ควอซินอยด์

ควอซินอยด์

ชื่อสามัญ Quassinoids 

ประเภทและข้อแตกต่างควอซินอยด์

ควอซินอยด์ (Quassinoids) เป็นชื่อกลุ่มของสารที่ได้จากพืชธรรมชาติ ชนิดหนึ่งที่มีโครงสร้างคล้ายกับโครงสร้างแบบ tirucallane ของสารกลุ่มไตรเทอร์ปีนอยด์ (triterpenoids) ซึ่งสารกลุ่มนี้จะ มีวิถีชีวสังเคราะห์ (Biosynthetic pathway) แบบ mevalonic acid pathway เช่นเดียวกับสารตั้งต้นของสารกลุ่ม triterpenoids สำหรับประเภทของสารควอซินอยด์นั้น จากการศึกษาค้นคว้าพบว่า สามารถแยกออกไปได้อีกมากกว่า 150 ชนิด อาทิเช่น eurycomanol 6-dehydrorurycomalactone, eurycomalactone, 10-hydroxycathin-6-one, 6-hydroxy-5-eurycomaone, eurycolactone A, eurycolactone B, eurycolactone C, eurycolactone D และ laurycolactone B, eurycolactone E, eurycolactone F, 14,15β-dihydroxyklaineanone, longilactone และ 2,3-dehydro-4α-hydroxy-longilactone เป็นต้น 

แหล่งที่พบและแหล่งที่มาควอซินอยด์

สารกลุ่มควอซินอยด์ (Quassiniods) เป็นกลุ่มของสารที่สามารถพบได้ในธรรมชาติ แต่จะพบได้เฉพาะพืชสกุล Simaroubaceae อาทิเช่น ปลาไหลเผือก (Eurycoma longifolia Jack) และราชดัด (Brucea javanica) ซึ่งในปัจจุบันนิยมสกัดสารดังกล่าวจากส่วนต่างๆของปลาไหลเผือก(Eurycoma longifolia Jack) ซึ่งสารในกลุ่มควอซินอยด์ (Quassinoids) ในส่วนต่างๆของปลาไหลเผือกนั้นจะเป็นสารที่ให้รสขมแก่สมุนไพรชนิดนี้นั่นเอง

ปริมาณที่ควรได้รับควอซินอยด์

สำหรับปริมาณ/ขนาด ของสารกลุ่มควอซินอยด์ (Quassinoids) ที่สามารถใช้ได้อย่างปลอดภัยต่อวันนั้น จากการศึกษาค้นคว้าพบว่ายังไม่มีการกำหนดถึงขนาด/ปริมาณในการใช้สารดังกล่าวแต่อย่างใด ส่วนการใช้/การได้รับสารควอซินอยด์จะเป็นการใช้ในรูปแบบสมุนไพรจากพืชที่เป็นแหล่งของสารกลุ่มดังกล่าวทั้งในการใช้เป็นสมุนไพรเดี่ยวหรือนำไปผสมกับสมุนไพรอื่นๆ รวมถึงยังมีการใช้ในรูปแบบสารสกัดหยาบ (crude extract) จากพืชที่เป็นแหล่งของสารกลุ่มดังกล่าว โดยมีขนาดการใช้ในรูปแบบสารสกัดหยาบในรูปแบบสมุนไพร คือไม่ควรเกิน วันละ400 มิลลิกรัม/วัน และไม่ควรใช้ต่อเนื่องกันเกิน 3 เดือนอีกด้วย

ประโยชน์และโทษควอซินอยด์

การใช้ประโยชน์จากสารกลุ่มควอซินอยด์ (Quassinoids) จากสมุนไพรปลาไหลเผือกในปัจจุบัน จะเป็นการใช้ในรูปแบบสารสกัดหยาบ (crude extract) ทั้งในรูปแบบใช้เดี่ยวๆหรือใช้เป็นส่วนประกอบ/ส่วนผสมของตำรายาต่างๆอาทิเช่น ยาจันทร์ลีลา ยาสามราก และยาประสะเหมือดคน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีผลการศึกษาวิจัยพบว่า สารกลุ่มควอซินอยด์ (Quassinoids) มีฤทธิ์ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ต้านการอักเสบ เพิ่มกระบวนการสร้างอสุจิ ต้านไวรัส ลดความวิตกกังวล ลดน้ำตาลในเลือด ช่วยลดไข้ มีฤทธิ์ต้านเชื้อมาลาเรีย และปรสิต ต้านมะเร็งและเซลล์เนื้องอก เป็นต้น

