หนามกระสุน ประโยชน์ดีๆ สรรพคุณเด่นๆ และข้อมูลงานวิจัย

หนามกระสุน

ชื่อสมุนไพร  หนามกระสุน
ชื่ออื่นๆ/ชื่อท้องถิ่น  กาบินหนี (ชื่อเรียกในตำรับยา) , โคกกระสุน (ภาคกลาง) , หนามดิน (ตาก) , ไปจี๋ลี่ , ซือจี๋ลี่ (จีน)
ชื่อวิทยาศาสตร์  Tribulus cistoides Linn.
ชื่อสามัญ  Ground burnut,Small caltrops,Bullhead,Devil's eyelashes.
วงศ์  ZYGOPHYLLACEAE

 

ถิ่นกำเนิดหนามกระสุน

หนามกระสุนเป็นพรรณไม้ท้องถิ่นของเขตอบอุ่นและเขตร้อนของโลกโดยเชื่อกันว่ามีถิ่นกำเนิดอยู่หลายแหล่งตามทวีปต่างๆ เช่นในเขตอบอุ่นทางยุโรปตอนใต้และออสเตรเลีย ส่วนในเขตร้อนได้แก่ บริเวณเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแอฟริกา เป็นต้น ทุ่งนา หรือตามไร่ส่วนและของเกษตรกร รวมถึงตามริมทาง ริมถนน ก็สามารถพบได้เช่นเดียวกัน
 

ประโยชน์/สรรพคุณหนามกระสุน 

หนามกระสุนได้ถูกนำมาใช้เป็นสมุนไพรมาตั้งแต่อดีตแล้ว ทั้งในประเทศไทยและอินเดียก็ต่างใช้หนามกระสุนมาบำบัดรักษาโรค เช่นเดียวกัน ซึ่งตามตำรายาไทยได้ระบุถึงสรรพคุณของหนามกระสุนไว้ว่า ทั้งต้น ขับปัสสาวะ แก้นิ่ว แก้กษัย แก้หนองใน ขับระดูขาว แก้ไตพิการ ปัสสาวะพิการ แก้หน้ามืด วิงเวียน ช่วยเพิ่มความกำหนัดเพื่อสมรรถภาพทางเพศ  ผลช่วยบำรุงตับ ไต บำรุงสายตา บำรุงกระดูก ลดความดันโลหิต แก้อาการปวดทางเดินปัสสาวะ  ป้องกันการชัก  ส่วนในประเทศอินเดียใช้หนามกระสุน เป็นยาขับปัสสาวะ บำรุงอสุจิในเพศชาย แก้โรคในระบบทางเดินปัสสาวะ  ปัจจุบันในต่างประเทศยังได้มีการนำหนามกระสุนมาทำเป็นสารสกัด เพื่อเสริมสมรรถภาพทางเพศและเพิ่มฮอร์โมนเพศชาย รวมถึงใช้กระตุ้นการสร้างมวลกล้ามเนื้อเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับนักกีฬาอีกด้วย

ลักษณะทั่วไปหนามกระสุน

หนามกระสุนจัดเป็นไม้เถาล้มลุกเลื้อยคลุมดิน มักแตกกิ่งกันไปโดยรอบ ส่วนของปลายยอดจะชูตั้งขึ้น ตามลำต้นมีขนขึ้นปกคลุมโดยแต่ละต้นสามารถยามได้ถึง 150 เซนติเมตร ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกชั้นเดี่ยว ออกเรียงตรงกันข้ามเป็นคู่ มีใบย่อย ซึ่งมีขนาดประมาณ 2.5x6.5ซม. ปลายใบแหลมมน ขอบใบเรียบ และมีขนปกคลุมทั้งสองด้าน   ดอกออกเป็นดอกเดี่ยว สีเหลืองมีกลีบดอก 5 กลีบ เป็นรูปไข่กลับ กว้าง 3-5 มิลลิเมตร ยาว 4-8 มิลลิเมตร โดยดอกจะออกตามซอกใบหรือตามข้อของลำต้น ผลเป็นรูปแบบกลมแบบแห้งแล้วแตก โดยซีกผลเป็นแบบผลผักชี กว้าง 2-3 มิลลิเมตร ยาว 4-5 มิลลิเมตร แบ่งได้เป็น 5 ซีก ส่วนเปลือกผลหนาและแข็งเป็นหนามแหลม ที่เรียงเป็น 2 คู่ เนื้อแข็งซึ่ง ใน 1พูจะมี 2 - 5เมล็ด

