คัดเค้า ประโยชน์ดีๆ สรรพคุณเด่นๆ และข้อมูลงานวิจัย

คัดเค้า

ชื่อสมุนไพร  คัดเค้า
ชื่ออื่นๆ/ชื่อท้องถิ่น  เค็ดเค้า (ภาคเหนือ) , คัดค้าว (ภาคกลาง) , คัดเค่า (ภาคอีสาน) , เขี้ยวกรจับ (ภาคใต้) , หนามลิดเก๊า (เชียงใหม่) , คัดเค้าหนาม (ชัยภูมิ) , พญาเท้าเอว (กาญจนบุรี)
ชื่อวิทยาศาสตร์  Oxyceros horridus Lour.
ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์  Randia siamensis Craib, Gardenia horrida (Lour.) Spreng., Griffithia siamensis Miq.
ชื่อสามัญ  Gardenia horrida (Lour.) Spreng., Griffithia siamensis Miq.,
วงศ์  RUBIACEAE

 

ถิ่นกำเนิดคัดเค้า 

คัดเค้าเป็นพันธุ์พืชที่มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมในประเทศไทยแล้วมีการแพร่กระจายพันธุ์ไปยังบริเซรใกล้เคียงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังจะเห็นจากชื่อชนิด (species) ของคัดเค้าคือ SIAMENSIS ซึ่งแสดงว่าพบในสยามหรือในประเทศไทยนั่นเอง โดยจะพบขึ้นอยู่ตามธรรมชาติ ในป่าเบญจพรรณภาคต่างๆ หรือตามที่รกร้างว่างเปล่า  แต่ในปัจจุบันมีการนำมาปลูกไว้ตามบ้านเรือนหรือสวนสาธารณะมากขึ้น เพราะเป็นพรรณไม้ที่มีกลิ่นหอม

ประโยชน์และสรรพคุณคัดเค้า 

คัดเค้าเป็นพรรณไม้ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศไทยและผูกพันกับวิธีชีวิตของคนไทยมาตั้งแต่อดีตแล้ว โดยมีการนำคัดเค้ามาใช้ประโยชน์หลายๆด้าน เช่น ยอดอ่อนและใบอ่อนของคัดเค้าสามารถนำมาใช้ปรุงเป็นอาหารรับประทานได้ เช่น ใช้เป็นผักสดจิ้มน้ำพริก หรือใช้เป็นผักแกล้มกับลาบในภาคเหนือรวมถึงใช้ยำใส่มะพร้าวคั่ว ส่วนผลอ่อนใช้รับประทานสดๆเป็นผักสดร่วมกับน้ำพริกได้ หรือจะนำไปลวกให้สุกก่อน

นอกจากนี้คัดเค้ายังสามารถใช้ปลูกเป็นไม้ประดับได้ เพราะดอกยังมีกลิ่นหอมแรงและออกดอกพร้อมกันเกือบทั้งต้นแลดูสวยงามมาก  อีกทั้งต้นและกีบของคัดเค้ามีหนามแหลมคมจึงสามารถใช้ปลูกเป็นรั้วหรือเป็นซุ้มเพื่อป้องกันคนหรือสัตว์ได้เป็นอย่างดี สำหรับสรรพคุณทางยาของคัดเค้านั้นตามตำรายาไทยระบุถึงสรรพคุณของส่วนต่างๆไว้ว่า ใบ แก้โลหิตซ่าน แช่น้ำดื่มแก้ไข้  ดอก รสขมหอม แก้โลหิตในกองกำเดา แก้เลือดออกตามไรฟัน  ราก รสฝาดเย็น ช่วยขับเลือด ขับลม  แก้ไข้ แก้เลือดออกตามไรฟัน รากและผล  บำรุงโลหิต ขับฟอกโลหิต ขับระดู แก้ท้องเสีย รากหรือแก่น ฝนน้ำกินแก้ไข้ เปลือกต้น แก้เสมหะและโลหิตซ่าน รีดมดลูก แก้เลือดออกในทวารทั้งเก้า ผล รสเฝื่อนปร่า ฟอกเลือด บำรุงโลหิต    ฟอกโลหิตระดูที่เน่าร้ายของสตรี เป็นยาขับประจำเดือน หนาม แก้พิษฝีต่างๆ แก้ฝีประคำร้อย ลดไข้ แก้ไข้พิษไข้กาฬ  ลดความร้อน แก่น ฝนน้ำรับประทานแก้ไข้ ทั้งต้น มีรสฝาด บำรุงโลหิต  แก้เสมหะ และโลหิต แก้ไข้ ราก มีรสเย็นฝาดเล็กน้อย แก้ไข้ และเลือดออกตามไรฟัน แก้เสมหะ