การศึกษาวิจัยที่เกี่ยวข้องควอซินอยด์

จากการรวบรวมและสืบค้นงานวิจัยฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของสารกลุ่มควอซินอยด์พบว่ามีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ดังนี้

ฤทธิ์ต่อสมรรถภาพทางเพศและฮอร์โมน (effect of Eurycoma longifolia on sexual performance and hormones) สารสกัดมาตรฐานจากรากปลาไหลเผือก TAF 273 ที่ประกอบด้วยสาร eurycomanone และ13α,21-dihydroeurycomanone สามารถลดความผิดปกติของโรคทางระบบสืบพันธุ์ที่กระตุ้นด้วยฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในหนูเพศเมียได้ โดยหนูเพศเมียที่ได้รับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนขนาด 10 mg/kg ทุกวันเป็นเวลา3 สัปดาห์ จะมีอาการผิดปกติของรอบฮอร์โมนเอสโตรเจนและเกิดถุงนำของเซลล์ไข่ในรังไข่ (ovarian cysticfollicles) ในหนูกลุ่มที่ได้รับสารสกัด TAF 273 จะมีจำนวนหนูที่มีอาการผิดปกติของรอบฮอร์โมนเอสโตรเจน จำนวนน้อย และมีเซลล์ไข่ที่มีโครงสร้างถูกทำลายลดลง ซึ่งแสดงว่าสารกลุ่ม quassinoids มีฤทธิ์ต้านเอสโตรเจน (anti-estrogenic property) และยังมีการศึกษาผลของสารสกัดปลาไหลเผือกที่สกัดด้วยนำภายใต้ความดันสูงตามเอกสารสิทธิบัตรเลขที่ US 7,132,117 B2 ซึ่งมีปริมาณของ eurycomanone อยู่ 1.604% ต่อป้องกันการละลายของกระดูก (bone resorption) เนื่องจากการขาดฮอร์โมนเพศชาย (androgen) พบว่าเมื่อให้สารสกัดขนาด 15 mg/kg ต่อวันในหนูที่ถูกตัดอัณฑะเป็นเวลา 6 สัปดาห์พบว่า มีปริมาณฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญค่าบ่งชี้ การละลายของกระดูกมีค่าลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (p < 0.05) เมื่อเปรียบเทียบกับก่อนได้รับสารสกัดและมีการแสดงออกของยีนที่สร้างโปรตีน osteoprotegerin มากขึ้น ซึ่งเกี่ยวข้องกับการยับยั้งการละลายของกระดูก