การขยายพันธุ์หนามกระสุน

หนามกระสุนสามารถขยายพันธุ์ได้โดยการใช้เมล็ด โดยนับเป็นพืชที่มีขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว เพียงแค่เมล็ดแห้งตกลงพื้นดินและได้น้ำเพียงนิดหน่อยก็สามารถเจริญเติบโตได้แล้ว ในปัจจุบันยังไม่มีการนิยมนำมาปลูกแต่อย่างใด เพราะหนามกระสุนพบมากในธรรมชาติ รวมถึงยังเป็นวัชพืชที่คอยรบกวนผลิตผลทางการเกษตรกรจึงถูกกำจัดมากกว่าการปลูก ส่วนมากการขยายพันธุ์จะเป็นการขยายพันธุ์ในธรรมชาติ

องค์ประกอบทางเคมีหนามกระสุน

มีผลการศึกษาวิจัยองค์ประกอบทางเคมีของหนามกระสุน ระบุว่า ใบและรากพบprotodioscin , Diosgenin, Chlorogenin Harmol , Gitogenin. เมล็ดพบสาร Harman, Harmine. และส่วนอื่นๆ ยังพบสารTribuloside ,Flavonoid glycoside, Kaempferol-3-glucoside, Kaempferitrin, Kaempferide.

รูปภาพองค์ประกอบทางเคมีของหนามกระสุน

ที่มา :Wikipedia

รูปแบบ/ขนาดวิธีใช้หนามกระสุน

ใช้ขับปัสสาวะ แก้หนองใน ขับระดูขาว แก้ไตพิการ แก้ปัสสาวะพิการ แก้นิ่ว บำรุงกำลัง เพิ่มความกำหนัด เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ โดยใช้หรือใช้ทั้งต้น ต้มน้ำดื่ม ราก เมล็ด บดเป็นผง ชงกับน้ำร้อน ก็ได้ แก้ไตพิการ แก้นิ่ว แก้กระษัย แก้หน้ามืด วิงเวียน โดยใช้ต้นโคกกระสุน 1 กำมือ ต้มดื่มวันละ 3 เวลา  แก้ปวดฟัน  ใช้รากนำมาฝนผสมกับน้ำนิดหน่อย แล้วจึงนำมาถูกับฟันซี่ที่ปวด บำรุงตับ ไต กระดูก และสายตา ใช้ผลแห้ง จำนวน 1 กำมือ นำมาต้มกับน้ำ 3 แก้ว แล้วเคี่ยวให้เหลือ 1 แก้ว นำมาดื่มครึ่งแก้ว วันละ 2 ครั้ง กระตุ้นกำหนัด บำรุงน้ำอสุจิ โดยใช้เมล็ดแห้งบดให้เป็นผง ใช้กินกับน้ำผึ้ง วันละ 2 ครั้ง ครั้งละประมาณ 1 ช้อนชา  ลดความดันโลหิต ใช้ผลหนามกระสุน 15 กรัม ชุมเห็ดเทศ 30 กรัม และชะเอม 6 กรัม เก๊กฮวย 20 กรัม นำมาต้มกับน้ำดื่ม ส่วนสารสกัดหนามกระสุน 45% ที่มีในต่างประเทศได้ระบุขนาดการใช้คือ 200 –  450  มิลลิกรัมต่อวัน

