เทียนแดง ประโยชน์ดีๆ สรรพคุณเด่นๆ และงานวิจัย

เทียนแดง

ชื่อสมุนไพร เทียนแดง
ชื่ออื่นๆ/ชื่อท้องถิ่น ตู๋สิงช่าย,ถิงจื่อลี่ (จีนกลาง)
ชื่อวิทยาศาสตร์  Lepidium sativum Linn. 
ชื่อสามัญ  Garden Cress, Garden Cress Seed
วงศ์  CRUCIFERAE (BRASSICACEAE(

 

ถิ่นกำเนิดเทียนแดง  

เป็นพืชพื้นเมืองของทวีแอฟริกาใต้ แพร่กระจายพันธุ์ไปสู่ประเทศทางยุโรปเอเชียตะวันตก , เอเชียใต้ และในประเทศจีน สำหรับในประเทศไทยไม่ปรากฏว่ามีการเพาะปลูกเทียนแดงแต่อย่างใดส่วนมาก เมล็ดเทียนแดงที่จำหน่ายตามร้านขายยาสมุนไพรในประเทศไทยเป็นสมุนไพรนำเข้าจากต่างประเทศ โดยประเทศที่ส่งออกเทียนแดงมาก คือ ปากีสถาน อินเดีย และอัฟกานิสถาน


ประโยชน์และสรรพคุณเทียนแดง

ชาวยุโรปมีการนำเทียนแดงมาใช้ใส่ในซุป,แซนด์วิช และสลัด เพื่อเพิ่มรสชาติ สำหรับสรรพคุณทางยาของเทียนแดงนั้น ตำรายาไทยระบุว่า เมล็ดเทียนแดง มีรสเผ็ดขม เป็นยาเย็น ออกฤทธิ์ต่อปอด หัวใจ ม้าม และกระเพาะปัสสาวะ ใช้เป็นยาขับความชื้นในร่างกาย ขับความชื้นในปอด น้ำท่วมปอด ใช้แก้เสมหะ แก้ลม แก้น้ำดีพิการ แก้คลื่นเหียนอาเจียน แก้ลมเสียดแทงสองราวข้าง  ขับน้ำนม  แก้ลักปิดลักเปิด ฟอกโลหิต  ใช้เป็นยารักษาโรคหอบหืด แก้อาการแน่นหน้าอก ใช้ขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะกะปริบกะปรอย แก้น้ำดีพิการ แก้วบวมน้ำ  และยังมีการนำเทียนแดงมาเข้าใน “พิกัดยาไทย” โดยเทียนแดงจัดอยู่ใน “พิกัดเทียน”  ที่ประกอบด้วย“พิกัดเทียนทั้ง 5” ได้แก่ เทียนดำ เทียนแดง เทียนขาว เทียนข้าวเปลือก และเทียนตาตั๊กแตน “พิกัดเทียนทั้ง 7” (มีเทียนเยาวพาณี และเทียนสัตตบุษย์ เพิ่มเข้ามา) “พิกัดเทียนทั้ง 9” (มีเทียนตากบ และเทียนเกล็ดหอย เพิ่มเข้ามา) สรรพคุณโดยรวม ของยาที่ใช้ในพิกัดเทียน คือ ช่วยขับลม แก้อาเจียน บำรุงโลหิต และใช้ในตำรับยาหอม นอกจากนี้ในบัญชียาจากสมุนไพร ตามประกาศ คณะกรรมการแห่งชาติด้านยา ยังมีการใช้เทียนแดงในการรักษาอาการโรคในระบบต่างๆของร่างกายหลายกลุ่มอาการ คือ 