ลักษณะทั่วไปคัดเค้า 

คัดเคา จัดเป็นไม้พุ่มกึ่งเลื้อย หรือไม้เถา เนื้อแข็ง สูง 3-6 เมตร เนื้อไม้เหนียวมาก เปลือกลำต้นเรียบสีน้ำตาล มีหนามแหลม ยาว 1 เซนติเมตร ปลายโค้งแข็งเป็นคู่ตามข้อและโคนใบ กิ่งอ่อนเป็นรูปสี่เหลี่ยม ปลายกิ่งก้านมีสีเขียว  เลื้อยพาดพันต้นไม้ยืนต้นที่อยู่ใกล้ หากไม่มีที่เลื้อยพันก็จะเป็นไม้กึ่งเลื้อยกึ่งยืนต้น คล้ายนมแมว ใบเป็นใบเดี่ยวออกตรงข้ามกัน เป็นคู่ ตามข้อกิ่ง ลักษณะของใบเป็นรูปรี  ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ หลังใบเรียบเป็นสีเขียวเข้มและเป็นมัน ท้องใบเรียบลื่นและมีสีอ่อนกว่า มีขนาดกว้างประมาณ 4-5 เซนติเมตรและยาวประมาณ 6-12 เซนติเมตร เนื้อใบหนาแข็งและเหนี่ยว มีหูใบขนาดเล็กลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมอยู่ระหว่างก้านใบ  ดอกออกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบและปลายกิ่ง ลักษณะเป็นช่อใหญ่ โดยแต่ละช่อมีขนาดตั้งแต่ 4-10 เซนติเมตร และใน 1 ช่อใหญ่จะมีดอกย่อย 10-25 ดอก ซึ่งมีลักษณะคล้ายดอกเข็ม  กลีบดอกส่วนโคนเชื่อมกันเป็นหลอดสั้น ปลายแยกเป็น 5 กลีบ เมื่อบานกลีบดอกจะบิด มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5-2  เซนติเมตร และมีเกสรเพศผู้ 5 อัน ยาวและยื่นพ้นกลีบดอก ส่วนเกสรเพศเมียจะเป็นรูปกระสวย สีขาว กลีบเลี้ยง สีขาวอมเขียว โคนเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็นแฉกแหลม

ทั้งนี้ โดยดอกคัดเค้าจะบานพร้อมกันทั้งช่อ โดยเมื่อแรกบานจะเป็นสีขาวแล้วเปลี่ยนเป็นสีแกมเหลือง และกลิ่นหอมแรงในตอนกลางคืน  ผล ออกเป็นพวงลักษณะกลมรึสีเขียว มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1-1.5 เซนติเมตร ปลายผลแหลม เมื่อผลแก่จะเป็นสีดำ ภายในแต่ละผลมีเมล็ดหลายเมล็ด

