พญาวานร ประโยชน์ดีๆ สรรพคุณเด่นๆ และข้อมูลงานวิจัย

พญาวานร

ชื่อสมุนไพร  พญาวานร
ชื่ออื่นๆ/ชื่อท้องถิ่น  ว่านพญาวานร , ว่านง็อก (ทั่วไป) , ฮวานง็อก (เวียนนาม)
ชื่อวิทยาศาสตร์   Pseuderanthemum palatiferum (Nees) Radlk.
ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์  Eranthemum palatiferum Nees
ชื่อสามัญ   Hoan-Ngoc
วงศ์  Acanthacea

ถิ่นกำเนิดพญาวานร

พญาวานรเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ประเทศเวียดนาม โดยเป็นพืชที่ถูกค้นพบในป่าแถบเวียดนามเหนือ ประมาณปี ค.ศ.1990 และมีการนำมาใช้เป็นสมุนไพรรักษาโรคต่างๆ ต่อมาจึงได้มีการปลูกขยายทั้งเวียนนาม สำหรับในประเทศไทยนั้นพญาวานรถูกนำเข้ามาโดยกลุ่มทหารผ่านศึกสมัยสงครามเวียดนาม และในปัจจุบันสามารถเพาะพันธุ์ได้ในประเทศไทยแล้ว
 

ประโยชน์และสรรพคุณพญาวานร 

พญาวานรมีการนำไปใช้เป็นสมุนไพรสำหรับบำบัดรักษาโรคต่างๆมากมายหลายโรคสรรพคุณก็จะคล้ายๆกับว่านชักมดลูก โดยในคน ได้แก่ ความดันโลหิต ท้องเสีย ไขข้ออักเสบ คออักเสบ กระเพาะอาหารอักเสบ เนื้องอก ลำไส้อักเสบ ตกเลือด รักษาแผล ท้องผูก เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการนำมาใช้ในการรักษาและป้องกันโรคอหิวาต์และท้องเสียในสัตว์เลี้ยงอีกด้วย

            นอกจากนี้ในตำรายาพื้นบ้านของเวียดนามยังระบุถึงสรรพคุณของใบพญาวานรไว้ว่า แก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย จากการทำงานหนัก บรรเทาอาการประสาทหลอน แก้ไข้หวัด ตับอักเสบ ใช้ลดความดันโลหิต รักษาอาการทางเดินอาหารไม่ปกติ แก้อาการท้องไส้ไม่ปกติ รักษาอาการคอพอก แก้เคล็ด ขัดยอก กระดูกหัก รักษาอาการ ปัสสาวะเป็นเลือด ปัสสาวะขุ่นข้น รักษาอาการมดลูกหย่อนของหญิงคลอดบุตรใหม่ โดยจะช่วยให้มดลูกเข้าอู่ได้เร็ว ส่วนในประเทศไทยยังไม่มีการใช้พญาวานรอย่างแพร่หลายนักโดยที่มีใช้ก็จะเป็นการใช้ตามสรรพคุณของตำรายาพื้นบ้านเวียดนาม

ลักษณะทั่วไปพญาวานร

พญาวานรจัดเป็นไม้พุ่มพันธุ์ใบขนาดเล็ก สูง 1-3 เมตร ลำต้นเป็นรูปสี่เหลี่ยมตั้งตรง เปลือกต้นผิวเรียบสีเขียว ใบออกตามโคนง่านใบโดยจะออกเป็นใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปรีถึงรูปใบหอกมีสีเขียวมันเงา กว้าง 3-5 ซม. ยาว 5-15 ซม. โคนใบสอบ ปลายใบแหลมเรียว ขอบใบเรียบ มีเส้นแขนงใบ 8-11 คู่ ผิวใบมีขนยางห่าง (pilose) ดอกออกเป็นช่อแยกแขนงแบบช่อเชิงลด (spicilifom paniculate) มีใบประดับรูปแถบหรืออาจไม่มีใบประดับเลยก็ได้ มีก้านดอกย่อย ยาวประมาณ 0.5 ม.ม. และที่ก้านดอกย่อยกลีบเลี้ยง รวมถึงใบประดับจะมีขนสั้นนุ่ม สำหรับกลีบเลี้ยงมี 5 กลีบ รูปแถบ กลีบดอกเป็นสีชมพู น้ำเงิน ม่วง หรือเกือบดำ มีหลอดดอกรูปทรงกระบอก และดอกเป็นรูปปากแตร หรือรูปห้าแฉก