ยารักษากลุ่มอาการทางระบบไหลเวียนโลหิต (แก้ลม) ปรากฏตำรับ”ยาหอมเทพจิตร” และตำรับ ”ยาหอมนวโกฐ” มีส่วนประกอบของเทียนแดง อยู่ในพิกัดเทียนทั้ง 9 ร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ ในตำรับ มีสรรพคุณในการแก้ลมวิงเวียน แก้อาการหน้ามืด ตาลาย ใจสั่น คลื่นเหียน อาเจียน แก้ลมจุกแน่นในท้อง
            ยารักษากลุ่มอาการทางระบบทางเดินอาหาร ปรากฏตำรับ “ยาธาตุบรรจบ” มีส่วนประกอบของ เทียนแดง เทียนดำ เทียนขาว เทียนสัตตบุษย์ และเทียนเยาวพาณี ร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ ในตำรับ มีสรรพคุณ บรรเทาอาการท้องอืดเฟ้อ  อาการอุจจาระธาตุพิการ ท้องเสียที่ไม่เกิดจากการติดเชื้อ

ส่วนในในอินเดีย จะใช้ทั้งใบ ราก และเมล็ดเพื่อเป็นยา  สมุนไพร และโมรอคโค ใช้เมล็ดในการรักษาหอบหืด โรคผิวหนัง โรคเบาหวาน และช่วยขับน้ำนม ในหญิงให้นมบุตร


ลักษณะทั่วไปเทียนแดง

เทียนแดงเป็นสมุนไพรที่ได้จากเมล็ดแก่แห้งของพืชที่มีชื่อพฤกษศาสตร์ว่า Lepidium sativum L.  ส่วนใบของเทียนแดงนั้น จัดเป็นพรรณไม้ล้มลุก มีอายุได้ประมาณ 1-2 ปี ลำต้นมีลักษณะตั้งตรงและมีความสูงประมาณ 10-40 เซนติเมตร แตกกิ่งก้านบริเวณยอด  มีขนอ่อนขึ้นปกคลุมทั้งต้น เป็นเดี่ยวเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปรีแคบ ขอบใบหยักลึก แตกเป็นแฉกคล้ายขนนก มีประมาณ 2-3 แฉก หน้าใบไม่มีขน แต่หลังใบมีขน ใบมีขนาดกว้างประมาณ 1-1.5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 3-5 เซนติเมตร โดยใบที่อยู่ใกล้โคนต้นจะมีก้านใบยาวประมาณ 1-2 เซนติเมตร ส่วนใบด้านบนไม่มีก้านใบ ดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง รวมเป็นกระจุกดอกมีขนาดเล็กมาก ประมาณ 3-5 มิลลิเมตร เป็นดอกสมบูรณ์เพศ มีสีขาวอมม่วง ขนาดเล็ก มีกลีบเลี้ยง 4 กลีบ กลีบดอก 4 กลีบ รอบกลีบมีเกสรเพศผู้สีเหลือง 6 อันผลมีลักษณะกลมยาวเป็นรูปไข่แบนมีเหลี่ยม ออกบริเวณง่ามใบ มีขนอ่อนขึ้นปกคลุม เมล็ดมีสีแดงขนาดเล็กคล้ายรูปไข่ ผิวมันลื่น เรียบ ไม่มีขน ปลายข้างหนึ่งเรียวมีลักษณะเป็นร่องตามแนวสั้นๆส่วนเปลือกเมล็ดจะพองตัวเมื่อถูกความชื้น


การขยายพันธุ์เทียนแดง

เทียนแดงเป็นพืชที่ไม่มีการเพาะปลูกในประเทศไทย ซึ่งอาจจะเนื่องด้วยสภาพภูมิอากาศที่ไม่เหมาะสม แต่จากการค้นคว้าหาข้อมูลพบว่า เทียนแดง สามารถขยายพันธุ์ได้โดยกดารใช้เมล็ด ส่วนวิธีการปลูกนั้นมีวิธีการ เช่นเดียวกันกับการปลูกเทียนขาว (Cuminum cyminum Linn) ที่ได้กล่าวในบทความก่อนหน้านี้ไปแล้ว


