สันพร้าหอม ประโยชน์ดีๆ สรรพคุณเด่นๆ และข้อมูลงานวิจัย

สันพร้าหอม

ชื่อสมุนไพร  สันพร้าหอม
ชื่ออื่นๆ/ชื่อท้องถิ่น เกี๋ยงพาไย ,ผักเพี้ยยพ่าน,เกียวฟ้าใหญ่ (ภาคเหนือ),หญ้าเสือหมอง (ภาคกลาง) , สุพรรณบุรี , ราชบุรี , กาญจนบุรี) , หญ้าลั่งพั้ง , มอกพา (ไทยใหญ่) , พอกี่ (กะเหรี่ยง) , แซหลีกิ๊บ ,เพ่ยหลาน , หลานเฉา (จีน)
ชื่อวิทยาศาสตร์  Eupatorium fortunei Turcz.
ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์  Eupatorium caespitosum Migo, Eupatorium stoechadosmum
วงศ์  ASTERACEAE -COMPOSITAE



ถิ่นกำเนิดสันพร้าหอม

เชื่อกันว่าสันพร้าหอมมีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมอยู่ในเขตร้อนของทวีปอเมริกาใต้ เช่น บราซิล อาริเจนตินา อุรุกวัย ปารากวัย เป็นต้น แล้วต่อมามีการแพร่กระจายพันธุ์ไปยังเขตร้อนต่างๆทั่วโลก ในธรรมชาติมักพบ สันพร้าหอมขึ้นกามบริเวณ ข้างลำธารในป่าหรือในบริเวณหุบเขาที่มีความชื้นปานกลาง สำหรับในประเทศไทยพบมากทางภาคเหนือและภาคอีสาน ส่วนภาคกลางพบได้ประปราย
 

ประโยชน์/สรรพคุณสันพร้าหอม

สันพร้าหอมสามารถนำมาใช้รับประทานเป็นผัก คู่ กับน้ำพริก และลาบได้ โดยใช้ในส่วนของใบมาทำเป็นเครื่องเคียงดังกล่าว และในปัจจุบันยังมีการนำมาใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางหลายชนิด เช่น แป้ง , สบู่ , แชมพู เนื่องจากส่วนต่างๆของส่วนพร้าหอมมีน้ำมันหอมระเหยและเมื่อแห้งยังมีกลิ่นที่หอมจึงมีการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมดังกล่าว สำหรับสรรพคุณทางยาของสันพร้าหอมนั้น ตามตำรายาได้ระบุไว้ดังนี้

            ใบรสสุขุม แก้ไข้ แก้หวัด ถอนพิษไข้ รักษาโรคหัด อีสุกอีใส สมานแผล ทำให้เลือดหยุด ใช้ผสมกับสมุนไพรชนิดอื่น เป็นยาหอมชูกำลัง บำรุงหัวใจ และตามประกาศ คณะกรรมการแห่งชาติด้านยา ยังระบุการใช้ใบสันพร้าหอม ใน“ตำรับยาเขียวหอม”  ซึ่งมีสรรพคุณ แก้อาการไข้ ร้อนในกระหาย บรรเทาอาการไข้จากหัด และอีสุกอีใส

            ส่วนในตำรายาพื้นบ้านระบุการใช้สรรพคุณของสันพร้าหอมไว้ว่าใช้ แก้ไข้ แก้หวัด แก้ลม จุกเสียดแน่นท้อง บำรุงหัวใจ บำรุงโลหิต บำรุงกำลัง แก้ประจำเดือนไม่ปกติ แก้ลมมะเฮ็งคุด ใช้เป็นยาระบายอ่อนๆ แก้ร้อนใน บำรุงเลือด บำรุงกำลัง