การขยายพันธุ์พญาวานร

พญาวานรสามารถขยายพันธุ์ได้โดยการปักชำ และการเพาะเมล็ด แต่วิธีที่เป็นที่นิยมในปัจจุบันคือการปักชำยอด ซึ่งวิธีนี้จะเกิดรากเร็ว และต้นก็ตั้งตัวได้เร็วอีกด้วย

ทั้งนี้พญาวานรเป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วน ดินร่วนปนทราย หรือดินมีความชื้นสูง และยังเป็นพืชที่ชอบที่ร่มหรือแสงแดดรำไร โดยเมื่อโตเต็มที่จะให้ใบมากถึง 700 – 1,000 ใบ/ต้น และหากเด็ดยอดจะสามารถแตกกิ่งได้มากขึ้น และยังเป็นพืชที่สามารถปลูกได้ทั้งในแปลงและในกระถางตามความเหมาะสมของพื้นที่


องค์ประกอบทางเคมี

มีการศึกษาวิจัยองค์ประกอบทางเคมีของใบพญาวานรพบว่ามีสาระสำคัญดังนี้

Flavonoids,β-sitosterol,phytol, 3-0-(β-D-glucopyranosyl)-sitosterol, สารผสมระหว่าง stigmasterol กับ poriferasterol,n-pentacosan-1-ol, สารผสมระหว่าง kaempferol-3-methyl ether-7-0-beta-glucoside กับ apigenin-7-0-β-glucoside, 1-triacontanol,salicylic acid,glycerol 1-hexadecanoate,palmitic acid และ pseuderantin เป็นต้น


ที่มา : Wikipedia

รูปแบบและขนาดวิธีใช้ 

มีการใช้ในพญาวานรตามสรรพคุณของตำรายาพื้นบ้านเวียนนามดังนี้

  1. ใช้รักษาอาการท้องไส้ไม่ปกติ , ปวดเมื่อยตามร่างกาย โดยรับประทานใบสด 7-14 ใบวันละ 2 ครั้ง
  2. ใช่รักษาโรคกระเพาะอาหารเป็นแผลและโรคที่เกี่ยวกับลำไส้โดย รับประทานใบสดครั้งละไม่เกิน 7 ใบ วันละ 2 ครั้ง และต้องรับประทานติดต่อกันไปจนครบ 50 ใบ
  3. ใช้รักษาโรคตับอักเสบ คอพอก โดยรับประทานใบสดครั้งละ 7 ใบ วันละ 3 ครั้ง ติดต่อกันไปจนครบ 150 ใบ
  4. ใช้รักษาโรคความดันโลหิตสูง รับประทานใบสดวันละ 5-9 ใบ
  5. ใช้รักษาโรคเบาหวานโดยรับประทานใบสด ในผู้ชายรับประทาน 7 ใบส่วนผู้หญิงรับประทานวันละ 9 ใบ ต่อวันและให้รับประทานเป็นเวลาภายใน 90 วัน
  6. ใช้รักษาอาการปัสสาวะแสบ ปัสสาวะเป็นเลือดโดยนำใบสด 14-21 ใบ คั้นเอาน้ำข้นๆ รับประทาน
  7. ใช้สำหรับสตรีหลังคลอดบุตร รับประทานใบสดวันละ 1 ใบ โดยรับประทานทุกวันจะทำให้มดลูกเข้าอู่เร็วกว่าปกติและจำทำให้ฟื้นสุขภาพได้เร็วขึ้น

การศึกษาทางเภสัชวิทยา

            ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ส่วนสกัดเอทิลอะซีเดท และบิวทานอลจากใบ ซึ่งมีฟลาโวนอยด์เป็นองค์ประกอบหลักมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ เมื่อทดลองโดยใช้ human blood peroxidase modei

            ฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด มีการศึกษาวิจัยฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด โดยนำสารสกัดจากใบพญาวานร (PPE) มาทดสอบพบว่า หนูกลุ่มที่เป็นโรคเบาหวานที่ได้รับสารสกัดจากใบพญาวานร (PPE) 250 มิลลิกรัม/กิโลกรัม สามารถลดระดับ Fasting plasma glucose (FPG) ได้อย่างมีนัยสำคัญ และเมื่อได้รับนาน 14 วัน พบว่ามีระดับ FPG ต่ำกว่าหนูในกลุ่มที่เป็นโรคเบาหวานซึ่งได้รับยา glibenclamide 0.25 มิลลิกรัม/กิโลกรัม อีกทั้งยังสามารถเพิ่มระดับ high-density lipoprotein (HDL) และช่วยลดระดับ Low-density lipoprotein (LDL) , total cholesterol (TC) , triglyceride (TG), blood urea nitrogen (BUN) , alkaline phosphatase (ALP) ได้อีกด้วย แต่การได้รับสารสกัดจากใบพญาวานรมากเกินไปอาจก่อให้เกิดพิษได้