องค์ประกอบทางเคมี

ในส่วนเมล็ดพบน้ำมันระเหยยาก ประมาณ 23%  โดยมีกรดไขมันชนิดแอลฟา ไลโนเลอิก (ALA) 34% ของกรดไขมันทั้งหมด วิตามินซี 37% นอกจากนี้ยังพบสารเมือก (mucilage) และเลคติน (lectin) เป็นองค์ประกอบของเมล็ดด้วยสารสำคัญที่พบแยกตามกลุ่มสารดังนี้
           Imidazole alkaloid เช่น lepidine B, lepidine C, lepidine D, lepidine E, lepidine F, semilepidinoside A, semilepidinoside B        Glucosinolate พบประมาณ 1.2% ในส่วนประกอบของน้ำมันระเหยง่าย จากใบ และเมล็ด เช่น N,N-dibenzylurea N,N-dibenzylthiourea, benzylthiocyanate, benzyl isothiocyanate, benzyl cyanide, sinapic acid ethyl ester และยังพบสารต่างๆอีกเช่น allyl glucosinolate , erucic acid , sinapine , stearic acid , sitosterol      

   

ที่มา : Wikipedia

 

รูปแบบ/ขนาดวิธีใช้

ในการนำเทียนแดงมาใช้ร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ หรือนำมาเข้าพิกัดยา เช่น ยาหอมเทพจิต , ยาหอมนวโกฐ , ยาธาตุบรรจบ และพิกัดเทียนทั้ง 5,7,9 ควรใช้ในขนาดและปริมาณตามที่ระบุไว้ ส่วนการใช้เทียนแดงตามภูมิปัญญาพื้นบ้านนั้นมีดังนี้ ใช้เป็นยาแก้ไอ ขับลมและอาการบวมน้ำ ด้วยการใช้เมล็ดเทียนแดง 300 กรัม นำมาบดให้เป็นผง ใส่น้ำลงไปต้มเคี่ยวจนน้ำแห้ง แล้วจึงนำไปแช่กับเหล้ารับประทาน แก้อาการไอเรื้อรัง โดย ใช้เทียนแดง 6 กรัม นำมาบดให้เป็นผง แบ่งชงกับน้ำรับประทานวันละ 3 ครั้ง ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ แก้น้ำดีพิการ รักษาโรคหอบหืด แน่นหน้าอก ให้ใช้เมล็ดเทียนแดง 5-10 กรัม ต้มกับน้ำใช้ดื่ม ส่วนหากจะใช้แก้คลื่นเหียนอาเจียน แก้ลักปิดลักเปิด ขับลมแก้ลมเสียดแทง ใช้ขับน้ำนมสตรีให้ใช้เมล็ดเทียนแดง 1-2 ช้อนชาชงกับน้ำร้อนดื่ม เช้า-เย็น


การศึกษาทางเภสัชวิทยา

ฤทธิ์ลดคลอเรสเตอรอล  การให้น้ำมันจากเมล็ด ในขนาด 10% แก่หนู เป็นเวลา 8 สัปดาห์ พบว่าลดระดับคลอเรสเตอรอลที่ตับได้ 12.3% ลดระดับไตรกลีเซอไรด์ได้ 40.4% ลดระดับ LDL 9.45% แต่ระดับ HDL ไม่เปลี่ยนแปลง น้ำหนักตัว และน้ำหนักของอวัยวะ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง  ระดับ ALA, EPA, DHA ในตับ และซีรัมเพิ่มขึ้น

ฤทธิ์ลดความดันโลหิต สารสกัดเมล็ดด้วยน้ำ เมื่อให้หนูที่มีความดันโลหิตสูงกิน ในขนาด 20 มิลลิกรัม ต่อกิโลกรัม เป็นเวลา 3 สัปดาห์ มีผลลดความดันได้ในวันที่ 7 ของการได้รับสารสกัด โดยไม่มีผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจ และไม่มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ แต่ในหนูปกติจะเพิ่มการขับปัสสาวะ

