วิตามินบี 5

วิตามินบี 5

ชื่อสามัญ  Pantothenic acid

 

ประเภทและข้อแตกต่าง

วิตามินบี 5 หรือ กรดแพนโทธีนิค (Pantothenic acid) จัดเป็นวิตามินชนิดที่ลลายได้ในน้ำ และยังอยู่ในกลุ่มวิตามินบีรวม โดยเป็นสารประกอบอินทรีย์เคมีที่เป็นกรดอิสระ มีลักษณะเป็นของเหลวหนืดสีเหลืองอ่อนและสลายตัวง่ายเมื่อถูกความร้อนกรดแก่และด่างแก่ ซึ่งเป้นสารชนิดเดียวกันกับสารที่เป็นปัจจัยการเจริญเติบโตของยีสต์  โดยชื่อของกรดนี้มาจากคำว่า panthos ในภาษากรีก ที่แปลว่า “มีทุกที่ทุกฤดูกาล” หมายความว่าสารอาหารชนิดนี้ (Pantothenic acid) มีอยู่ในสัตว์และพืชเกือบทุกชนิดตลอดทั้งปี และมีประวัติการค้นพบเมื่อ ค.ศ.1938 โดย Dr.R.R. William ซึ่งได้แยกกรดแพนโทเธนิคออกจากตับและยีสต์

           สำหรับประเภทของวิตามินบี 5 (Pantothenic acid) นั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ ประเภทที่มีอยู่ในแหล่งอาหารทั่วไปทั้งในสัตว์และพืช ซึ่งเมื่อรับประทานเข้าไปแล้วร่างกายจะแปรเปลี่ยนเป็นวิตามินบี 5 (Pantothenic acid) ต่อไป และประเภทที่เกิดจากการสกัดแหล่งอาหารที่มีวิตามินบี 5 (Pantothenic acid) โดยจะได้เป็นสารบริสุทธิ์ออกมาในรูปแบบของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แต่โดยส่วนมากแล้ว สารสกัดวิตามินบี 5 นี้ มักจะผสมอยู่ในรูปของวิตามินบีรวมมากว่ารูปแบบวิตามินบี 5 เดี่ยว ๆ

แหล่งที่พบและแหล่งที่มา

โดยปกติแล้วร่างกายของเราสามารถสังเคราะห์วิตามินบี 5 (Pantothenic acid) ขึ้นเองได้ด้วยแบคทีเรียในลำไส้ โดยสามารถสร้างได้ถึง 2.2 mg/kg. ของน้ำหนักอุจจาระ/วัน (คนปกติมีอุจจาะในลำไส้ประมาณ 500 กรัม) ทำให้สังเคราะห์วิตามินบี 5 (Pantothenic acid) ประมาณวันละ 1 mg.

            ซึ่งก็เป็นประมาณที่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายใน 1 วัน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องหาวิตามินบี 5 จากแหล่งอื่นมาเสริม สำหรับแหล่งของวิตามินบี 5 ในธรรมชาตินั้นอยู่ในรูปของอาหารต่าง ๆ โดยเฉพาะยีสต์ที่มีปริมาณกรดแพนไทธีนิคสูงมาก

            นอกจากนี้ยังพบมากในเนื้อเยื่อต่าง ๆ ของสัตว์ เนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ เช่น หัวใจ ตับ และไต ไข่ ไก่ (ไข่แดง) เนยแข็ง โยเกิร์ต ธัญพืชไม่ขัดสี และพืชสีเขียว

 

       ชนิดอาหาร (100 กรัม)                       ปริมาณกรดแพนโทธีนิค (มิลลิกรัม)

น้ำนมพาสเจอร์ไรซ์                                                         0.35

โยเกิร์ตไขมันต่ำ                                                              0.45

นมผงชนิดละลายได้ทันที                                               4.02

        โมเดลลิน                                                                       3.03-4.24

ตับ                                                                                  8.0

ไข่ไก่ ทั้งฟอง                                                                 1.77

ไข่แดง                                                                           4.6

เนื้อวัว เนื้อแกะ                                                               0.6

      เนื้อหมู                                                                           0.7-1.1

