งิ้วป่าดอกขาว ประโยชน์ดีๆ สรรพคุณเด่นๆ และข้อมูลงานวิจัย

งิ้วป่าดอกขาว

ชื่อสมุนไพร งิ้วป่าดอกขาว
ชื่ออื่นๆ/ขื่อท้องถิ่น  งิ้วป่า (ภาคใต้),ประจวบคีรีขันธ์) , นุ่นป่า , ง้าวป่า (ภาคกลาง) , งิ้วดอกขาว , งิ้วผา , ไกร (ภาคเหนือ), หมากงิ้วป่า (ภาคอีสาน)
ชื่อวิทยาศาสตร์   Bombax anceps Pierre.
ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์  Bombax anceps Pierre. var. anceps
ชื่อสามัญ  Cotton tree, Bombax
วงศ์   BOMBACOIDEAE

 

ถิ่นกำเนินงิ้วป่าดอกขาว 

งิ้วป่าดอกขาวเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของทวีปเอเชีย ตั้งแต่จีนตอนใต้ เอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีเขตการกระจายพันธุ์บริเวณทางตอนใต้ของจีน อินเดีย บังคลาเทศ พม่า เวียดนาม ลาว กัมพูชา มาเลเซีย เป็นต้น  โดยจะพบได้ตามป่าเบญจพรรณป่าผลัดใบ ป่าเต็งรัง และบริเวณเขตหินปูนรวมถึงตามที่เปิดเชิงเขาที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 400-1000 เมตร สำหรับในประเทศไทยมับจะพบตามภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก

ประโยชน์และสรรพคุณงิ้วป่าดอกขาว

มีการนำงิ้วป่าดอกขาวมาใช้ประโยชน์ในหลายๆ ด้าน เช่น ดอกใช้ลวกกินเป็นผักแกล้วกับน้ำพริก หรือนำมาใส่เป็นส่วนประกอบของอาหารพื้นบ้านภาคต่างๆ ส่วนในผลที่เป็นเส้นใยปุยนุ่นนั้น ใช้นำมาผัดเป็นไส้หมอนหรือใช้ทำเป็นนุ่นยัดที่นอนได้ เส้นใยจากต้นใช้ฟั่นทำเป็นเชือกสำหรับใช้งานต่างๆได้ เนื้อไม้ใช่ทำเยื่อกระดาษได้ ส่วนน้ำมันจากเมล็ดยังสามารถใช้ในอุตสาหกรรมการทำสบู่ และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้เช่นกัน สำหรับสรรพคุณทางยาของงิ้วป่าดอกขาวนั้น ตามตำรายาไทยได้ระบุถึงสรรพคุณไว้ว่า รากและเปลือก รสฝาดเย็น ทำให้อาเจียน ใบรสเย็น แก้ฟกช้ำ แก้ต่อมทอนซิลอักเสบ  เปลือกต้น รสฝาดเย็น ทำให้อาเจียน ยาง รสเย็นเมา ขับน้ำเหลืองเสีย บำรุงกำลัง กระตุ้นความต้องการทางเพศ ห้ามเลือดที่ตกภายใน แก้ท้องร่วง แก้บิด แก้ระดูมามากกว่าปกติ ดอกแห้ง รสหวานเย็น แก้พิษไข้ รักษาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก แก้ปวด แก้คัน ดอกและผล รสหวาน ฝาดเย็น แก้พิษงู  ส่วนในตำรายาพื้นบ้านอีสาน ระบุถึงสรรพคุณไว้ว่า เปลือกต้น แก้อาหารเป็นพิษ รักษาโรคบิด แก่น ใช้เป็นส่วนผสมเข้ายารักษาแผลน้ำร้อนลวด แก้ปวด