การศึกษาทางเภสัชวิทยา

ฤทธิ์กระตุ้นกำหนัด มีการศึกษาวิจัยฤทธิ์กระตุ้มความกำหนดในหนูแรทพบว่า สารสกัดหนามกระสุนสามารถเพิ่มแรงดันขององคชาตในหนูแรทที่ถูกทำหมั้นได้เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม แต่ประสิทธิภาพยังน้อยกว่าฮอร์โมนเพศชาย (testosterone)และอีกงานวิจัยหนึ่งระบุว่าจากการศึกษาผลแบบเฉียบพลันในลิงและการศึกษาผลแบบเรื้อรังในกระต่ายและหนูแรทโดยให้กินสารสกัดหนามกระสุนพบว่าระดับ testosterone ของสัตว์ทดลองทั้งหมดสูงขึ้น

ส่วนผลการทพลองทางคลินิกในอาสาสมัครเพศชาย กลุ่มต่างๆมีผลดังนี้
ในอาสาสมัครที่มีสุขภาพดี เมื่อรับประทานสารสกัดหนามกระสุนแห้งอัดแคปซูลในขนาด 10 และ 20 มก./กก./วัน นาน 4 สัปดาห์ พบว่าระดับ testosterone ไม่มีความแตกต่างกับกลุ่มยาหลอก และการศึกษาในชายที่มีภาวะ EDโดยทานแคปซูลสารสกัดน้ำขนาด 400 มก.  วันละ 2 ครั้ง 1 เดือน พบว่าระดับ testosterone ไม่มีความแตกต่างกับกลุ่มยาหลอก ส่วนการศึกษาในผู้ชายที่มีภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชาย 30 คน ให้ทางสารสกัดน้ำวันละ 750 มก. 3 เดือน  ว่าพบมีผลเพิ่มระดับ testosterone

ฤทธิ์ปรับปรุงสมรรถภาพทางเพศในเพศชาย มีการศึกษาฤทธิ์ปรับปรุงสมรรถภาพทางเพศของเพศชายของสารสกัดต้นหนามกระสุน (Tribulus terrestris L.)โดยสุ่มให้อาสาสมัครเพศชายที่มีภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศอย่างอ่อนและปานกลาง จำนวน 180คน รับประทานยาเม็ดสารสกัดจากต้นหนามกระสุน (Tribestan®) ขนาด 250มก. (ซึ่งประกอบด้วยสารสกัดมาตรฐาน furotanol sapaonin ไม่น้อยกว่า 112.5 มก.) ครั้งละ 2เม็ด วันละ 3ครั้ง หลังมื้ออาหาร และให้อีกกลุ่มหนึ่งรับประทานยาหลอก ติดต่อกัน 12สัปดาห์ จากการประเมินผลการศึกษาโดยใช้แบบสอบถามของ International Index of Erectile Function (IIEF)พบว่ากลุ่มที่ได้รับยาเม็ดหนามกระสุน เพิ่มความพึงพอใจระหว่างการร่วมเพศ ความต้องการทางเพศ และความพอใจทางเพศโดยรวม เพิ่มมากขึ้นกว่ากลุ่มที่ได้รับยาหลอกอย่างมีนัยสำคัญ โดยไม่พบอาการข้างเคียงที่เป็นอันตรายหรืออาการไม่พึงประสงค์

นอกจากนี้ยังมีผลการศึกษาวิจัยฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของหนามกระสุนด้านอื่นๆอีกเช่น มีฤทธิ์ขยายหลอดเลือด คลายกล้ามเนื้อเรียบและกล้ามเนื้อลาย ลดความดันโลหิต ลดคอเลสเตอรอล  ขับปัสสาวะ ลดการอับเสบ แก้ปวด เสริมสร้างกล้ามเนื้อ