Royal Jelly (fresh)                                                        11.3

สาหร่ายเกลียวทอง                                                        0.11

          เครื่องดื่มมอลด์สกัด                                                       1.72-8.96

ข้าวขาว                                                                         0.4

กะหล่ำปลี                                                                      0.2

บรอคโคลี่                                                                      1.2

หัวผักกาด                                                                      0.25

เห็ด                                                                                2.0

ข้าวโพดหวาน                                                                0.7

ยีสต์ (สำหรับทำขนมปัง)                                               11.0

            แต่อย่างไรก็ตามการคงสภาพของวิตามินบี 5 นี้จะไม่คงทนเพราะมักจะถูก  ทำลายโดยความร้อนและกรด เช่น น้ำส้ม น้ำส้มสายชู รวมถึงต่าง เช่น Baking Soda เป็นต้น นอกจากนี้วิตามินบี 5 ในอาหารจะลดลงตามกาลเวลา เช่น อาหารกระป๋อง อาหารแห้ง รวมถึงวิตามินแบบเม็ดจะสูญเสียวิตามินบี 5 ไปประมาณ 50% ในเวลา 1 ปี ผลหรือไม้สดในอุณหภูมิห้อง 1 สัปดาห์ จะเสียกรดแพนโทเธนิคไปประมาณ 20%

ปริมาณที่ควรได้รับ 

สำหรับปริมาณวิตามินบี 5 (Pantothenic acid) ที่ควรได้รับในแต่ละวัน อ้างอิงตามตารางสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคประจำวันสำหรับคนไทยอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป (THAI RDI) ตามบัญชีหมายเลข 3 แนบท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 182) พ.ศ.2541 ระบุว่า ควรบริโภควิตามินบี 5 (Pantothenic acid) 6 มิลลิกรัม/วัน ในส่วนของสารสกัดวิตามินบี 5 ในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งมักจะอยู่ในรูปวิตามินบีรวม มีขนาดที่แนะนำให้บริโภค คือ 10-300 มิลลิกรัม/วัน

ประโยชน์และโทษ

วิตามินบี 5 (Pantothenic acid) มีประโยชน์หลายประการ เช่น สลายคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ให้เป็นพลังงานเพื่อใช้ในแต่ละวัน , สร้างวิตามิน A และ D ในร่างกาย , สร้าง Acetylcholine ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่สำคัญของระบบพาราซิมพาเทติก , สร้างฮิโมโกลบินและ electron-carrying cytochrome proteins ในเลือด , ช่วยสร้างกรดอะมิโน leucine , arginine และ methionine , สร้างภูมิคุ้มกันเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค ช่วยลดพิษของยา เช่น ผลจากยาปฏิชีวนะ และผลข้างเคียงของตัวสร้างภูมิคุ้มกัน , รักษาความสมดุลของ ของเหลวเนื้อเยื่อ, ช่วยลดความเจ็บปวดจากโรคข้ออักเสบ , รักษาอาการเหน็บชาที่มือและเท้า  และยังช่วยลดความเครียด (Anti-stress vitamin) และมีบทบาทหน้าที่เสริมฤทธิ์ทำงานร่วมกับวิตามินบีอื่น ๆ เพื่อรักษาระดับปริมาณวิตามินในร่างกายให้อยู่ในสมดุลอีกครั้ง

            สำหรับโทษของวิตามินบี 5 (Pantothenic acid) นั้น หากเป็นการรับประทานในรูปแบบของอาหารทั่วไป ยังไม่มีรายงานการเกิดพิษ เพราะเป็นวิตามินที่ละลายได้ในน้ำและร่างกายก็สามารถขับออกได้ แต่ส่วนมากมักจะเกิดกับคนที่รับประทานวิตามินบี 5 ในรูปแบบผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่รับประทานเกินขนาดมากกว่า 10 – 20 กรัม โดยจะมีอาการท้องเสีย มีน้ำคั่งในเยื่อหุ้มปอด และเยื่อหุ้มหัวใจ เป็นต้น ส่วนในกรณีที่ร่างกายขวดวิตามินบี 5 นั้นจะส่งผลกระทบต่อร่างกายมากกว่าโดยมีอาการดังนี้ มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง เมื่อยล้า อ่อนเพลีย กระตุกหรือเป็นตะคริวได้ง่าย โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง มีอาการปวดศีรษะคลื่นไส้อาเจียนและแสบร้อนตามผิวหนังเหมือนมีเข็มทิ่มมือและเท้า โลหิตจางและอาจมีปัญหาการไหลเวียนของเลือด ระบบประสาทผิดปกติ จนเป็นผลให้รู้สึกเหนื่อยง่าย หงุดหงิดและมีภาวะตึงเครียด ผมหงอกขาว ติดเชื้อง่ายมีภูมิต้านทานต่ำ เป็นต้น

