตร้อนต่างๆทั่วโลก สำหรับในประเทศไทยนั้นคาดว่า บาน-ไม่รู้โรยน่าจะเข้ามาในประเทศไทย ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี โดยพบชื่อในตำรายาพื้นบ้านดั้งเดิมหลายตำรับ รวมทั้งในหนังสืออักขราภิธานศรับท์ของหมอปรัดเล ปี พ.ศ.2416 ได้บรรยายเอาไว้ว่า " บานมิรู้โรย คือ ดอกไม้อย่างหนึ่ง บานแล้วไม่โรยไม่เหี่ยวเลย ดอกไม้อย่างอื่นบานแล้ว โรยเหี่ยวแห้งไป

ประโยชน์และสรรพคุณบานไม่รู้โรย 

ประโยชน์หลักของบานไม่รู้โรยที่คน ที่รู้จักกันดีคือ การนำมาตกแต่งในงานพิธีต่างๆ เพราะ มีความงดงามและคงทนได้นานแล้ว ยังถือเป็นดอกไม้มงคลชนิดหนึ่งด้วย เพราะมีความหมายว่ามีความยั่งยืนนานไม่ร่วงโรย โดยมักใช้ร้อยเป็นพวงมาลัยทำเป็นดอกไม้ประดิษฐ์หรือร้อยเป็นอุบะประดับในงานต่างๆ หรือจัดเป็นพานพุ่มสำหรับบูชาพระ นอกจากนี้ยังนิยมใช้บานไม่รู้โรยปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับ  เนื่องจากมีความสวยงามจากสีของดอก และยังปลูกเลี้ยงและแต่งทรงพุ่มได้ง่าย ซึ่งจะนิยมนำมาปลูกประดับตามบ้านเรือน ตามสวนสาธารณะ และริมทางเดิน ริมถนน หรือใช้ปลูกตามอาคารสถานที่ต่างๆ

         สำหรับสรรพคุณทางยาของบานไม่รู้โรยนั้นตามตำรายาไทยได้ระบุถึงสรรพคุณเอาไว้ว่าบานไม่รู้โรยดอกขาว (ตำรายาไทยให้ใช้บานไม่รู้โรยชนิดดอกขาวเท่านั้น) ดอกมีรสจืด ชุ่มสุขุม ใช้บำรุงตับ แก้นิ่ว แก้ไอระงับหอบหืด แก้ปวดศีรษะ บิด ไอกรน แก้ตาเจ็บ ขับปัสสาวะ แผลผื่นคัน ฝีประคำร้อย ต้นมีรสขื่นเล็กน้อย ขับ  ปัสสาวะ  แก้นิ่ว แก้หนองใน  แก้กระษัย กามโรค แก้กล่อนปัตตะคาด ขับระดูขาว รากมีรสเย็นขื่น ใช้รักษาโรคบิด แก้โรคระบบทางเดินปัสสาวะอักเสบ ขับปัสสาวะ ขับระดู  บรรเทาอาการไอ แก้กษัย แก้พิษต่างๆ  บานไม่รู้โรยทั้งห้า (ต้น,ราก,ดอก,ใบ,ผล) แก้ไอหรือรากเป็นเลือด แก้เลือดออกจากทวารทั้งเก้า

ลักษณะทั่วไปบานไม่รู้โรย 

บานไม่รู้โรยจัดเป็นไม้ล้มลุก เนื้อ อ่อน พุ่มเตี้ย สูงประมาณ 30-60 เซนติเมตร หรืออาจเอนรวมไปกับดิน ลำต้นมีขนสีขาวปกคลุม แตกกิ่งก้านสาขามาก ตามลำต้นกิ่งก้าน เป็นเหลี่ยมมีร่องยาวตามกิ่ง ตามข้อกิ่งมักจะพองออกเล็กน้อย และมีขนละเอียดสั้นปกคลุมด้วย  ใบออกเป็นแบบใบเดี่ยวตรงข้ามกันเป็นคู่ๆ สลับเวียนกันไปตามข้อต้น ลักษณะของใบเป็นรูปใบหอกหรือรี รูปขอบขนาน ขนสั้นๆขึ้นปกคลุม ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ส่วนขอบใบเรียบหรืออาจมีคลื่นเล็กน้อยเนื้อใบนิ่ม  มีขนาดกว้างประมาณ 2-3 เซนติเมตรและยาวประมาณ 5-7 เซนติเมตร ส่วนก้านใบสั้น ยาวประมาณ 1 เซนติเมตร  ดอกออกเป็นกระจุกทรงกลม มีดอกย่อยแบบสมบูรณ์เพศที่มีลักษณะแข็งเนื้อหนาปลายกลีบมากมายที่ตั้งอยู่บนก้านช่อดอกโดยจะดอกตรงส่วนปลายของกิ่งแขนง และจะออก พร้อมกันทีละมากๆ ทรงดอกค่อนจะข้างกลม มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.15-2 เซนติเมตร มีสีขาว ม่วง และแดงรวมถึงยังมีใบประดับ สีเขียว 2 ใบอยู่ใต้ฐานล่าง สำหรับความพิเศษของดอกบานไม่รู้โรย คือเมื่อติดเมล็ดแล้วกลีบดอกยังคงติดอยู่กับก้านดอกไม่ร่วงหล่นเหี่ยวเฉาหรือเปลี่ยนสี  ผลเป็นผลแห้ง ลักษณะเป็นกระเปาะขนาดเล็ก รูปไข่แกมรูปขอบขนานเปลือกค่อนข้างบาง มีขนาดประมาณ 2.5 มิลลิเมตร ภายในมีเมล็ดลักษณะแบนๆเป็นมันสีน้ำตาลอ่อน

