โกฐกระดูก ประโยชน์ดีๆ สรรพคุณเด่นๆและข้อมูลงานวิจัย

โกฐกระดูก

ชื่อสมุนไพร  โกฐกระดูก
ชื่ออื่นๆ/ชื่อท้องถิ่น  มู่เซียง , บักเฮียง (จีน)
ชื่อวิทยาศาสตร์   Aucklandia lappa DC.
ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์  Saussurea lappa C.B.Clarke
ชื่อสามัญ  Costus , Costus Root 
วงศ์  COMPOSITAE - ASTERACEAE

 

ถิ่นกำเนิดโกฐกระดูก 

โกฐกระดูกจัดเป็นพืชเฉพาะถิ่นที่มีถิ่นกำเนิดทางตะวันตกเฉียงเหนือของเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งอยู่บริเวณประเทศ จีน และ อินเดีย ต่อมาได้มีการแพร่กระจายพันธุ์ไปยังบริเวณต่างๆของเทือกเขาหิมาลัย ปัจจุบันมีหลายประเทศที่มีการปลูกโกฐกระดูก เช่น จีน อินเดียว เนปาล ภูฏาน เกาหลี ญี่ปุ่น  เวียดนาม เป็นต้น ส่วนในไทยมีการใช้โกฐกระดูกกันมาตั้งแต่อดีตแล้ว แต่จะเป็นการนำเข้าจากจีนและอินเดียเป็นส่วนมาก เพราะในไทยไม่สามารถเพาะปลูกได้ เนื่องจากโกฐกระดูกเป็นพืชที่เจริญเติบโตในสภาพอากาศเย็นจัดทั้งปี

ประโยชน์/สรรพคุณโกฐกระดูก

โกฐกระดูกถูกนำมาใช้เป็นเครื่องยาในตำรายาไทยและตำรายาจีนมาตั้งแต่ในอดีตแล้ว โดยในตำรายาไทยได้ระบุถึงสรรพคุณของโกฐกระดูกไว้ว่า โกฐกระดูกมีรสขม หวาน มัน ระคนดัน มีกลิ่นหอมเฉพาะ บำรุงหัวใจ บำรุงกระดูก แก้โรคโลหิตจาง แก้ลมวิงเวียน ขับลมในลำไส้ แก้อาเจียน แก้ปวด แก้หืดหอบ แก้ลมในกองเสมหะ ขับลม แก้ท้องเสีย แก้บิด แก้ปวดท้อง

นอกจากนี้ยังมารนำมาใช้เป็นส่วนผสมของตำรับยาไทยอีกหลายตำรับเช่น “พิกัดตรีทิพย์รส” โกฐกระดูก กฤษณา และอบเชยไทย มีสรรพคุณบำรุงธาตุ บำรุงโลหิต บำรุงตับ บำรุงปอด บำรุงกระดูก แก้ลมในกองเสมหะ “พิกัดสัตตะปะระเมหะ” ซึ่งประกอบไปด้วยเครื่องยา 7 อย่างต้นตำแยทั้ง 2 ต้นก้นปิด ลูกกระวาน ผลรักเทศ ตรีผลาวะสัง และโกฐกระดูก มีสรรพคุณ  แก้อุจจาระธาตุลามก ชำระเมือกมันในลำไส้

ส่วนในบัญชียาจากสมุนไพรตามประกาศคณะกรรมการแห่งชาติด้านยาก็ยังระบุถึง ตำรับยาที่มีโกฐกระดูกเป็นส่วนประกอบอีกเช่น  ตำรับ”ยาหอมเทพจิตร” และตำรับ ”ยาหอมนวโกฐ” มีสรรพคุณในการแก้ลมวิงเวียน แก้อาการหน้ามืด ตาลาย ใจสั่น คลื่นเหียน อาเจียน แก้ลมจุกแน่นในท้อง  “ยาประสะกานพลู มีสรรพคุณบรรเทาอาการปวดท้อง จุกเสียด แน่นเฟ้อจากอาหารไม่ย่อย เนื่องจากธาตุไม่ปกติ  และมีได้มีการนำโกฐกระดูกมาใช้ในเครื่องยาไทย ที่เรียกว่า โกฐทั้งเจ็ด(สัตตโกฐ) และโกฐทั้งเก้า(เนาวโกฐ)อีกด้วย  โดยมีสรรพคุณ คือ แก้ไข้ แก้ไข้ร่วมกับมีเสมหะ แก้หืดไอ แก้หอบ แก้ลมในกองธาตุ ชูกำลัง ขับลม แก้สะอึก บำรุงเลือด บำรุงกระดูก