การขยายพันธุ์คัดเค้า

คัดเค้าสามารถขยายพันธุ์ได้โดยวิธีการเพาะเมล็ด , การปักชำ และการตอนกิ่ง แต่วิธีที่เป็นที่นิยมที่สุด คือ การเพาะเมล็ดเพราะงอกได้ง่าย และต้นกล้าที่ได้จะมีความแข็งแรงและเจริญเติบโตได้เร็วกว่าวิธีอื่น  สำหรับวิธีการเพาะเมล็ดคัดเค้านั้นสามารถทำได้เช่นเดียวกันกับการเพาะเมล็ดพืชชนิดอื่นๆ ส่วนวิธีการปลูกนั้นสามารถทำได้โดยนำต้นกล้าที่ได้จากการเพาะเมล็ดมาปลูกลงดิน โดยให้ขุดหลุมกว้างลึกประมาณ
1x1 ฟุต แล้ววางต้นกล้าพร้อมกับดินที่ใช้เพาะต้นกล้าทั้งหมดลงหลุมปลูก แล้วกลบดินปากหลุมให้แน่น รดน้ำ
พอชุ่มประมาณ 1 สัปดาห์ ต้นกล้าก็จะสามารถเจริญเติบโตได้ต่อไป

องค์ประกอบทางเคมี 

มีผลการศึกษาวิจัยถึงองค์ประกอบทางเคมีของส่วนต่างๆของคัดเค้า พบว่ามีสารต่างๆหลายชนิดได้แก่ β-sitosterol,  D-Mannitol, campesterol, 3 β-Acetyl oleanolic acid, 3-O-a-L-Arabinopyranosyl oleanolic acid, Mesembryanthe moidigenic acid หรือ 3b-29-dihydroxy-olean-12-enl-28-oic acid, urolic acid,  Pseudoginsenoside-RP , 3-O-hydroxy ursolic acid,  β-acetyloleanolic acid, pseudoginsenoside-RP1 (3-O-B-Gl CUA-(2-1)-B-Xyl  of oleanolic acid,  siamenoside (3-O-B-Gl cUA-(2-1)-B-Xyl-(2-1)- Rha of glucosyl oleanolate , pseudoginsenoside-RT1 (3-O-B-GlcUA-(2-1)-B-Xylof glucosy olearolate)



ที่มา : Wikipedia

 

รูปแบบและขนาดวิธีใช้

ใช้ฟอกโลหิต , บำรุงโลหิต , ขับประจำเดือน โดยนำผลประมาณ 1 กำมือ มาต้มกับน้ำดื่ม เช้า-เย็น ใช้แก้ไข้ ขับเลือด ขับลม แก้เลือดออกตามไรฟัน โดยนำแก่นต้นหรือรากมาฝนกับน้ำกิน ใช้แก้ท้องเสีย โดยนำรากมาต้มกับน้ำดื่ม ใช้พอกรักษาฝี โดยนำยอดคัดเค้านำมาขยี้หรือตำพอกบริเวณที่เป็น ใช้แก้พิษฝีต่างๆ แก้ฝีประคำร้อย โดยนำหนามมาฝนแล้วนำมาทาบริเวณที่เป็น

การศึกษาทางเภสัชวิทยา 

            ฤทธิ์ต้านการอักเสบ มีการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของคัดเค้าในการต้านการอักเสบโดยวิธี Carrageenan foot edema test ในหนู พบว่าสารสกัดหยาบด้วยน้ำขนาด 5, 10 และ 50 mg/kg สามารถยับยั้งอาการบวมของอุ้งเท้าหนูได้ 20.45%  36.36% และ 59.09%

            ฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อเรียบ มีผลการศึกษาวิจัยทางเภสัชวิทยาพบว่า น้ำสกัดจากคัดเค้ามีฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อเรียบหลอดลม ที่เกิดจากการใช้คาร์บาคอล และพบว่า ฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อเรียบหลอดลมเป็นแบบ dose-reiated และฤทธิ์ดังกล่าวไม่ผ่านการกระตุ้นตัวรับอะดรีเนอร์จิกชนิดเบต้า เนื่องจากโพรพราโนลอล ไม่สามารถต้านผลการคลายตัวที่เกิดจากน้ำสกัดจากคัดเค้าได้