การขยายพันธุ์บานไม่รู้โรย 

บานไม่รู้โรยสามารถขยายพันธุ์ได้โดยวิธีการเพาะเมล็ด โดยมีวิธีการดังนี้ นำเมล็ดบานไม่รู้โรยมาแช่น้ำประมาณ 3-4 ชั่วโมง เพื่อให้เปลือกหุ้มเมล็ดดูดน้ำจนชุ่ม แล้วจึงนำไปเพาะในกระบะเพาะ ที่มีเถ้าแกลบผสมทราย อัตราส่วน 4:1 รดน้ำให้ชุ่มทุกวันเมื่อผ่านไป 7-10 วัน เมล็ดจะงอกเป็นต้นกล้า และเมื่อต้นกล้าเริ่มมีใบจริง 1-2 คู่ ก็สามารถย้ายไปปลูกในแปลงได้ 30x30 เซนติเมตร หรือ 40x40 เซนติเมตร โดยปลูกหลุมละ 1 ต้น

องค์ประกอบทางเคมี

มีผลการศึกษาวิจัยถึงองค์ประกอบทางเคมีของส่วนต่างๆ ของบานไม่รู้โรยพบสารสำคัญดังนี้ Gomphrenin I, Gomphrenin   V, Allantoin , Campesterol, Amaranthin,Quercetin , β-sitosterol , Isoamaranthin , Kaempferol , stigmastero และในเมล็ดยังพบน้ำมันอีกด้วย  



ที่มา : Wikipedie

 

รูปแบบและขนาดวิธีใช้ 

ใช้แก้หอบหืด บิดมูก โดยใช้ดอกสด 15-20 ดอก ล้างให้สะอาดต้มกับน้ำ 1 ลิตร เคี่ยวให้เหลือครึ่งหนึ่งแล้วกรองดื่มครั้งละ 1 แก้ว (200 ซีซี)  ใช้ดอก 10 ดอก ต้มน้ำผสมเหล้าเล็กน้อย ดื่มวันละ 3 ครั้ง ใช้แก้เด็กตัวร้อนตาเจ็บ โดยใช้ดอกสดประมาณ 10-14 ดอกนำมาต้มกับน้ำดื่ม  ขับปัสสาวะ แก้โรคทางเดินปัสสาวะ ขับนิ่วในทางเดินปัสสาวะ โดยใช้ต้นและรากมาต้มกับน้ำดื่มหรือใช้ดอก 3-10 กรัมมาต้มกับน้ำดื่มบ่อยๆ ก็ได้เช่นกัน ใช้ขับปัสสาวะ แก้นิ่ว และโรคหนองใน โดยใช้ต้นสด 100 กรัม ล้างให้สะอาดต้มกับน้ำ 1 ลิตร นานประมาณ 10-15 นาที กรองเอาน้ำดื่ม วันละ 3 เวลาก่อนอาหาร แก้ปวดศีรษะ ลมขึ้นศีรษะ แก้เวียนศีรษะ ด้วยการใช้ดอก 10 กรัมและหญ้าแซ่ม้า 20 กรัม มาต้มกับน้ำดื่ม ใช้แก้กษัย แก้กามโรค แก้หนองใน แก้ตกขาว ขับระดูในสตรี  โดยใช้ทั้งต้นมาต้มกับน้ำดื่ม ใช้แก้ฝีหนอง แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อยโดยใช้ต้นสดพอประมาณมาตำพอกบริเวณที่เป็น