            ทั้งนี้ผู้ที่ขาดวิตามินบี 5 ก็มักขาดวิตามินบีตัวอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน ส่วนการขาดวิตามินบี 12 วิตามินบี 9 วิตามินบี 7 ก็เป็นสาเหตุให้ขาดวิตามินบี 5 เพราะสารตัวดังกล่าวจำเป็นสำหรับเมตาบอลิซึมของกรดแพนโทเธนิค


การศึกษาวิจัยที่เกี่ยวข้อง

มีผลการศึกษาวิจัยระบบ metabolism ของวิตามินบี 5 (Pantothenic acid) ระบุว่า Pantothenic acid เป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์โคเอนไซม์เอ (Coenzyme A) มีบทบาทสำคัญในกระบวนการเมแทบอลิซึมของคาร์โบไฮเดรดและลิปิด โดยเฉพาะกรดไขมัน โดยเป็นองค์ประกอบของสารตัวกลาง ในกระบวนการเมแทบอลิซึมที่สำคัญ คือ อะซิติลโคเอ (AcetylcoA) และเกี่ยวข้องในการสังเคราะห์ฮีม (Heme) และยังเป็นสาระสำคัญในกระบวนการ Kreb’s cycle โดยจะดูดซึมบริเวณลำไส้เล็ก ซึ่งจะดุดซึมเข้าไปในร่างกายและเนื้อเยื่อต่าง ๆ จากนั้นก็จะถูกเปลี่ยนเป็นไคเอนไซมืเอ เพื่อเข้าสู่กระบวนการเมตาบิลิซึม เพื่อเป็นพลังงานต่อไป สำหรับ (Pantothenic acid)ส่วนที่เหลือก็จะถูกขับถ่ายออกมาทางปัสสาวะ(ซึ่งอาจจะมีการขับถ่ายทางเหงื่อเล็กน้อย)

            นอกจากนี้ยังมีการศึกษาทางคลินิกเกี่ยวกับฤทธิ์ลดปริมาณไขมันบนใบหน้าของ (Pantothenic acid)ด้วยวิธีการศึกษาแบบ Randomized , double-blind placebo contrclled trial โดยคัดเลือกอาสาสมัครที่มีปัญหาผิวหน้ามัน มาวัดปริมาณไขมันบนใบหน้าด้วยเครื่อง sebumeter ซึ่งเกณฑ์ของอาสาสมัครต้องได้ค่ามากกว่า 100 µg sebum/cm2 จากนั้นอาสาสมัคร 40 คน ได้รับการสุ่มการรักษาเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกได้รับ Pantothenic acid  และกลุ่มที่สอง ได้รับยาหลอกในปริมาณ 500 มิลลิกรัม โดยให้รับประทานวันละ 2 ครั้งหลังอาหาร เป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ ซึ่งมีการนัดตรวจติดตามปริมาณไขมันบนใบหน้าที่ตำแหน่งต่าง ๆ ได้แก่ หน้าผาก จมูก แก้มสองข้างที่ 2, 4 และ 8 สัปดาห์หลังการรักษา หลังจากนั้นวัดปริมาณไขมันบนใบหน้าอีกครั้งหลังหยุดยาเป็นเวลา 4 สัปดาห์ และทำการประเมินผลข้างเคียง รวมทั้งความพึงพอใจของอาสาสมัครโดยใช้แบบสอบถาม ใช้สถิติในการประเมินการเปลี่ยนแปลงก่อนและหลังการรักษาด้วย Pair-Samples t-test แล้วเปรียบเทียบผลการักษาระหว่า ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มอาสาสมัครที่ได้รับแพนโธทีนิค เอซิต มีปริมาณไขมันบริเวณใบหน้าเฉลี่ย ลดลงในสัปดาห์ที่ 8 ซึ่งเหลว (แต่หายได้เอง) ในกลุ่มที่ได้รับแพนโธทีนิค เอซิด คิดเป็นร้อยละ 9.1 และยังพบว่าสามารถลดปริมาณไขมันเฉลี่ยทั่วใบหน้าได้ร้อยละ 14.80 ที่ 8 สัปดาห์ เมื่อเทียบกับยาหลอก