นอกจากนี้ในหนูเพศผู้ที่ได้รับสารสกัด F2 ที่ได้จากการแยกสารสกัดหยาบเมทานอลจากรากปลาไหลเผือกด้วย HP20 resin ซึ่งมีสาร eurycomanone เป็นสารสำคัญ ขนาด 25 mg/kg ต่อวัน เป็นเวลา 48 สัปดาห์พบว่ามีความเข้มข้นของตัวอสุจิเพิ่มมากข้น มีปริมาณของ spermatocyte และปริมาณของ spermatid ระยะที่ 7ในกระบวนการสร้างตัวอสุจิ (spermatogenesis cycle) เพิ่มมากข้น เมื่อเปรียบเทียบกับหนูในกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ (p < 0.05) มีอัตราการสร้าง spermatozoa เพิ่มมากข้น มี Leydig cell เพิ่มมากขึ้นมีระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนเพิ่มมากขึ้น มีระดับฮอร์โมน LH (Luteinizing Hormone) และ FSH (Follicle Stimulating Hormone) เพิ่มมากขึ้น มีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง โดยสาร eurycomanone และ13α-dihydroeurycomanone ในสารสกัด F2 มีฤทธิ์เพิ่มปริมาณเทสโทสเตอโรนที่สร้างจาก Leydig cell (in vitro) ได้อย่างมีนัยสำคัญ (p < 0.05) ซึ่งจากผลการทดลองแสดงว่าสารสกัด F2 จากรากปลาไหลเผือกที่มีสาร eurycomanone เป็นสารสำคัญทำให้สร้างตัวอสุจิได้มากขึ้น โดยผ่านการควบคุมของ hypothalamicpituitary-gonadal axis  นอกจากนี้ สาร eurycomanone ยังเพิ่มการสร้างฮอร์โมน เทสโทสเตอโรนของ Leydig cell โดยการยับยั้งเอนไซม์ aromatase ที่เปลี่ยนฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนให้เป็นเอสโตเจน และสารสกัดในปริมาณที่สูงอาจจะสามารถยับยั้งเอนไซม์ phosphodiesterase ได้

ฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็ง (anti-cancer activity) มีการศึกษาวิจัยพบว่าสารกลุ่ม quassinoids ได้แก่ 6α-hydroxyeurycomalactone, longilactone, 14,15βdihydroxyklaineanone,11-dehydroklaineanone,eurycomalactone,5,6-dehydroeurycomalatone มีฤทธิ์ความเป็นพิษต่อเซลล์ P388 (leukemia cell) และ KB (mouth epidermal carcinoma cells)ในหลอดทดลอง ส่วนสาร 6-dehydroxylongilactone และ 7α-hydroxyeurycomalactone มีความเป็นพิษต่อเซลล์ P388 โดยมีค่า IC50 เท่ากับ 0.66 และ 0.11 µg/ml ตามลำดับ สาร 14,15β-dihydroxyklaineanone มีฤทธิ์ยับยั้งการเกิดเนื้องอก (tumor) ที่กระตุ้นโดยเชื้อไวรัสEpstein-Barr โดยมีค่า IC50 เท่ากับ 5 µM และสาร eurycomanone มีความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งตับ (human hepatocarcinoma cells, HepG2) โดยชักนำให้เซลล์มะเร็งตับเกิดกระบวนการ apoptosis ซึ่งเกี่ยวข้องกับการ up-regulation ของโปรตีน p53 (tumor suppressor protein) การเพิ่มข้นของโปรตีน Bax (pro-apoptotic protein) และการลดลงของโปรตีน Bcl-2 (anti-apoptotic protein) นอกจากนี้สารกลุ่ม quassinoids ยังมีความเป็นพิษต่อ metastatic HT-1080 human fibrosarcoma cell line โดยเฉพาะ eurycomalactone (IC50 เท่ากับ 0.98 µM) 14,15β-dihydroxyklaineanone (IC50 เท่ากับ 1.1 µM) 13,21-dihydroeurycomanone (IC50 เท่ากับ 0.93 µM) ขณะที่ 5-fluorouracil และ doxorubicin ที่ใช้ในเป็น positive control มีค่า IC50 เท่ากับ 5.2 และ 0.53 µM ตามลำดับ

ฤทธิ์ต้านการอักเสบ (anti-inflammatory activity) สาร eurycomalactone, 13,21-dehydroeurycomanone และ 14,15β-dihydroklaieanone มีฤทธิ์ยับยั้ง NF-κB โดยมีค่า IC50 เท่ากับ 0.5, 0.7 และ 1.0 µM ตามลำดับ จากผลการศึกษาพบว่าสารกลุ่ม C19 quassinoids เช่นeurycomalactone, 7α-hydroxyeurycomalactone (IC50 เท่ากับ 1.5 µM) และ eurycolacton E (IC50 เท่ากับ 3.8 µM), C20 quassinoids เช่น 13,21-dehydroeurycomanone, 14,15β-dihydroklaieanone แ ล ะ 11-dehydroklaieanone (IC50 เท่ากับ 1.9 µM), canthin-6-one alkaloids เช่น 9-hydroxycanthin-6-one (IC50 เท่ากับ 3.8 µM) และ β-carboline alkaloids คือ 1-methoxycarbonyl- β-carboline (IC50 เท่ากับ 29.3 µM) มีฤทธิ์ยับยั้ง NF-κB ในขณะที่สารกลุ่ม C18 quassinoids, สารกลุ่มฟีนอลิค (phenolic compounds), สารกลุ่มคูมาริน (coumarins), สาร squalene derivative และสารกลุ่ม triterpenoids ไม่มีฤทธิ์ยับยั้ง NF-κB ที่ความเข้มข้น 30 µM