ลักษณะทั่วไปสันพร้าหอม

สันพร้าหอมจัดเป็นพรรณไม้ล้มลุก ลำต้นตั้งตรง  ลำต้นมีลักษณะกลมเกลี้ยงเป็นมัน สูงประมาณ 50-100 เซนติเมตร กิ่งของลำต้นจะแตกจากโคนต้นและจะเลื้อยแผ่ไปตามดิน ใบมีสีเขียวรูปเรียวยาว ผิวเกลี้ยงแต่หลังใบจะมีขนปกคลุม ริมใบจักเหมือนฟันเลื่อย ใบกว้างประมาณ 1-2 เซนติเมตร ยาว 5-10 เซนติเมตร ใบมีกลิ่นหอม รสขมและเผ็ดร้อนเล็กน้อย ใบออกเป็นใบเดี่ยว เรียงเป็นคู่ๆ สลับกันไป ดอกจะออกเป็นช่อ โดยในช่อจะมีประมาณ 5-6 ดอก และจะออกบริเวณ ส่วนยอดของลำต้น สำหรับลักษณะของดอกมีสีแดงหรือสีขาว ดอกมีขนาดเล็ก ทรงกระบอกดอกจะยาวประมาณ 5 มิลลิเมตร ส่วนปลายดอกจะแยกออกเป็นแฉก 5 แฉก มีเกสรเพศผู้ 5 อัน อยู่กลางดอก ผลเป็นสีดำ รูปทรงกระบอกยาวประมาณ 3 มิลลิเมตร มีสัน 5 สัน และเมื่อสุกผลจะเป็นผลแห้ง และมีเมล็ดอยู่ข้างใน


การขยายพันธุ์สันพร้าหอม

สันพร้าหอมสามารถขยายพันธุ์ได้โดยการใช้เมล็ด และการปักชำกิ่ง สำหรับการขยายพันธุ์นั้นจะใช้เมล็ดที่แก่จัดนำไปเพาะหรือหยอดลงหลุมเลยก็ได้ ส่วนการปักชำกิ่ง ก็นำกิ่งแก่มาปักชำในถุงเพาะก่อนรอจนมีใบจริง 5-10 ใบ แล้วจึงนำไปปลูกต่อไป ส่วนวิธีการปลูก สันพร้าหอมโดยวิธีการเพาะเมล็ดและการปักชำก็สามารถทำได้เช่นเดียวกันกับการปลูก พืชชนิดอื่นตามที่ได้กล่าวมาในบทความก่อนหน้านี้

องค์ประกอบทางเคมีสันพร้าหอม

จากการศึกษาองค์ประกอบทางเคมีของต้นสันพร้าหอมพบว่าองค์ประกอบหลับจะพบน้ำมันหอมระเหยซึ่งมีสารหลายชนิดได้แก่  Nerylacetate, P-cymene, Neryl acetate, 5-Methylthymol ether นอกจากนี้ยังพบ O-Coumaric acid,Coumarin, thymohydroquinone อีกด้วย ส่วนในใบพบสาร Euparin และ Eupatolin.

รูปภาพองค์ประกอบทางเคมีของส้นพร้าหอม


ที่มา : Wikipedia

รูปแบบ/ขนาดวิธีใช้

ใช้แก้หวัด ใช้ทั้งต้นประมาณ 1 กำมือ ใส่ในน้ำ 1 ลิตร ต้มให้เดือด ใช้ดื่มครั้งละครึ่งแก้ว วันละ 3 เวลา หรือจะนำมาบดเป็นผงทำเป็นชาชงดื่มก็ได้ 

แก้ไข้ โดยใช้ใบสันพร้าหอม ใบสะระแหน่ , ใบบัวหลวง , พิมเสนต้น อย่างละ 5 กรัม, ปี่แปะเอี๊ยะและโหล่วกิง 30 กรัม เปลือกฟัก 60 กรัม นำมาต้มกับน้ำรับประทาน ใช้เป็นยาแก้ไอ และแก้อาการหอบหืดโดยใช้ทุกส่วนของต้นประมาณ 10-30 กรัม นำมาตากให้แห้งบดให้เป็นผงผสมกับน้ำผึ้งรับประทานหรือจะปั้นเป็นยาลูกกลอนรับประทานก็ได้

บำรุงเลือด บำรุงกำลัง ขับน้ำออกจากร่างกาย ลดอาการบวมน้ำ ช่วยทำให้เหงื่อออก ในสตรีหลังคลอด โดยใช้ทุกส่วนของสันกล้าหอมนำมาต้มกับน้ำกิน และยังใช้เป็นยาอบอีกด้วย

