สำรอง ประโยชน์ดีๆ สรรพคุณเด่นๆ และข้อมูลงานวิจัย

สำรอง

ชื่อสมุนไพร สำรอง
ชื่ออื่น/ชื่อท้องถิ่น  ลูกสำรอง (ทั่วไป,ภาคกลาง),ปักจอง (ภาคอีสาน) ,แก่นเฉา,ท้ายเภา (ภาคใต้) , พุงทะลาย (ภาคตะวันออก) , ฮวงไต้ไฮ้ (จีน)
ชื่อวิทยาศาสตร์   Scaphium scaphigerum (G.Don.) Guib. & Planch.
ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์   Scaphium linearicarpum (Mast.) Pierre, Scaphium macropodum Beaum , Scaphium lychnophorum (Hance) Pierre
ชื่อสามัญ  Malva nut , Jelly nut
วงศ์ Sterculiaceae

 

ถิ่นกำเนิดสำรอง 

สำรองเป็นพันธุ์พืชที่มีถิ่นกำเนิดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งกระจายตัวอยู่ทั่วไป เช่น พม่า เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ลาว ไทย รวมถึง จีนตอนใต้อีกด้วย โดยทั่วไปแล้วมักจะพบต้นสำรองได้ตามป่าที่มีความชื้นสูง เช่น ป่าดงดิบ ป่าดิบเขา ป่าดิบชื้นที่มีแสงแดดส่องถึงพื้นและมีฝนตกชุก สำหรับในประเทศไทยพบได้มากทางภาคตะวันออกของประเทศ โดยเฉพาะจันทบุรีและตราด ส่วนภาคอื่นๆ ก็พบได้บ้างแต่จะน้อยกว่าภาคตะวันออก

ประโยชน์และสรรพคุณสำรอง 

มีการนำส่วนต่างๆ สำรองมาใช้ประโยชน์ในหลายๆ ด้านดังนี้
เมื่อนำผลสำรองมาแช่ในน้ำ เนื้อบาง ๆ ที่หุ้มเมล็ดอยู่จะดูดน้ำและพองตัวออกมา มีลักษณะเป็นแผ่นวุ้น และเมื่อแยกเมล็ด เปลือก และเส้นใย ออกก็สามารถนำแผ่นวุ้นดังกล่าวมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หรือใช้ประกอบอาหารได้หลายอย่าง เช่น ใช้แทนสาหร่ายในแกงจืด ใช้รับประทานเป็นขนมหวาน ใช้รับประทานกับน้ำกะทิ หรือใช้แทนรังนก รวมถึงใช้ทำน้ำสำรองพร้อมดื่มและสำรองผง เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีการนำลูกสำรองมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจากสำรองที่อยู่ในรูปของแคปซูลอีกด้วย   ส่วนเปลือกของต้นลูกสำรองใช้ฟอกย้อมแห อวนหรือตาข่าย ทำให้เกิดสีน้ำตาลแดง ช่วยให้มีความเหนียวและคงทนมากขึ้น สำหรับเนื้อไม้ที่เป็นไม้เนื้อแข็งสามารถใช้แปรรูปเป็นไม้ก่อสร้าง ไม้แผ่น ไม้กระดาน ไม้ฝา ไม้วงกบ เป็นต้น รวมถึงแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์ได้อีกด้วย  ในส่วนของสรรพคุณทางยาของสำรองนั้น ตามตำรายาไทยระบุถึงสรรพคุณของส่วนต่างๆของสำรองว่า ราก รสเฝื่อนเปรี้ยวเล็กน้อย แก้ไอ แก้ท้องเสีย รักษากามโรค แก้พยาธิผิวหนัง แก่นต้น รสเฝื่อน แก้โรคเรื้อน แก้กุฏฐัง แก้กามโรค ใบ รสเฝื่อน แก้พยาธิ แก้ลม ผลและเมล็ด รสฝาดสุขุม แก้ไข้ แก้ตานซาง ตานขโมยในเด็ก แก้ท้องเสีย แก้ลมพิษ แก้ลม แก้ธาตุพิการ เปลือกต้น รสเฝื่อน แก้ไข้ แก้ท้องเสีย แก้กามโรค เปลือกหุ้มเมล็ด รสเย็นแก้ร้อนใน กระหายน้ำ ทำให้ใจคอชุ่มชื้น แก้ไอ แก้เจ็บคอ ขับเสมหะ แก้ตาอักเสบบวมแดง