ฤทธิ์ต้านมาลาเรียและปรสิต (anti-malarial and antiparasite activities) สาร eurycomanol-2-O-β-D-glycopyranoside และ eurycomanol มีฤทธิ์ต้านเชื้อPlasmodium falciparum (Gombak A strain) โดยมีค่า IC50 เท่ากับ 1.590+0.169 และ 1.544+0.137 µg/ml ตามลำดับ ซึ่งมีฤทธิ์น้อยกว่า chloroquine (IC50 เท่ากับ 0.144+0.042 µg/ml) และ quinine (IC50 เท่ากับ 0.069+0.001 µg/ml) สาร 11-dehydroklaineanone, 15β-hydroxyklaineanone และ14,15βdihydroxyklaineanone มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อพลาสโมเดียม โดยมีค่า IC50 เท่ากับ 5.3, 5.3 และ 5.0 µM ตามลำดับ และสารกลุ่ม quassinoids จากรากปลาไหลเผือกได้แก่ eurycomanone, 13,21-dihydroeurycomanone, 13α(21)-epoxyeurycomanone และ eurycomalactone และสาร 9-methoxycanthin-6-one มีฤทธิ์ต้านเชื้อ P. falciparum สายพันธุ์ Gombak A โดยมีค่า IC50 เท่ากับ 0.56,0.71, 1.06, 4.48 และ 3.76 µM ตามลำดับ นอกจากนี้ยังมีรายงานการศึกษาความเป็นพิษระบุว่า

การศึกษาความเป็นพิษควอซินอยด์

จากการศึกษาความเป็นพิษแบบเฉียบพลันของสารสกัดรากปลาไหลเผือก (Eurycoma longifolia Jack) ซึ่งมีสาร quassinoidsเป็นสารสำคัญในการออกฤทธิ์ พบว่าขนาดที่ทำให้หนูแรทเพศผู้และเพศเมียตายครึ่งนึง (LD50) คือ 1,293 และ > 2,000 มก./กก.น้ำหนักตัว ตามลำดับ และการศึกษาต่อระบบสืบพันธุ์ของหนูแรททั้งเพศผู้และเพศเมียโดยป้อนรากปลาไหลเผือก ขนาด 10, 25 และ 100 มก./กก.น้ำหนักตัว พบว่ารากปลาไหลเผือกมีผลเพิ่มดัชนีชี้วัดการเจริญพันธุ์ของหนูแรทเพศผู้ เมื่อได้รับสารสกัดนานติดต่อกัน 28 วัน และมีช่วยลดเปอร์เซนต์การสูญเสียศักยภาพในการฝังตัวของตัวอ่อน ทั้งก่อนและหลังกระบวนการฝังตัว (pre-implantation loss and post-implantation loss) ลดการฝ่อของตัวอ่อนในครรภ์ (late resorption) ในหนูแรทเพศเมียที่ได้รับสารสกัดติดต่อกัน 14 วัน ไม่พบอาการความเป็นพิษอื่นๆ และไม่พบความความผิดปกติต่อทารกในครรภ์ แสดงให้เห็นว่าขนาดสูงที่สุดของรากปลาไหลเผือกซึ่งได้รับทุกวันแล้วไม่ทำให้เกิดความเป็นพิษหรือผลเสียใดๆ ต่อร่างกาย (no-observed-adverse-effect level: NOAEL) คือ 100 มก./กก.น้ำหนักตัว ซึ่งมีค่าต่ำกว่าค่าLD50 ถึง 10 เท่า