ลักษณะทั่วไปงิ้วป่าดอกขาว

งิ้วป่าดอกขาวจัดเป็นไม้ยืนต้นเนื้ออ่อนผลัดใบ สูงได้ถึง 30 เมตร ลำต้นเปลาตรง เปลือกต้นสีเทามีความด้ามแข็งตามลำต้นและกิ่งก้านมาก โดยเฉพาะต้นอ้อนและจะลดลงเมื่อโตขึ้น ส่วนเปลือกต้นด้านในมีสีขาวและมีริ้วสีชมพูตามยาวมีกระพี้สีขาว เมื่อต้นยังเล็กเรือนยอดจะเป็นชั้นๆ แต่เมื่อโตเต็มที่เรือนยอดด้านบนจะแบน ใบเป็นใบประกอบแบบนิ้วมือ ออกบริเวณปลายกิ่งโดยจะเรียงเวียนสลับมีใบย่อย 5-8 ใบ แผ่นใบย่อยเป็นรูปไข่กลับหรือรูปใบหอกกลับ ขนาด 4-7 x 12-16 ซม. ใบเรียวแหลมหรือเป็นติ่งแหลม โคนสอบเป็นรูปลิ่ม ขอบใบเรียบ ผิวเกลี้ยงทั้งสองด้านใบด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน ส่วนด้านล่างมีสีเขียวนวล และมีก้านใบยาว 10-17 ซม. ดอกเป็นดอกเดี่ยวออกกระจายทั่วเรือนยอดที่กำลังผลัดใบ มีขนาด 6.5-8 เซนติเมตร โดยจะออกเป็นกลุ่ม 2-4 ดอก กลีบเลี้ยงเป็นแบบโคนเชื่อมติดกันเป็นรูประฆัง มี 2-4 พู มีสีเขียวสดเชื่อมติดกันบนฐานดอกที่แข็ง ส่วนกลีบดอกมี 5 กลีบ สีขาวครีมแกมสีม่วงและมีกลีบดอกโค้งงอไปด้านหลัง มีขนละเอียดด้านนอก เกสรตัวเพศผู้มีเป็นจำนวนมาก ผลรูปทรงกล้วย ด้านในมีปุยสีขาวห่อหุ้มเมล็ดขนาด 4-5 x 12-15 ซม.มีพูตามยาว 5 พู ผลดิบสีเขียวผลแก่สีน้ำตาล เนื้อแข็งโค้งงอเล็กน้อยและเมื่อผลแก้จะแตกตามรอยตะเข็บ เมล็ดเป็นรูปทรงกลมแข็งสีดำขนาดเล็ก มีปุยสีขาวห่อหุ้มคล้ายเมล็ดฝ้าย


การขยายพันธุ์งิ้วป่าดอกขาว

งิ้วป่าดอกขาวสามารถขยายพันธุ์ได้โดยการใช้เมล็ด ซึ่งจะมีการขยายพันธุ์ในธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ และเป็นพืชที่ชอบดินร่วมที่ไม่อุ้มน้ำ ชอบแสงแดดจัดตลอดวัน ปัจจุบันยังไม่นิยมนำมาเพาะปลูกไว้ในบริเวณบ้านเรือนและเรือกสวยไร่นา เพราะถือว่าเป็นพันธุ์ไม้ที่ไม่เป็นมงคล แต่ก็ยังมีการไปเก็บส่วนต่างๆ ของงิ้วป่าดอกขาวมาใช้ประโยชน์ต่างๆอยู่

องค์ประกอบทางเคมี

มีผลการศึกษาวิจัยถึงองค์ประกอบทางเคมีของรากงิ้วป่าดอกขาวในต่างประเทศพบว่ามีสารสำคัญอยู่ เช่น Bombaxoin,isohemigossypol2-methyl ether  , 3,5,7-trimethoxyflavone , 5,7-dimethoxyflavone ,cholestenone , Gossyrertin

  

ที่มา : Wikipedia

 

รูปแบบและขนาดวิธีใช้

ใช้แก้ท้องเสีย แก้บิด โดยใช้เปลือกต้นมาต้มกับน้ำดื่ม ใช้บำรุงกำลังขับปัสสาวะ ทำให้อาเจียน โดยใช้รากมาต้มกับน้ำดื่ม ใช้แก้พิษไข้ แก้ปวด แก้คันโดยใช้ดอกแห้งมาต้มกับน้ำดื่มหรือใช้บดแล้วชงแบบชาก็ได้ ใช้แก้อาหารเป็นพิษ แก้บิดโดยใช้เปลือกต้นผสมกับเปลือกต้นนุ่นต้มกับน้ำดื่ม ใช้แก้ฟกช้ำโดยใช้ใบสดมาตำให้ละเอียดนำมาพอกบริเวณที่เป็น ใช้แก้ทอลซินอักเสบโดยใช้ใบสดมาผสมกับน้ำเล็กน้อยแล้วใช้ทาบริเวณที่เป็น