 ฤทธิ์ระบาย เพิ่มการขับเคลื่อนอาหารผ่านลำไส้  การศึกษาพบว่าสารสกัดด้วย 70% เมทานอล จากเมล็ดเทียนแดงที่ความเข้มข้น 30 และ 100 mg/kg สามารถทำให้อุจจาระของหนู mice เปียกและนุ่มลง คิดเป็น 53.8±9.2% และ 63.2±5.3% ตามลำดับ ในขณะที่สารมาตรฐาน carbamylcholine (CCh )ขนาด 1 mg/kgทำให้อุจจาระเปียก 73.6±6.8% และในขณะเดียวกันพบว่าสารสกัดของเทียนแดงมีผลต่อการเพิ่มการขับเคลื่อนอาหารผ่านลำไส้เล็ก โดยการทดสอบกับอาหารที่ผสม charcoal ป้อนให้หนูเม้าส์ หลังจากนั้น 30 นาที นำลำไส้หนูมาตรวจสอบ พบว่าสารสกัดในขนาด 30 และ 100 mg/kg, สารมาตรฐาน CCh 1 mg/kg, และ negative contol ด้วย salineมีผลเพิ่มการขับเคลื่อนของอาหารผ่านลำไส้เล็กได้เท่ากับ 73.9±1.8% (p < 0.01), 86.7±2.8% (p < 0.001), 96.3±2.9% และ 57.1±2.6% ของความยาวลำไส้เล็ก ตามลำดับ การเพิ่มความสามารถในการเคลื่อนที่ของลำไส้ได้มากขึ้น ทำให้อาหารไม่ตกค้าง ลดอาการคลื่นไส้อาเจียน หรือท้องอืดเฟ้อ

ฤทธิ์ขยายหลอดลม  สารสกัดบิวทานอลจากเมล็ด เมื่อให้หนูที่ถูกเหนี่ยวนำให้หลอดลมหดตัว ด้วยสารฮีสตามีน และอะเซทิลโคลีน พบว่าสามารถป้องกันหลอดลมหดตัวได้ เมื่อเปรียบเทียบกับยามาตรฐาน ketotifen (1 มก./กก.) และ atropine sulphate (2 มก./กก.) 

ฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด  สารสกัดเมล็ดด้วยน้ำ เมื่อให้หนูกิน ขนาดสูงครั้งเดียว หรือให้ต่อเนื่องกันเป็นเวลา 15 วัน สามารถลดระดับน้ำตาลในหนูเบาหวาน และหนูปกติ โดยไม่ทำให้ระดับอินซูลินในเลือดเปลี่ยนแปลง และทำให้น้ำหนักตัวหนูลดลง  เมื่อปี ค.ศ.2006 ที่ประเทศอียิปต์ ได้ทำการศึกษาทดลองผลของเมล็ดเทียนแดงในการลดไขมันเลือด โดยพบสาร flavonoid ในสารสกัดเทียนแดง ทำการทดลองโดยใช้ Chromatog techniques มีผลในการลดเบาหวาน ลดระดับน้ำตาลในเลือด 28.5% (ทำการทดลองในหนูที่ถูกกระตุ้นให้เป็นเบาหวาน) และแสดงผลในการลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรีกลีเซอไรด์


การศึกษาทางพิษวิทยา

 สารสกัดผลแห้งด้วย 50% เอทานอล ขนาด 10 กรัม/กิโลกรัม ไม่มีพิษไม่ว่าจะให้หนูถีบจักรกิน หรือฉีดเข้าใต้ผิวหนัง และสารสกัดเมล็ดด้วย 95% เอทานอล ไม่มีพิษ เมื่อให้หนูถีบจักรกินขนาด 3 กรัม/กิโลกรัม ครั้งเดียว หรือให้กินขนาด 100 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน ทุกวันติดต่อกัน เป็นเวลา 90 วัน