แก้ลมมะเฮ็ดคุด แก้วิงเวียน โดยใช้ใบสดขยี้และนำมาดม

การศึกษาทางเภสัชวิทยา

ฤทธิ์ลดการกระจายของเซลล์มะเร็ง  มีการการศึกษาฤทธิ์ของสารสกัดน้ำของสันพร้าหอมต่อการยับยั้งการกระจายของเซลล์มะเร็ง (metastatic) และยับยั้งการสร้างหลอดเลือดใหม่ (angiogenic potential) ที่จะนำสารอาหารไปยังเซลล์มะเร็ง (malignant tumor cells) ที่เป็นกระบวนการสำคัญในการกระจายตัวของเซลล์มะเร็ง จากการศึกษาพบว่าสารสกัดน้ำขนาด 50 mg/kg สามารถยับยั้งการกระจายตัว (metastatic) ของเซลล์มะเร็ง และเมื่อทดสอบด้วยการฉีด B16F10 cells  เข้าทางหลอดเลือดดำที่ผิวปอดในหนูถีบจักร (C57BL/6J mice) สามารถลดการการกระจายตัวของเซลล์มะเร็งที่อยู่บนพื้นผิวปอดในหนูทดลอง รวมทั้งสามารถยับยั้งการย้ายที่ (migration) และการแทรกซึม (invasion) เข้าไปในส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ นอกจากนี้สารสกัดยังสามารถยับยั้งการสร้างหลอดเลือดใหม่จากการกระตุ้นของเนื้องอก (tumor-induced angiogenesis) ได้อีกด้วย

ฤทธิ์ต้านการอักเสบ  มีการศึกษาวิจัยโดยนำใบของสันพร้าหอม มาสกัดด้วยตัวทาละลายอินทรีย์ 3 ชนิด ได้แก่ เฮกเซน ไดคลอโรมีเทน และเอธิลอะซีเทต จากนั้นนำสารสกัดดังกล่าวไปศึกษาฤทธิ์ทางชีวภาพ จากการศึกษาพบว่าสารสกัดทั้งหมดมีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างไบโอฟิลม์ของเชื้อ Escherichia coli ได้ดีเยี่ยมโดยขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของสารสกัด และการสร้างไบโอฟิล์มของเชื้อ E. coli ถูกยับยั้งมากกว่า 80% เมื่อบ่มด้วยสารสกัดชั้นไดคลอโรมีเทนและเอธิลอะซีเทตที่ความเข้มข้น 1,024 ไมโครกรัม/มิลลิลิตรโดยเปรียบเทียบกับชุดควบคุม 

การศึกษาทางพิษวิทยา   

การทดสอบพิษเฉียบพลันของสารสกัดใบสันพร้าหอมด้วยเอทานอล 50% โดยให้หนูกินในขนาด 10 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม (คิดเป็น 500 เท่า ในคน) และให้โดยการฉีดเข้าใต้ผิวหนังหนู ในขนาด 10 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ตรวจไม่พบอาการเป็นพิษ

ข้อแนะนำ/ข้อควรระวัง

  1. ผู้ป่วยเบาหวานไม่ควรใช้สมุนไพรสันพร้าหอมเพราะมีรายงานว่ามีการศึกษาวิจัยพบว่า เมื่อให้สัตว์ทดลอง กินสันพร้าหอมเป็นอาหารติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้สัตว์ทดลองเป็นเบาหวาน โดยมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น
  2. ในการใช้สันพร้าหอมเป็นสมุนไพรเพื่อบำบัดรักษาโรคนั้น ควรระมัดระวังในการใช้เช่นเดียวกันกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ โดยต้องใช้ในปริมาณตามที่กำหนดไว้ในตำรับตำรายาไม่ควรใช้ในปริมาณที่มาก หรือใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน เพราะอาจส่งผลต่อสุขภาพได้ ส่วนสตรีมีครรภ์ เด็ก ผู้ป่วยเรื้อรังรวมถึงผู้ที่ต้องรับประทานยาต่อเนื่อง ก่อนจะใช้สันพร้าหอมเพื่อช่วยบำบัดรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ

 

เอกสารอ้างอิง

  1. ภัสสรา  เงินดี , สุนทร จิรสถาพร . การศึกษาลักษณะทางเภสัชเวชของสันพร้าหอม.วารสารของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ปีที่21.ฉบับที่1.2522.หน้า27-39
  2. (วิทยา บุญวรพัฒน์).  “สันพร้าหอม”.  หน้า 550.หนังสือสารานุกรมสมุนไพรไทย-จีน ที่ใช้บ่อยในประเทศไทย. 
  3. สันพร้าหอม.ฐานข้อมูลเครื่องยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี(ออนไลน์)เข้าถึงได้จาก http://www.thaicrudedrug.com/maon.php?action=viewpage&pid=164
  4. (ดร.วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม). “สันพร้าหอม”.   หนังสือพจนานุกรมสมุนไพรไทย, ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 5.  หน้า 774-775.