หัวร้อยรู ประโยชน์ดีๆ สรรพคุณเด่นๆและข้อมูลงานวิจัย

หัวร้อยรู

ชื่อสมุนไพร  หัวร้อยรู
ชื่ออื่นๆ/ชื่อท้องถิ่น  ป่าช้าผีมด (ภาคอีสาน) ,ตาสิมา , คาลูบูตาสิมา (ภาคใต้,มลายู) , กระเช้าผีมด (สุราษฎร์ธานี) , ปุมเป้า (ตราด) , ร้อยงู (ปัตตานี) , กาฝากหัวเสือ (นราธิวาส)
ชื่อวิทยาศาสตร์   Hydnophytum formicarum Jack
ชื่อสามัญ  Ant plant
วงศ์  RUBIACEAE

 

ถิ่นกำเนิดหัวร้อยรู

หัวร้อยรูเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชียโดย  มีแหล่งกระจายพันธุ์ในประเทศอินเดียและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตั้งแต่เมียนม่าห์ ถึงอินโดนีเซียรวมถึงในหมู่เกาะแปซิฟิก และนิวกินี เป็น โดยมักจะพบในป่าดงดิบทั่วไป ส่วนในประเทศไทยสามารถพบได้ทั่วทุกภาคของประเทศ

ประโยชน์และสรรพคุณหัวร้อยรู 

หัวร้อยรูถูกนำใช้เป็นยาสมุนไพรของไทยมาตั้งแต่ในอดีตแล้ว โดยถูกนำมาใช้ทั้งในแบบสมุนไพรเชิงเดี่ยวและนำมาใช้เป็นส่วนประกอบเครื่องยาอื่นๆ ตามตำรายาต่างๆ ซึ่งสรรพคุณทางยาของหัวร้อยรูในตำรายาไทยได้ระบุไว้ว่า หัวมีรสเมาใช้บำรุงหัวใจ แก้โรคปอด ช่วยขับชีพจร แก้ปวดศีรษะ แก้พิษในข้อในกระดูก แก้เบาหวาน แก้พิษประดง แก้ข้อเข่าข้อเท้าบวม บำรุงน้ำนมในสตรีหลังคลอด และแก้มะเร็ง แก้ท้องร่วง ขับพยาธิ

            นอกจากนี้หัวร้อยรูยังเป็น 1 ในส่วนผสมที่จัดอยู่ใน “พิกัดมหากาฬทั้ง 5” ที่ประกอบไปด้วย หัวร้อยรู หัวถั่วพู มหากาฬใหญ่ หัวกระเช้าผีมด มหากาฬนกยูง ซึ่งมีสรรพคุณ ช่วยดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ แก้พิษไข้ ใช้พาฬแก้พิษอักเสบ บวมช้ำ แก้น้ำเหลืองเสีย

ลักษณะทั่วไปหัวร้อยรู

หัวร้อยรูจัดเป็นพืชจำพวกฝาชนิดมีหัว ซึ่งเป็นไม้ที่อิงอาศัยเกาะตามต้นไม้อื่น ลำต้นสูง 25-60 เซนติเมตร มีลำต้นเป็นแบบอวบน้ำ โดยส่วนโคนต้นจะขยายใหญ่เป็นรูปกลมป้อมหรือโป่งพอง ต้นแก่บางต้นอาจจะมีหัวกลมโตขนาดเท่าลูกมะพร้าว ภายในหัวเป็นรู พรุนไปทั่วหัว สีของเนื้อเป็นสีน้ำตาลเข้มเนื้อนิ่ม ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงตรงข้ามเป็นรูปหอกกว้างหรือรูปวงรี โคนใบสอบ ปลายใบมน กว้าง 2-7 เซนติเมตรและยา 4-15 เซนติเมตร แผ่นใบอวบน้ำหนาเรียบเนียน ผิวเรียบเกลี้ยงทั้งสองด้าน และมีก้านใบสั้น ประมาณ 2-5 มิลลิเมตร ดอกออกเป็นดอกเดี่ยวโดยจะออกเป็นกระจุก 2-5 ดอก ตามง่ามใบที่อยู่บนกิ่งและบริเวณรอบ ลักษณะดอกมีขนาดเล็ก กลีบดอกมี 4 กลีบเป็นแฉกสีขาว เชื่อมติดกันเป็นหลอดไม่มีก้านชูอับเรณูและไม่มีก้านดอก ผลเป็นผลสดรูปไข่กลับหรือรูปรี ผลอ่อนเป็นสีเขียว เมื่อสุกแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีส้มหรือสีแดง ผลมีขนาดเล็กมาก กว้างประมาณ 3-4 มิลลิเมตรและยาวประมาณ 5-7 มิลลิเมตร

การขยายพันธุ์หัวร้อยรู

หัวร้อยรูสามารถขยายพันธุ์ได้โดยวิธีการเพาะเมล็ด การปักชำและการตอนกิ่ง แต่วิธีที่จะทำให้เกิดหัวจากการขยายพันธุ์มีเพียงการเพาะเมล็ดเท่านั้น ส่วนวิธีการปักชำและตอนกิ่งพันธุ์ที่ได้จะไม่สามารถพัฒนาให้เป็นหัวได้ ดังนั้นหากต้องการขยายพันธุ์หัวร้อยรูเพื่อให้ได้หัวนั้นต้องใช้วิธีเพาะเมล็ดแล้วนำต้นกล้าที่ได้ไปปลูกเท่านั้น ส่วนวิธีการเพาะเมล็ดและวิธีการปลูกนั้นก็สามารถทำได้ เช่นเดียวกันกับการเพาะเมล็ดและปลูกพืชชนิดอื่นๆ ตามที่ได้กล่าวมาแล้วในบทความก่อนหน้านี้