ส่วนในตำรายาจีนระบุถึงสรรพคุณของโกฐกระดูกว่า รากรสเผ็ด-ขม มีฤทธิ์อุ่น ออกฤทธิ์ตามเส้นลมปราณของ กระเพาะอาหาร, ลำไส้ใหญ่, ถุงน้ำดี และม้าม โดยปรับการไหลเวียนของพลังลมปราณและ ช่วยในการไหลเวียนของพลัง(ชี่)ของกระเพาะอาหารและม้าม

ลักษณะทั่วไปโกฐกระดูก

โกฐกระดูกจัดเป็นไม้ล้มลุก ลำต้นตั้งตรงไม่มีกิ่งก้านแตกออกไปและลำต้นก็มีขนาดเล็ก ตามลำต้นมีร่องเป็นริ้วๆรอบลำต้น มีขนสั้นๆขึ้นปกคลุม มีความสูงประมาณ 1-2 เมตร ใบออกเป็นใบเดี่ยว ขนาดใหญ่คล้ายกับใบบัว แต่จะยาวกว่า และขอบใบหยักรอบใบคล้ายหนาม และมีก้านใบยาว โดยใบมีความกว้าง 20-35 เซนติเมตร ยาว 80-100 เซนติเมตร ใบมีสีเขียวเข้ม มีขนขึ้นปกคลุม ดอกออกเป็นดอกเดี่ยวบริเวณโคนใบ โดยดอกจะมีสีม่วงคล้ายกับดอกบานไม่รู้โรย ซึ่งใน 1 ดอกใหญ่จะมีกลีบดอกประมาณ 10 ชั้น และกลีบดอกในแต่ละชั้นจะมีความยาว 10-25 มิลลิเมตร ผลออกเป็นเส้นแบนๆ

การขยายพันธุ์โกฐกระดูก 

ไม่มีข้อมูล


องค์ประกอบทางเคมี 

จากการศึกษาวิจัยองค์ประกอบทางเคมีในรากแห้งของโกฐกระดูก พบว่า  โดยส่วนประกอบเป็นน้ำมันระเหยง่าย องค์ประกอบหลักเป็นสารกลุ่ม sesquiterpene lactone อัลคาลอยด์  ฟลาโวนอยด์ และแอนทราควิโนน ส่วนในน้ำมันหอมระเหยจากรากของโกฐกระดูกพบสาร Aplotaxene,Costus acid,Costus Lactone,β-Pinene , α-Phellandrene , o-cymene ,  β-Linalool , Camphor , Borneol , Eugenol , Copaene , Cyperene , Isosativene , α-Curcumene , Valencene , Elemicin , Bergamotol

           

ที่มา : Wikipedia

รูปแบบ/ขนาดวิธีใช้โกฐกระดูก

ใช้บำรุงหัวใจ บำรุงกระดูก แก้ปวด แก้อาเจียน แก้โลหิตจาง แก้หืดหอบ แก้ลมวิงเวียน ขับลม แก้ปวดท้อง โดยการนำรากแห้งมาต้มกับน้ำดื่ม หรือบดเป็นผงใช้ชงแบบชาก็ได้  ใช้ขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ โดยใช้โกฐกระดูก และโกฐเขมาขาว 10 กรัม เปลือกส้ม 8 กรัม นำมาต้มกับน้ำรับประทาน  แก้ท้องเสีย แก้บิด  ใช้โกฐกระดูก 30 กรัม, ข่าลิง 30 กรัม, หนังกระเพาะไก่ , ดีปลี, ส้มมือ 15 กรัม, อบเชย 8 กรัม, และลิ้นทะเล 100 กรัม นำมาบดให้เป็นผง ใช้รับประทาน วันละ 2-3 ครั้ง

ส่วนในตำรับยาไทยอื่นๆ เช่น ยาหอมเทพจิตร ยาหอมนวโกฐ ยาปงสะกานพลู พิกัดโกฐทั้ง 7 และพิกัดโกฐทั้ง 9 ให้ใช้ผงยารับประทาน 200-1000 มิลลิกรัม หรือใช้ตามที่ระบุในตำรับยา