การศึกษาทางพิษวิทยา

มีการศึกษาความเป็นพิษของหนามกระสุนโดยเมื่อฉีดสารสกัด 95%เอทานอลเข้าทางช่องท้องของหนูขาวและหนูถีบจักร พบค่า LD50 ที่ขนาด 56.4 มล./กก. และ 7 มล./กก. ตามลำดับ

ข้อแนะนำ/ข้อควรระวัง

  1. สตรีมีครรภ์และสตรีที่อยู่ระหว่างให้นมบุตรห้ามใช้สมุนไพรหนามกระสุน
  2. เนื่องจากการศึกษาวิจัยพบว่าสารสกัดน้ำของหนามกระสุนมีปริมาณโพเทสเซียมสูง ดังนั้น ผู้ที่เป็นโรคหัวใจควรหลีกเลี่ยงหรือควรระมัดระวังในการใช้
  3. ในทางการแพทย์จีนได้ระบุไว้ว่า ผู้ที่มีภาวะ เลือดจาง เลือดน้อย ควรหลีกเลี่ยงการใช้หนามกระสุน
  4. ในการใช้สมุนไพรหนามกระสุนควรต้องระมัดระวัง ในการใช้ ควรใช้ในปริมาณที่พอดีที่ระบุไว้ในตำรายาต่างๆไม่ควรใช้มากเกินไปหรือใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานจนเกินไปเพราะอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ ส่วนเด็กผู้ป่วยเรื้อรังหรือผุ้ต้องรับประทานยาต่อเนื่องควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้หนามกระสุนเสมอ

เอกสารอ้างอิง

  1. ผศ.ดร.วีณา  พุกูลการ.หนามกระสุนสมุนไพรกับภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ.สำนักงานข้อมูลสมุนไพร.คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.
  2. พญ.เพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ.  “โคกกระสุน”.  หนังสือสมุนไพรในอุทยานแห่งชาติภาคเหนือ.  หน้า 105.
  3. ส่วนพฤกษศาสตร์ป่าไม้.  ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย เต็ม สมิตินันทน์ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2544.  ส่วนพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิชาการป่าไม้ กรมป่าไม้ พิมพ์ครั้งที่ 2ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม.  พิมพ์ที่ บริษัทประชาชน จำกัด.  2544.
  4. วงศ์สถิต ฉั่วกุล พร้อมจิต ศรลัมพ์ รุ่งระวี เต็มศิริฤกษ์กุล.และคณะ.สมุนไพรพื้นบ้าน.ในวงศ์สถิต ฉั่วกุล พร้อมจิต ศรลัมพ์ รุ่งระวี เต็มศิริฤกษ์กุล และวิชิต เปานิล บรรณาธิกา,สยามไภษัชยพฤก์ ภูมิปัญญาของชาติ.กรุงเทพมหานคร อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พันลิซซิ่ง จำกัด(มหาชน) 2538 272 หน้า
  5. ดร.นิจศิริ เรืองรังษี, ธวัชชัย มังคละคุปต์.  “โคกกระสุน Kok Kra Sun”. หนังสือสมุนไพรไทย เล่ม 1.  หน้า 85.
  6. ฤทธิ์ปรับปรุงสมรรถภาพทางเพศชายของต้นหนามกระสุน.ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร.สำนักงานข้อมูลสมุนไพร.คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล.
  7. (วิทยา บุญวรพัฒน์).  “โคกกระสุน”.  หนังสือสารานุกรมสมุนไพรไทย-จีน ที่ใช้บ่อยในประเทศไทย.  หน้า 166.
  8. Actas Urol Esp 2014, 38: 244-248, Phytomedicine 2008, 15: 44-54 , J Sex Marital Ther. 2015, 7:1-5
  9. Chayamarit K. ZYGOPHYLLACEAE. In: Santisuk T, Larsen K, eds. Flora of Thailand, Volume seven part two. Bangkok: Diamon Co. Ltd., 2000:347-9.