ส่วนอีกการศึกษาหนึ่งระบุว่าการศึกษาความเป็นพิษเฉียบพลันของสารสกัดเอทานอล 34% และสารสกัดน้ำจากรากปลาไหลเผือกที่มีสารกลุ่มควอซินอยด์ (Quassinoids) เป็นสารออกฤทธิ์หลัก โดยการป้อนให้ทางปากพบว่า ค่าความเข้มข้นที่ทำให้หนูเม้าส์ตายครึ่งหนึ่ง (LD50) มีค่าเท่ากับ 1,500-2,000 และมากกว่า 3,000มก./กก. น้ำหนักตัว ตามลำดับ (22) และเมื่อทดสอบด้วยวิธีการฉีดเข้าช่องท้องพบว่า สารสกัดลำดับส่วนบิวทานอลที่แยกจากสารสกัดเอทานอล 50% มีความเป็นพิษมากที่สุด โดยสารที่มีความเป็นพิษมากที่สุดคือ eurycomanone

ข้อแนะนำและข้อควรปฏิบัติ

ในการใช้สารกลุ่ม Quassinoids ซึ่งเป็นสาระสำคัญที่ออกฤทธิ์ในปลาไหลเผือก ซึ่งหากได้รับในปริมาณที่พอดีก็เป็นประโยชน์ต่อร่างกายแต่หากได้รับมากเกินไปก็อาจก่อให้เกิดโทษได้ ซึ่งมีข้อควรระวังดังนี้

  1. ไม่ควรใช้ในปริมาณมากเกิน 400 มก./วัน และไม่ควรใช้ติดต่อกันเกิน 3 เดือน) เพราะอาจส่งผลเสียต่อตับได้
  2. สตรีมีครรภ์หรือสตรีให้นมบุตร และเด็กเล็กไม่ควรรับประทาน เนื่องจากยังไม่มีรายงานความปลอดภัย
  3. ผู้ป่วยที่ใช้ยารักษาความดันโลหิตสูง propanolol ควรหลีกเลี่ยง เนื่องจากมีรายงานการวิจัยระบุว่า สารสกัดรากปลาไหลเผือกมีผลยับยั้งการดูดซึมของยาดังกล่าว
  4. ควรระมัดระวังการใช้ร่วมกับยารักษาโรคเบาหวาน เพราะสารกลุ่มดังกล่าวมีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดซึ่งอาจเสริมฤทธิ์ยาจนทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้
  5. ควรระมัดระวังการใช้ร่วมกับยาสลายลิ่มเลือดหรือยาป้องกันการแข็งตัวของเลือดเช่น วาฟฟารินและแอสไพริน เพราะอาจเสริมฤทธิ์ยาจนทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้

 