การศึกษาทางเภสัชวิทยา

ฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรีย  จากการศึกษาวิจัยพบว่าสารสกัดด้วยเอทานอลจากรากโกฐกระดูก ความเข้มข้น 0.5 - 4 มก./มล. มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus mutans ที่เป็นสาเหตุโรคฟันผุ โดยการยับยั้งการสร้างกรดของแบคทีเรีย การยึดเกาะของแบคทีเรียต่อแผ่นโมเดล hydroxyapatite beads ที่เคลือบด้วยน้ำลาย (saliva-coated hydroxyapatite beads) และการสังเคราะห์กลูแคน

            ฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด ส่วนในประเทศอินเดียมีการศึกษาทดลองในหนูทดลอง โดยป้อนสารสกัดแอลกอฮอลล์จากรากของโกฐกระดูกในขนาด 400 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เป็นเวลา 7 วัน พบว่าสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดของหนูทดลองได้

            นอกจากนี้ยังมีผลการศึกษาวิจัยอื่นๆ ระบุว่า โกฐกระดูกมีฤทธิ์ต้านการเกิดพิษต่อตับ ต้านการอักเสบ ต้านเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อรา ต้านการเกิดแผลในกระเพาะ อาหารและกระตุ้นการบีบตัวของกระเพาะและลำไส้ ต้านมะเร็ง ต้านการเกิดออกซิเดชั่น ขับน้ำดี ฯลฯ

การศึกษาทางพิษวิทยา 

มีการศึกษาวิจัยทางพิษวิทยาในรากของโกฐกระดูก โดยการกรอกและการฉีดใต้ผิวหนังสารสกัดเอทานอลจากราก ในปริมาณ 10 กรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม (ซึ่งเทียบเท่ากับการรักษาในคน 3333 เท่า) พบว่าไม่พบพิษแต่อย่างใด


ข้อแนะนำ/ข้อควรระวัง

ในการใช้โกฐกระดูกเป็นสมุนไพรในการบำบัดรักษาโรค ควรระมัดระวังในการใช้เช่นเดียวกันกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ โดยการใช้ในปริมาณที่พอดีที่ระบุไว้ในตำรับตำรายาต่างๆ ไม่ควรใช้ในปริมาณที่มากจนเกินไปหรือใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานจนเกินไปเพราะอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ ส่วนเด็ก สตรีมีครรภ์ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง รวมถึงผู้ที่ต้องรับประทานยาต่อเนื่องเป็นประจำ ก่อนใช้โกฐกระดูกควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ

 

เอกสารอ้างอิง

  1. จันคนา  บูรณะโอสถ , ปนัดดา พัฒนวศิน , ภัทราวดี เหลืองธุวประณีต , อุทัย โสธนะพันธุ์ . การวิเคราะห์หาองค์ประกอบของสารหอมระเหยจากเครื่องยาในพิกัดนาวโกฐด้วยวิธีโครมาโทกราฟีแบบแก๊ส,แมสสเปกโทรเมทรี.วารสารโภษัชยนิพนธ์ ปีที่11.ฉบับที่2.กรกฏาคม-ธันวาคม2559.หน้า45-60
  2. เภสัชกรหญิง จุไรรัตน์ เกิดดอนแฝก.  “โกฐกระดูก”.  หนังสือสมุนไพรบำบัดเบาหวาน 150 ชนิด.  หน้า 58.
  3. มงคล โมกขะสมิต , กมล สวัสดีมงคล , ประยุทธ สาตราวาหะ .การศึกษาพิษของสมุนไพร.วารสารกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ปีที่12 ฉบับที่ 2-4.2513.หน้า17-42
  4. ฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรียก่อโรคฟันผุของโกฐกระดูก.ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร.สำนักงานข้อมูลสมุนไพรคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.
  5. วิทยา บุญวรพัฒน์.  “โกฐกระดูก”. หนังสือสารานุกรมสมุนไพรไทย-จีน ที่ใช้บ่อยในประเทศไทย.   หน้า 96.
  6. โกฐกระดูก.ฐานข้อมูลเครื่องยา.คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี(ออนไลน์)เข้าถึงได้จาก http://www.thaicruddrug.com/main.php?action=viewpage&pid=25
  7. Department  of  Development  of  Thai Traditional  and  Alternative  Medicine, Ministry  of  Public  Health.  Monograph of  selected  Thai  materia  medica, volume  1.  Bangkok:  Amarin  Printing and Publishing; 2008.