ลักษณะทั่วไปสำรอง  

สำรองจัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ เนื้อแข็งสูงได้ถึง 40 ม. ผลัดใบและจะแตกเฉพาะเรือนยอด ลำต้นเปลาตรง  เปลือกหยาบสีเทาหรือเทาดำ มีรอยแผลเป็นทั่วไป เปลือกในเป็นสีชมพู มีเส้นตามยาว โคนต้นมีพูพอน ใบเป็นใบเดี่ยวแบบเรียงสลับ รูปไข่แกมขอบขนานหรือรูปไข่แกมใบหอก กว้าง 7-12 เซนติเมตร ยาว 13-25 เซนติเมตร ก้านใบยาว 12.5-21 เซนติเมตร แผ่นใบเรียบ หนา ใบอ่อนสีแดงเรื่อๆ ส่วนใบแก่มีสีเขียวเข้ม และเป็นมัน ขอบใบเป็นลูกคลื่นเล็กน้อย โคนใบป้านมน ปลายใบแหลม  แผ่นใบมีเส้นกลางใบขนาดใหญ่ และมีเส้นแขนงใบออกจากโคนใบ 3 เส้น และออกจากเส้นกลางใบข้างละ 6 เส้น ดอกออกดอกเป็นช่อบริเวณซอกกิ่ง และปลายกิ่งประกอบด้วยก้านดอกหลัก ยาวประมาณ 14-20 เซนติเมตร และแตกก้านดอกแขนงสั้นๆล้อมรอบ ตัวดอกประกอบด้วยกลีบเลี้ยงทรงกระบอก 5 กลีบ และกลีบดอกมีสีขาวแกมเขียว จำนวน 5 กลีบ เป็นแฉกคล้ายรูปดาวตรงกลางดอกมีเกสรแยกเพศ เป็นเกสรตัวผู้มีสีเหลือง และเกสรตัวเมีย เป็นสีแดงเมื่อบานเต็มที่จะมีขนาดประมาณ 7-8 มิลลิเมตร  ผลเป็นผลแห้งรูปไข่ ออกตามปลายกิ่ง เมื่อดิบจะเป็นสีเขียว ผลแก่เป็นสีน้ำตาลมีขนาด 25x15 มิลลิเมตร ผิวเหี่ยวย่น สีน้ำตาล มีรูปกลมรีหัว ท้ายมน ผิวขรุขระ ที่ขั้วผลมีแผ่นบางๆ สีน้ำตาลอ่อน ลักษณะเหมือนใบเรือติดมากับผลเรียกว่าสำเภา มีขนาดกว้าง 3-4 เซนติเมตร ยาว 8-15 เซนติเมตร  เมล็ดรูปทรงกระสวยหรือกลมรี สีน้ำตาล เปลือกแข็ง

การขยายพันธุ์สำรอง 

สำรองสามารถขยายพันธุ์ได้โดยวิธีการเพาะเมล็ด สำหรับวิธีการเพาะเมล็ดสำรองนั้น ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกันกับการเพาะเมล็ดพืชชนิดอื่นๆ ดังที่กล่าวในบทความก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ในปัจจุบันการขยายพันธุ์สำรองนั้น ส่วนใหญ่เป็นการขยายพันธุ์ตามธรรมชาติในป่า ไม่ค่อยมีคนนำมาปลูกตามเรือกสวนไร่นา ส่วนการเก็บลูกรองมาใช้ประโยชน์นั้น ก็จะเป็นการเก็บจากในป่ามาใช้เป็นส่วนมาก

องค์ประกอบทางเคมี

มีการศึกษาวิจัยองค์ประกอบทางเคมีของลูกสำรอง ที่มีการนำมาบริโภคกันอย่างแพร่หลาย พบว่ามีสาระสำคัญดังนี้  Bassorin,   Glucorine  และ Pentose  นอกจากนี้ยังพบสารคาร์โบไฮเดรตที่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม monosaccharide เช่นMannose ,   Arabinose, Rhamnose , Xylose ,Glucose , Galactose อีกทั้งลูกสำรองที่นิยมนำมารับประทานกันนี้ยังมีคุณค่าทางโภชนาการ ดังนี้