การศึกษาทางเภสัชวิทยา

มีผลการศึกษาวิจัยทางเภสัชวิทยาของงิ้วป่าดอกขาวของในต่างประเทศอยู่หลายฉบับ ในที่นี้จะของยกมากล่าวถึงเป็นบางฉบับดังนี้ มีผลการศึกษาวิจัยสารสกัดจากลำต้นของงิ้วป่าดอกขาว ด้วย 50% แอลกอฮอล์ พบว่า มีสารองค์ประกอบอยู่ในกลุ่มแทนนินส์ คาร์ดิแอคไกลโคไซด์ และอัลคาลอยด์ รวมถึงสารในกลุ่มอื่นๆอีกหลายชนิด ซึ่งจะมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ (EC50 = 88.97 มก./มล.) มีฤทธิ์ฆ่าเซลล์มะเร็งตับปานกลาง (IC50 = 212.74 ±27 มก./มล.) โดยพบว่าสามารถชักนำการตายของเซลล์มะเร็งตับแบบอะพอพโทซิต่ำ เมื่อเซลล์ได้รับสารสกัดนาน 1 วัน มีฤทธิ์ในการต้านเชื้อแบคทีเรีย S. aureus ที่ทำให้เกิดโรคแผลฝีหนองที่ความเข้มข้น 12.5 มก./มล. และมีฤทธิ์ในการต้านเชื้อไวรัสโรคเริม Herpes simplex virus type 1 (IC50 = 95.47 มก./มล.) ไม่มีฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ แต่มีฤทธิ์ต้านการกลายพันธุ์ในภาวะที่มีการทำงานของเอนไซม์ร่วมด้วย ไม่มีฤทธิ์ในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันโดยตรง แต่สามารถเสริมการกระตุ้นการเพิ่มจำนวนของเซลล์ภูมิคุ้มกันชนิดทีเซลล์ได้เป็นต้น

การศึกษาทางพิษวิทยา

ไม่มีข้อมูล

ข้อแนะนำและข้อควรระวัง

ในการใช้งิ้วป่าดอกขาวเพื่อเป็นสมุนไพรในการบำบัดรักษาโรคต่างๆ ตามสรรพคุณทางยาที่ระบุไว้ในตำรายาต่างๆนั้น ควรระมัดระวังในการใช้เพราะยังไม่มีข้อมูลการศึกษาทางพิษวิทยาที่แน่ชัด รวมถึงยังไม่มีขนาด/วิธีการใช้ที่แน่นอน ดังนั้นจึงควรใช้ในปริมาณแต่น้อย และไม่ควรใช้ต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานานเพราะอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ สำหรับเด็กสตรีมีครรภ์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังรวมถึงผู้ที่ต้องรับประทานยาต่อเนื่องเป็นประจำ หากจะใช้งิ้วป่าดอกขาวเป็นสมุนไพรสำหรับบำบัดรักษาโรคต่างๆ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้เสมอ

 

เอกสารอ้างอิง

  1. คู่มือศึกษาพรรณไม้ในป่าภาคเหนือ 2549 ฉบับแก้ไข (หน้า76)
  2. งิ้วป่า.ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี(ออนไลน์)เข้าถึงได้จาก http://www.phargarden.com/main.php?action=viewpage&pid=30
  3. งิ้วป่า,มะเดื่อฝรั่ง.สมุนไพรในพื้นที่เขื่อนอุบลรัตน์.โครงการจัดทำฐานข้อมูลพืชสมุนไพรที่สำรวจและวิจัยภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี(อพ.สธ.)มหาวิทยาลัยขอนแก่น.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จากhttp://www.home.kku.ac.th/orip2/thaiherbs/index.php.
  4. M. A. Johnson and J. R. Tolbert, Torrey Bot. Soc. 87, 173, (1960)
  5. V. Seshadri, A. K. Batta, S. Rangaswamy, Indian J. Chem. 11, 825, (1973).