การศึกษาทางเภสัชวิทยา 

ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ มีการศึกษาวิจัยฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของดอกบานไม่รู้โรยในการทดลองทั้งหมดสามสี ได้แก่ สีม่วงสีชมพู และสีขาว ซึ่งถูกสกัดด้วยตัวทำละลายผสมระหว่างโพรพิลินไกลคอลและน้ำ 50% นำสารสกัดมาทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH และ ABTS  ทดสอบฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase และหาปริมาณ total phenolic content และ total flavonoid content จากผลการทดสอบพบว่าสารสกัดดอกบานไม่รู้โรยสีม่วงมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระดีที่สุดเมื่อทดสอบด้วยวิธี ABTS โดยมีค่า IC50 เท่ากับ 0.013mg/mL และอย่างไรก็ตามผลการทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ด้วยวิธี DPPH พบว่าสารสกัดดอกบานไม่รู้โรยสีม่วงมีค่าต่ำสุดการวิเคราะห์ปริมาณ total phenolic content และ total flavonoid content พบว่าสารสกัดดอกบานไม่รู้โรยสีม่วงมีปริมาณมากที่สุดเท่ากับ 8.88µg gallic acid equivalent/g extract และ 4.50µg catechin equivalent/g extract ตามลำดับเมื่อทำการศึกษาฤทธิ์ในการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ tyrosinase พบว่าสารสกัดบานไม่รู้โรยสีม่วงมีฤทธิ์ในการยับยั้งดีที่สุด มีค่า IC50 เท่ากับ 4.26µg/mL

            นอกจากนี้ยังมีผลการศึกษาวิจัยทางเภสัชวิทยาในต่างประเทศยังระบุถึงฤทธิ์ทางเภสัชของบานไม่รู้โรยว่ามีฤทธิ์ ต้านการอักเสบ ฤทธิ์ต้านเชื้อจุลชีพ ฤทธิ์ต้านเชื้อมะเร็ง และฤทธิ์ต่อต้านภูมิแพ้ เป็นต้น

การศึกษาทางพิษวิทยา 

ไม่มีข้อมูล

ข้อแนะนำและข้อควรระวัง

  1. ในการนำดอกบานไม่รู้โรยมาใช้เป็นยาให้เลือกดอกชนิดสีขาวที่แก่นำไปตากให้แห้งและเด็ดก้านดอกออก จากนั้นจึงเก็บดอกไว้ใช้เป็นยาต่อไป
  2. สำหรับการใช้บานไม่รู้โรยมาเป็นสมุนไพรสำหรับบำบัดรักษาโรคต่างๆนั้น ควรระมัดระวังในการใช้เช่นเดียวกันกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ โดยควรเตรียมตัวยาให้ถูกต้องตามตำรับตำรายาต่างๆ หรือควรเลือกซื้อตัวยาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก อย. และควรใช้ในขนาดและปริมาณที่เหมาะสม ไม่ควรใช้มากจะเกินไปหรือใช้ต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานานจนเกินไป เพราะอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ สำหรับ เด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง รวมถึงผู้ที่ต้องรับประทานยาต่อเนื่องเป็นประจำก่อนจะใช้บานไม่รู้โรยเป็นสมุนไพรสำหรับบำบัดรักษาโรคต่างๆ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้เสมอ         

 

เอกสารอ้างอิง

  1. ดร.วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม.  หนังสือพจนานุกรมสมุนไพรไทย, ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 5.  “บานไม่รู้โรยดอกขาว”.  หน้า 425-426.
  2. เดชา ศิริภัทร.บานไม่รู้โรย ความงามที่ยั่งยืนฝืนกาลเวลา.คอลัมน์ต้นไม้ใบหญ้า.นิตยสารหมอชาวบ้านเล่มที่288.เมษายน2546.
  3. ดร.นิจศิริ เรืองรังษี, ธวัชชัย มังคละคุปต์.  หนังสือสมุนไพรไทย เล่ม 1.  “บานไม่รู้โรย (Ban Mai Ru Roy)”.  หน้า 164.
  4. ลักษิตา อยู่เย็น , วันชาติ สันธากร. การศึกษาและพัฒนาดอกบานไม่รู้โรยสำหรับใช้ทางเครื่องสำอาง.โครงการพิเศษปรีญญาตรีเภสัชศาสตร์บัณฑิตคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยามหิดล.2559
  5. วิทยา บุญวรพัฒน์.หนังสือสารานุกรมสมุนไพรไทย-จีน ที่ใช้บ่อยในประเทศไทย.  “บานไม่รู้โรยดอกขาว”. หน้า 306.
  6. บนไม่รู้โรยดอกขาว, แพงพวย กลุ่มยาแก้บิด ท้องเดิน ท้องร่วง โรคกระเพาะ.สรรพคุณสมุนไพร200ชนิด.โครงการอนุรักษ์พันธุ์กรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระราชสุดาสยามบรมราชกุมารีฯ(ออนไลน์)เข้าถึงได้จากhttp://www.rspg.or.th/plants_data/herbs_07.4.htm