องค์ประกอบทางเคมีหัวร้อยรู 

มีผลการศึกษาวิจัยถึงองค์ประกอบทางเคมีของหัวร้อยรูพบว่ามีสาระสำคัญที่อยู่ในหัวร้อยรู ได้แก่ สารกลุ่ม flavonoids และ phenolic compounds เช่น isoliquiritigenin, butin, protocatechualdehyde, butein รวมถึงสารกลุ่ม phytosterol เช่น stigmasterol  β-silosterol และยังพบ Shapinic acid อีกด้วย

  

ที่มา : Wikipedia

 

 

รูปแบบและขนาดวิธีใช้

ใช้บำรุงหัวใจ แก้พิษประดง แก้พิษในข้อในกระดูก แก้ข้อเข่าเท้าบวม แก้ปวดศีรษะ บำรุงน้ำนมสตรีหลังคลอด โดยใช้หัวแห้งฝานเป็นแผ่นมาต้มกับน้ำดื่ม ใช้แก้เบาหวาน โดยนำหัวร้อยรูมาผสมกับต้นกำแพงเจ็ดชั้น หัวข้าวเย็นเหนือ หัวข้าวเย็นใต้ แก่นสัก หญ้ากันชาดทั้งต้น และรากทองพันชั่ง แล้วนำมาต้มเป็นน้ำดื่ม

การศึกษาทางเภสัชวิทยา 

มีผลการศึกษาวิจัยทางเภสัชวิทยาของสารสกัดจากหัวร้อยรูที่สกัดจากตัวทำละลายต่างๆ ในต่างประเทศหลายฉบับพบว่ามีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ต้านเชื้อจุลชีพ ฤทธิ์ต้านการอักเสบ และมีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็ง เป็นต้น

การศึกษาทางพิษวิทยา 

ไม่มีข้อมูล

 

ข้อแนะนำและข้อควรระวัง

ในการใช้หัวร้อยรูเพื่อเป็นสมุนไพรทั้งในรูปแบบสมุนไพรเชิงเดี่ยว หรือใช้เป็นเครื่องยาหรือส่วนประกอบของตำรับยาต่างๆ ก็ควรระมัดระวังในการใช้เช่นเดียวกันกับการใช้สมุนไพรชนิดอื่นๆ โดยควรใช้เครื่องยาที่ถูกจัดเตรียมโดยผู้เชี่ยวชาญหรือหาซื้อตามห้างร้านที่น่าเชื่อถือและได้รับอนุญาตจาก อย.และควรใช้ในปริมาณที่พอดีที่ระบุไว้ในตำรับตำราต่างๆ ไม่ควรใช้เกินขนาดหรือใช้ติดเนื่องกันเป็นระยาเวลานานจนเกินไป เพราะอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ สำหรับ เด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังรวมถึงผู้ที่ต้องรับประทานยาต่อเนื่องเป็นประจำก่อนจะได้หัวร้อยรูเป็นสมุนไพรสำหรับบำบัดรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้เสมอ

 

เอกสารอ้างอิง

  1. วีระชัย ณ นคร. 2546. สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ เล่ม 7. โอ.เอส.พริ้นติ้ง เฮาส์.กรุงเทพฯ.
  2. เยาวพรรณ  สนธิกุล,ดวงแขฑิตา กาญจนโสภา, เบญมาศ สมวงศ์, สุรพล ฐิติธนากุล.ผลขอวัสดุเพาะและวัสดุปลูกต่อการงอกของเมล็ดและการเจริญเติบโตของหัวร้อยรู.วารสารแก่นเกษตร ปีที่47.ฉบับพิเศษ1.2562.หน้า1425-1430
  3. หัวร้อยรู.ฐานข้อมูลสมุนไพรสำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี(ออนไลน์)เข้าถึงได้จาก http://www.thaicudedrug.com/main.php?action=viewpage&pid=148
  4. สาระสำคัญที่สกัดได้จากหัวร้อยรูมีอะไรบ้าง.กระดานถาม-ตอบ.สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล(ออนไลน์)เข้าถึงได้จากhttp://www.medplant.mahidol.ac.th/user/reply.asp?id=6130
  5. Itharat, A., T.Supavita, P.Jusanit, P.Singchangchai, P. Subchareon, G.Deevisad, P.Ubonkaw, P. Ratanasuwan,V. Kajpunyapong, andR. Muangsrinun. 1999. Survey of Medicinal Plants and Local Folk Wisdom in Southern Thailand: Case Study at Talebun National Parks. Prince of Songkla University, Songkla, pp. 82–115.
  6. PrachayasitikulS B. P., A.Worachartcheewan, C. Isarankura-Na-Ayudhya, S.Ruchirawat, and V. Prachayasittikul.2008 Antimicrobial and Antioxidative Activities of Bioactive Constituents from Hydnophytumformicarum Jack.Molecules. 13; 904-921.
  7. Ueda, J.Y., Y. Tezuka, A.H. Banskota, Q. Le Tran, and Q.K. Tran. 2002. Antiproliferative activity of Vietnamese medicinal plants. Biol. Pharmaceut. Bull., 25: 753-760
  8. Beckstrom-Sternberg, S.M., J.A. Duke, and K.K. Wain. 1994. The ethnobotany database. ACEDB Version 4.3, Data Version July, 1994.
  9. Nguyen, M.T.T., S.Awale, Y.Tezuka, Q.L.Tran, H. Watanabe,and S.Kadota. 2004. Xanthine oxidase inhibitory activity of Vietnamese medicinal plants. Biol. Pharm. Bull., 27: 1414-1421.