คุณค่าทางโภชนาการของ ลูกสำรองแห้ง (100 กรัม)

  • พลังงาน 394 กิโลแคลอรี
  • โปรตีน 5.4 กรัม
  • ไขมัน 2.4 กรัม
  • คาร์โบไฮเดรต 75.3 กรัม
  • ใยอาหาร 67.1 กรัม
  •  โซเดียม 10.7 มิลลิกรัม
  • แคลเซียม 237 มิลลิกรัม                               
  • เหล็ก 1.56 มิลลิกรัม
  • ไอโอดีน 9.12 ไมโครกรัม
  • วิตามินบี 1 0.02 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 2 1.84 มิลลิกรัม


ที่มา : Wikipedia

 

รูปแบบและขนาดวิธีใช้ 

ใช้แก้อาการร้อนในกระหายน้ำก็ แก้ไอ แก้เจ็บคอ ทำให้ใจคอชุ่มชื่น และช่วยขับเสมหะ โดยนำเปลือกหุ้มเมล็ดที่พองตัว นำมาปรุงกับน้ำตาลทรายแดงหรือชะเอมเทศ ใช้รับประทานหรือใช้ผลแห้ง 5-10 กรัม นำมาต้มกับน้ำรับประทานก็ได้  ใช้แก้ไข้ แก้เจ็บคอ ด้วยการใช้ลูกสำรอง 10-20 ลูก นำมาต้มกับชะเอมจีนให้พอหวาน นำมาใช้จิบบ่อย ๆ ใช้แก้กามโรค แก้ไอ แก้ท้องเสีย แก้พยาธิผิวหนังโดยใช้รากแห้งมาต้มกับน้ำดื่ม ใช้แก้โรคเรื้อน แก้กุฏฐัง แก้กามโรค โดยใช้แก่นต้นตากแห้งมาต้มกับน้ำดื่ม ใช้แก้ตามขโมยในเด็ก แก้ไข้ แก้ท้องเสีย แก้ลม แก้ธาตุพิการโดยใช้ผลและเมล็ดแห้งมาต้มกับน้ำดื่ม ใช้แก้ตาอักเสบบวมแดง โดยใช้วุ้นจากเปลือกหุ้มเมล็ดมาพอกบริเวณตาที่อักเสบหรือนำผ้าก๊อซชุบน้ำพอชุ่ม แล้วนำไปวางทับบนเปลือกตาที่อักเสบ จากนั้นให้วางแผ่นเปลือกหุ้มเมล็ดสำรองลงบนผ้าก๊อซ แล้วเปลือกจะพองตัวเป็นวุ้นแทรกซึมเข้าไปในผ้าก๊อซก็ได้เช่นกัน

การศึกษาทางเภสัชวิทยา

มีผลการศึกษาวิจัยถึงฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของลูกสำรอง พบว่ามีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาหลายอย่าง เช่น การศึกษาฤทธิ์การประเมินการลดปวด ลดไข้และต้านการอักเสบของสารสกัดเอทานอลและไดคลอโรมีเทนจากผลลูกสำรองในสัตว์ทดลอง พบว่า สารจากผลสำรองที่สกัดด้วยเอทานอลสามารถระงับปวด ลดไข้และต้านการอักเสบได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และมีการศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลสิสระของสารสกัดเมทานอลจากเมล็ดสำรอง ในการลดอนุมูลอิสระชนิด DPPH และ lipid peroxide พบว่า สารสกัดเมทานอลจากเมล็ดสำรองมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่ดีต่อ lipid peroxide ส่วนในการศึกษาคุณสมบัติของสารละลายน้ำโพลีแซคคาไรด์ของลูกสำรองและฤทธิ์ทางชีวภาพในการต้านการอักเสบในหนู พบว่า ได้สารสกัด 2 ชนิด คือ acidic polysaccharide (ASP) กับ neutral polysaccharide (NSP) ซึ่งจากการทดลองสารสกัด acidic polysaccharide (ASP) มีฤทธิ์ต้านการอักเสบแบบเฉียบพลันและแบบเรื้อรัง นอกจากนี้ยังมีการศึกษาผลจากการบริโภคน้ำลูกสำรองต่อการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 พบว่า ในสัปดาห์ที่4 และ 8 กลุ่มทดลองมีระดับน้ำตาลในเลือด และระดับ HbA1c ลดลงเมื่อเทียบกับก่อนทำการทดลอง และต่ำกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การให้คำแนะนำเกี่ยวกับโภชนาบำบัดร่วมกับการบริโภคน้ำลูกรอง ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงได้