ข้อแนะนำ/ข้อควรระวัง

  1. เทียนแดงมีส่วนประกอบของ mustard oil  หากรับประทานในขนาดสูงเกินไป อาจทำให้เกิดการระคายเคืองกระเพาะอาหาร และทำให้เนื้อเยื่ออักเสบได้
  2. ผู้ที่มีธาตุอ่อน และมีภาวะปอดหย่อนไม่มีกำลัง หรือปอดอ่อนแอ ไม่ควรรับประทานสมุนไพรชนิดนี้
  3. ไม่ควรรับประทานเมล็ดเทียนแดงหรือยาตำรับต่างๆ ที่มีเทียนแดงผสมอยู่มากเกินขนาดที่ระบุไว้ตามตำรายานั้นๆ รวมถึงไม่ควรใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานเกินไป เพราะอาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวได้

 

เอกสารอ้างอิง

  1. นันทวัน บุณยะประภัศร, อรนุช โชคชัยเจริญพร. สมุนไพรไม้พื้นบ้าน 2. บริษัท ประชาชน จำกัด:กรุงเทพมหานคร, 2541.
  2. จิตรา ชัยวัฒน์.การตรวจเอกลักษณ์ทางเคมี-ฟิสิกส์ของเทียนแดง.วารสารกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ปีที่ 56.ฉบับที่ 3 . กรกฎาคม – กันยายน 2557.หน้า109-122
  3. หนังสือสารานุกรมสมุนไพรไทย-จีน ที่ใช้บ่อยในประเทศไทย.  (วิทยา บุญวรพัฒน์).  “เทียนแดง”.  หน้า 272.
  4. นันทวัน บุณยะประภัศร, บรรณาธิการ. สมุนไพรไม้พื้นบ้าน 2. กรุงเทพฯ : สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล; 2541: 403-6.
  5. ชยันต์ พิเชียรสุนทร และวิเชียร จีรวงศ์.คู่มือเภสัชกรรมแผนไทยเล่ม 5 คณาเภสัช.พิมพ์ครั้งที่2 กทม.อัมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชซิ่ง.2548.หน้า173
  6. หนังสือสมุนไพรลดไขมันในเลือด 140 ชนิด.  (เภสัชกรหญิง จุไรรัตน์ เกิดดอนแฝก).  “เทียนแดง”  หน้า 111.
  7. เทียนแดง.ฐานข้อมูลเครื่องยา คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี(ออนไลน์)เข้าถึงได้จากhttp://www.thaiCrudedrug.com/main.php?action=viewpeg&pid=69
  8. Diwakar BT, Duttaa PK, Lokesh BR, Naidu KA.Bio-availability and metabolism of n-3 fatty acid rich garden cress (Lepidium sativum) seed oil in albino rats. Prostaglandins, Leukotrienes and Essential Fatty Acids 2008:78; 123–130.
  9. Mali RG, Shailaja G. Mehta AA, Mehta MA. Studies on bronchodilatory effect of Lepidium sativum against allergen induced bronchospasm in guinea pig.Phcog Mag 2008:4(15);189-192
  10. Gil V, MacLeod AJ. Studies on glucosinolate degradation in Lepidium sativum seed extracts. Phytochemisty 1980; 19(7): 1369-74
  11.  Maghrani M, Zeggwagh N-A, Michel J-B, Eddouks M. Antihypertensive effect of Lepidium sativum L. in spontaneously hypertensive rats. J  Ethnopharmacology  2005:100;193–197.
  12. Duke JA, Bogenschutz-Godwin MJ, duCellier J, Duke P-A. Handbook of Medicinal  Herbs. 2nd. CRC Press: Washinton D.C., 2002.
  13. Rehmana N, Mehmooda MH, Alkharfy KM, Gilania A-H.Prokinetic and laxative activities of Lepidium sativumseed extract with speciesand tissue selective gut stimulatory actions. J Ethnopharmacology. 2011;134:878–883.
  14.  Eddouks M, Maghrani M, Zeggwagh N-A, Michel JB.Study of the hypoglycaemic activity of Lepidium sativum L. aqueous extract in normal and diabetic rats.J  Ethnopharmacology  2005:97;391-395.