            ฤทธิ์ต้านเชื้อรา  ส่วนสกัดเอทิลอะซีเดท และบิวทานอลจากใบ มีฤทธิ์ต้านเชื้อรา Candida atbicans และ C.stellatoides

            ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย  ส่วนสกัดเอทิลอะซีเดท และบิวทานอลจากใบ มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย 10 ชนิด โดยเฉพาะส่วนสกัดเอทิลอะซีเดทจะมีฤทธิ์แรงต่อเชื้อ Salmonella typhi 158,Shigella flexneri และ E.coli

            ฤทธิ์ยับยั้งการสร้างหลอดเลือด สารสกัดเมทานอลจากใบ ความเข้มขัน 100 มคก./มล.มีฤทธิ์อย่างอ่อน (น้อยกว่า 25%) ในการยับยั้งการสร้างหลอดเลือดในเซลล์ human umbilical venous

            นอกจากนี้ยังมีการศึกษาวิจัยพบว่าสารสกัดเมทานอลจากใบ เป็นพิษอย่างอ่อนต่อเซลล์มะเร็ง B16 melanoma โดยมีค่าความเข้มข้นที่ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์ครึ่งหนึ่ง (GI50) คือ มากกว่า 100 มคก.มล.

การศึกษาทางพิษวิทยา 

ไม่มีข้อมูล

ข้อแนะนำและข้อควรระวัง 

  1. แม้ว่าในตอนนี้จะมีการนำพญาวานร ใช้ในการรักษาโรคต่างๆ มากมาย แต่ก็ยังขาดข้อมูลการศึกษาทางคลินิกในคนขนาดที่เหมาะสมในการใช้ และความเป็นพิษ ดังนั้นจึงควรพิจารณา และระมัดระวังในการใช้
  2. เด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง รวมถึงผู้ที่ต้องรับประทานยาต่อเนื่องเป็นประจำก่อนจะใช้พญาวานร เป็นสมุนไพรบำบัดรักษาโรคต่างๆ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้เสมอ

 

เอกสารอ้างอิง

  1. เบญจพร ศรีสุวรมาศ และคณะ รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่องการศึกษาฤทธิ์ต้านจุลินทรีย์ของสมุนไพรพญาวานร โดยการมีส่วนร่วมของผู้ใช้สมุนไพร : พ.ศ.2552
  2. วงศ์สกัดฉั่วสกุล , อรัญญา ศรีบุศราคัม, ฮวานง็อก (Hoan Ngoc) สมุนไพรในกระแส.จุลสารข้อมูลสมุนไพร สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ปีที่ 25.ฉบับที่3.เมษายน 2551.หน้า3-6
  3. ว่านพญาวานร ความเป็นมงคล ประโยชน์ สรรพคุณและวิธีปลูก.พืชเกษตรดอทคอม.เว็บเพื่อพืชเกษตรไทย(ออนไลน์)เข้าถึงได้จากhttp://www.puechkaset.com
  4. Tran, T.A.and Ziegler,S.(2001). Utilization of medicinal plants in Bach Ma National Park, Vietnam. Medicinal Plant Conservation 7,3-5.
  5. กองโรงพยาลภูมิภาค (2542) คู่มือการปฏิบัติงานแบคทีเรีย.กรุงเทพฯ.สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข.กองวิทยาศาสตร์การแพทย์.(2529.)
  6. Le Vam Lan; Ziegler,S. and Grever,T. (2002). Utilization of forest products and environmental services in Bach Ma National Park, Vietnam. Hanoi Vietnam:German Development Service
  7. ข้อมูล.รศ.ดร.พาณี ศิริสะอาด.ลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ไทยนิวส์.ฉบับวันพุธที่18 มิถุนายน 2551 หน้า 5
  8. ต้นพญาวานร.กระดานถาม-ตอบ.สำนักงานข้อมูลสมุนไพรคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล (ออนไลน์)เข้าถึงได้จาก http://www.medplant.mahidol.ac.th/user/reply.asp?id=5420
  9. กัญจนา ธีระกุล และคณะ (2538) จุลชีววิทยาปฏิบัติการ.กรุงเทพฯคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  10. Dieu HK,Loc CB< Yamasaki S,Hirata Y.The effects of Pseuderanthemum palatiferum,a new medicinal plant, on growth performances and diarrhea of piglets JARQ 2006;40(1):85-91.