การศึกษาทางพิษวิทยา 

มีรายงานผลการศึกษาเบื้องต้นถึงความเป็นพิษเฉียบพลันทางปาก และความเสียหายต่อโครโมโซมในเซลล์ไขกระดูของหนูขาวที่ได้รับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากผลสำรอง โดยให้รับประทานที่ขนาด 5,000 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวของหนูขาว พบว่าหนูที่ได้รับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ส่วนผสมของสารสกัดจากผลสำรองทางปาก ขนาด 5,000 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว ไม่ก่อให้เกิดอาการเป็นพิษหรือตายแต่อย่างใด รวมถึงไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อโครโมโซมเช่นกัน

ข้อแนะนำและข้อควรระวัง 

ถึงแม้ว่าการศึกษาทางพิษวิทยาจะระบุว่าลูกสำรองไม่มีความเป็นพิษหรือมีความเป็นพิษต่ำมาก แต่ในการใช้ลูกสำรองรวมถึงส่วนต่างๆ ของสำรอง เป็นสมุนไพรในการบำบัดรักษาโรคต่างๆ นั้น ก็ควรระมัดระวังในการใช้เช่นเดียวกันกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ โดยควรใช้ในขนาดและปริมาณที่กำหนดไว้ในตำรับตำรายาต่างๆ ไม่ควรใช้ในขนาดที่มากจนเกินไปหรือใช้ติดต่อกันนานจนเกินไป เพราะอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ สำหรับ เด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง รวมถึงผู้ที่ต้องรับประทานยาต่อเนื่องเป็นประจำ หากจะใช้ลูกสำรองหรือส่วนต่างๆของสำรองเป็นสมุนไพรควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้เสมอ

 

เอกสารอ้างอิง

  1. วงศ์สถิต ฉั่วสกุล.ชื่อพฤกษศาสตร์ที่ถูกต้องของพุงทลาย (สำรอง) . ภาควิชาเภสัชศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.
  2. หนังสือสารานุกรมสมุนไพรไทย-จีน ที่ใช้บ่อยในประเทศไทย.  “พุงทะลาย”.  (วิทยา บุญวรพัฒน์).  หน้า 390.
  3. ภกญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร.สำรอง.คอลัมน์ เรื่องเด่นจากปก.นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่335.มีนาคม2550
  4. เรณุกา วิญญูเจริญกุล.การศึกษาฤทธิ์ของลูกสำรองในการเป็นยาระบาย ลดน้ำตาลไขมันในเลือดและต้นออกซิเดชันในหนูขาวที่ได้รับอาหารไขมันสูงเปรียบเทียบกับผงบุก.วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.2556.120 หน้า
  5. Phengklai C. Sterculiaceae. In; Santisuk T, Larsen K, eds. Flora of Thailand, vol. 7
  6. Part 3. Bangkok: Prachachon Co. Ltd., 2001:539-654.
  7. ลูกสำรอง (Malva nut) สรรพคุณและการปลูกลูกสำรอง พืชเกษตรดอทคอมเว็บเพื่อพืชเกษตรไทย (ออนไลน์)เข้าถึงได้จาก http://www.puechkaset.com
  8. Phonsena P, Wilkie P. Scaphium affine (Mast.) Pierre (Sterculiaceae) new for Thailand. Thai For Bull (Botany) 2008;36:61-9.
  9. สุญาณี พงษ์ธนานิกร รัตติยา วีระนิตินันท์.2550. ผลของการบริโภคน้ำลูกรองต่อระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่2.วารสารเภสัชกรรมโรงพยาบาล.17.120-127.