และยังมีรายงานการศึกษาวิจัยอีกหลายฉบับระบุว่าคัดเค้ามีฤทธิ์บีบตัวของมดลูกอีกด้วย นอกจากนี้ยังพบว่าสารPseudoginsenoside-RPที่พบในคัดเค้ามีฤทธิ์ลดความดันเลือด และเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ รวมถึงเพิ่มความแรงในการหดตัวได้เองของมดลูกได้อีกด้วย

การศึกษาทางพิษวิทยา 

มีผลการศึกษาทางพิษวิทยาของคัดเค้าระบุว่า จากการทดสอบความเป็นพิษของสารสกัดรากด้วยเอธานอลและน้ำ (1:1) ขนาด 10 ก./กก. โดยให้ทางกระเพาะอาหาร หรือฉีดเข้าใต้ผิวหนังไม่พบความเป็นพิษแต่อย่างใด

ข้อแนะนำและข้อควรระวัง

  1. เนื่องจากหลายๆส่วนของคัดเค้ามีสรรพคุณ ฟอกโลหิต ช่วยขับประจำเดือน ดังนั้นสตรีมีครรภ์จึงไม่ควรใช้คัดเค้าเป็นสมุนไพร
  2. ในการใช้คัดเค้าเป็นสมุนไพร ในการบำบัดรักษาโรคต่างๆ ควรระมัดระวังในการใช้เช่นเดียวกันกับการใช้สมุนไพรชนิดอื่นๆ โดยควรใช้ในปริมาณที่พอดี ตามที่ระบุไว้ในตำรับตำรายาต่างๆ ไม่ควรใช้ในปริมาณที่มากจนเกินไป เพราะอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ สำหรับเด็ก ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง รวมถึงผู้ที่ต้องรับประทานยาต่อเนื่องเป็นประจำ ก่อนจะใช้คัดเค้าเป็นสมุนไพรในการบำบัดรักษาโรคต่างๆ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้เสมอ

 

เอกสารอ้างอิง

  1. ดร.นิจศิริ เรืองรังษี, ธวัชชัย มังคละคุปต์ “คัดเค้า (Khut Khao)”.   หนังสือสมุนไพรไทย เล่ม 1.   หน้า 77.
  2. เสงี่ยม พงษ์บุญรอด ไม้เทศเมืองไทย กรุงเทพฯ การพิมพ์ชัยวัฒน์.2515.148
  3. พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542-กรุงเทพ:นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่น.2546.1,488 หน้า(239)
  4. ดร.วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม. “คัดเค้า”.หนังสือพจนานุกรมสมุนไพรไทย, ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 5.   หน้า 177.
  5. พญ.เพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ. “"คัดเค้าเครือ"”.   หนังสือสมุนไพรในอุทยานแห่งชาติภาคเหนือ.  หน้า 99.
  6. เดชา ศิริภัทร.คัดเค้า:ความหอมอย่างไทย จากป่าไทย.คอลัมน์ ต้นไม้ใบหญ้า.นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่319.พฤศจิกายน 2548
  7. สุภาภรณ์ ประเศรษโฐ,มาลินี วงศ์นาวา.ผลของน้ำสกัดจากคัดเค้าต่อกล้ามเนื้อเรียบหลอดลมหนูตะเภา.โครงการวิจัย.มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตหาดใหญ่
  8. คัดเค้า.ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี(ออนไลน์)เข้าถึงได้จากhttp://www.phargarden.com/main.php?action=viewpage&pid=21
  9. คัดเค้า.กลุ่มยาขับประจำเดือน.สรรพคุณสมุนไพร 200 ชนิด.โครงการอนุรักษ์พันธุ์กรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี (ออนไลน์)เข้าถึงได้จาก http://www.rspg.or.th/plonts_data/herbs_26_2_.htm.