ส่วนผลการศึกษาความเป็นพิษของวิตามินบี 5 (Pantothenic acid) ระบุว่าพบผู้ป่วยที่รับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่มี Pantothenic acid วันละ 10-20 กรัม (ซึ่งร่างกายต้องการเพียงวันละ 6 มิลลิกรัม) มีอาการท้องเสีย และมีน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอดรวมถึงเยื่อหุ้มหัวใจชนิดที่มีเม็ดเลือดอิโอสิโนฟิลสูง นอกจากนี้พบว่าการรับประทาน Pantothenic acid ในขนาดที่สูงยังรบกวนการดูดซึมไบโอตินของร่างกายอีกด้วย

ข้อแนะนำและข้อควรปฏิบัติ 

  1. วิตามินบี 5 มีการทำงานร่วมกับวิตามินอื่น ๆ เช่น วิตามินบี 2,7,9,12 ซึ่งหากขาดวิตามินชนิดใดชนิดหนึ่ง อาจทำให้เกิดภาวะขาดวิตามินชนิดอื่น ๆ ได้ ดังนั้นควรรับประทานอาหารที่มีสารอาหารและวิตามินให้ครบเป็นประจำ
  2. วิตามินบี 5 (Pantothenic acid) สามารถสลายตัวได้ง่าย เมื่อโดนความร้อนกรดและด่าง ดังนั้น ในการเตรียมวัตถุดิบในการเตรียมอาหารหรือการเก็บวิตามินบี 5 ที่เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจึงควรหลีกเลี่ยงสภาวะดังกล่าว
  3. การรับประทานวิตามินบี 5 ในรูปแบบอาหารเสริมไม่ควรรับประทานเกินขนาดที่ระบุไว้ เพราะมีรายงานการเกิดพิษจากการรับประทานเกินขนาด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้

 

เอกสารอ้างอิง

  1. ศรีนวล เจียจันทร์พงษ์,ผู้แปลและเรียบเรียง.อาหารและสุขภาพ.ฉบับที่30.กรุงเทพฯ:ธนวัชช์การพิมพ์,มปป.หน้า28.
  2. อรทัย ลีลาพจนาพร.การประยุกต์ใช้กรดแพนโทธีนิค-วิตามินบี 5 ในผลิตภัณฑ์สุขภาพ.วารสารกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ปีที่50.ฉบับที่160.กันยายน 2545.หน้า28-31
  3. Earl Mindell and Hester Mundis Arrnonk.The New vitamin bible.New York.2004.
  4. Machlin,L.J.,edil.Handbook of vitamins.2nded. New York: Marcel Dekker, 1991. P.430-447.
  5. Gaddi, A., Descovich, G.C., Noseda, G., &  Frgiacomo, C. (1984). Controlled evaluation of pantethine , a natural hypolipideimic compound , in patient with different forms of hyperliproproteinemia. Atherosclerosis,50(1), 73-83.
  6. Kutsky,R.J., Handbook of vitaminsminerals and hormones. 2nd ed. New York:Van Nostrand Rcinhols,1981. P.286-295.
  7. Murai, A., Miyahara, T., Tanaka, T., & Sako, Y. (1983). Effects of pantethine on lipid and lipoprotein abnormalities insurvivors of cerebrak infarction. Artery, 12(4), 234-243.
  8. The Technology of vitamins in food. Edited by P.B. Ottaway, Glasgow: Blackies Academic & Professional, 1993. P.35-37.