อ้างอิง ควอซินอล

  1. พิชานันท์ ลีแก้ว. ปลาไหลเผือก...สมุนไพรสำหรับสุภาพบุรุษ. สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
  2. รศ.ดร.ภญ.อ้อมบุญ วัลลิสุต. สมุนไพรสำหรับเบาหวาน. บทความเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน.สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
  3. นิจศิริ เรืองรังษี, ชัยศักดิ์ จันศรีนิยม, นิรันดร์ วิพันธุ์เงิน. รายงานฉบับสมบูรณ์. การศึกษาวิจัยสมุนไพรปลาไหลเผือก เพื่อประเมินค่าและความสำคัญประกอบพิจารณาในการประกาศให้เป็นสมุนไพรควบคุมตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย. 49 หน้า
  4. การศึกษาความเป็นพิษของปลาไหลเผือก. ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร. สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
  5. Chan KL, Lee SP, Sam TW, Tan SC, Noguchi H, Sankawa U. 13β,18-dihydroeurycomanol, a quassinoid from Eurycoma longifolia. Phytochemistry. 1991;30(9):3138–41.
  6. Chan KL, Lee S, Sam TW, Han BH. A quassinoid glycoside from the roots of Eurycoma longifolia. Phytochemistry. 1989;28(10):2857–9.
  7. Jiwajinda S, Santisopasri V, Murakami A, Kawanaka M, Kawanaka H, Gasquet M, et al. In vitro anti-tumor promoting and anti-parasitic activities of the quassinoids from Eurycoma longifolia, a medicinal plant in Southeast Asia. Journal of Ethnopharmacology. 2002;82(1):55–8.
  8. Bhat R, Karim AA. Tongkat Ali (Eurycoma longifolia Jack): a review on its ethnobotany and pharmacological importance. Fitoterapia. 2010; 81(7): 669-79.
  9. Tran TVA, Malainer C, Schwaiger S, Atanasov AG, Heiss EH, Dirsch VM, et al. NF-κB Inhibitors from Eurycoma longifolia. Journal of Natural Products. 2014;77(3):483–8.
  10. Ang HH, Hitotsuyanagi Y, Takeya K. Eurycolactones A–C, novel quassinoids from Eurycoma longifolia. Tetrahedron Letters. 2000;41(35):6849–53.
  11. Abdulghani M, Hussin AH, Sulaiman SA, Chan KL. The ameliorative effects of Eurycoma longifolia Jack on testosterone-induced reproductive disorders in female rats. Reproductive Biology. 2012;12(2):247–55.
  12. Salman SA, Amrah S, Wahab MS, Ismail Z, Ismail R, Yuen KH, et al. Modification of propranolol's bioavailability by Eurycoma longifolia water-based extract. J Clin Pharm Ther. 2010; 35(6): 691-6.
  13. Zakaria Y, Rahmat A, Pihie AHHL, Abdullah NR, Houghton PJ. Eurycomanone induce apoptosis in HepG2 cells via up-regulation of p53. Cancer Cell International. 2009;9(1):1–21.
  14. Teh C-H, Morita H, Shirota O, Chan K-L. 2,3-Dehydro-4α-hydroxylongilactone, a novel quassinoid and two known phenyl propanoids from Eurycoma longifolia Jack. Food Chemistry. 2010;120(3):794–8.
  15. Low B-S, Choi S-B, Abdul Wahab H, Kumar Das P, Chan K-L. Eurycomanone, the major quassinoid in Eurycoma longifolia root extract increases spermatogenesis by inhibiting the activity of phosphodiesterase and aromatase in steroidogenesis. Journal of Ethnopharmacology. 2013;149(1):201–7.
  16. Satayavivad J, Soonthornchareonnon N, Somanabandhu A, Thebtaranonth Y. Toxicological and antimalarial activity of eurycomalactone and Eurycoma longifolia Jack extracs in mice. Thai J Phytopharm. 1998; 5(2): 14-24.
  17. Shuid AN, El-arabi E, Effendy NM, Razak HSA, Muhammad N, Mohamed N, et al. Eurycoma longifolia upregulates osteoprotegerin gene expression in androgen- deficient osteoporosis rat model. BMC Complementary and Alternative Medicine. 2012;12:152.
  18. Shahida AN, Wongb TW, and Choo CY. Hypoglycemic effect of quassinoids from Brucea javanica (L.) Merr (Simaroubaceae) seeds, Journal of Ethnopharmacology, 2009; 124(3):586-591. Available online 9 May 2009 doi:10.1016/j.jep.2009.04.058.
  19. Miyake K, Tezuka Y, Awale S, Li F, Kadota S. Quassinoids from Eurycoma longifolia. Journal of Natural Products. 2009;72(12):2135–40.
  20. Ang HH, Hitotsuyanagi Y, Fukaya H, Takeya K. Quassinoids from Eurycoma longifolia. Phytochemistry. 2002;59(8):833–7.
  21. Itokawa H, Kishi E, Morita H, Takeya K. Cytotoxic quassinoids and Tirucallane-type triterpenes from the woods of Eurycoma longifolia. Chemical and Pharmaceutical Bulletin. 1992;40 (4):1053–55.