ผักแขยง ประโยชน์ดีๆ สรรพคุณเด่นๆ และข้อมูลงานวิจัย

ผักแขยง

ชื่อสมุนไพร  ผักแขยง
ชื่ออื่นๆ/ชื่อท้องถิ่น  ผักกะแยง , ผักคะแยง ,ผักอีออม(ภาคอีสาน) , ผักพา (ภาคเหนือ) , ผักลืมผัว (ภาคกลาง) , สุ่ยฝูโหยว , จุ้ยหุ่ยยัง (จีน)
ชื่อวิทยาศาสตร์   Limnophila aromatica (Lam.) Merr.
วงศ์  Scrophulariaceae

 

ถิ่นกำเนิดผักแขยง 

ผักแขยงเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชียซึ่งคลอบคลุมในหลายๆประเทศ เช่น อินเดีย ศรีลังกา จีนตอนใต้ พบว่า ไทย ลาว กัมพูชา แล้วมีการแพร่กระจายพันธุ์ไปยัง ญี่ปุ่น ไต้หวัน รวมถึงตอนเหนือของออสเตรเลีย  สำหรับในประเทศไทยพบได้ทั่วทุกภาคของประเทศแล้วจะพบได้มากทางภาคอีสานและภาคเหนือ โดยจะพบตามบริเวณที่ชื้นแฉะ ริมคันนา ริมหนองน้ำและยังถูกจัดให้เป็นวัชพืชในนาข้าวอีกด้วย

ประโยชน์/สรรพคุณผักแขยง 

ผักแขยงมีกลิ่นหอมฉุนและให้รสเผ็ดร้อน จึงมีการนำต้นอ่อนยอดอ่อนและใบอ่อน มาใช้รับประทานและใช้ประกอบอาหารต่างๆ โดยคนอีสานและคนเหนือนิยมกินผักแขยงในรูปของผักสดแกล้มน้ำพริก หรือใส่ในลาย หลู้ ซุปหน่อไม้ หรือใส่ในส้มตำ  รวมถึงยังสามารถนำมาประกอบอาหารหรือใช้ปรุงแต่งกลิ่นและรสของอาหารอื่นๆ เช่น แกงอ่อม อ่อมกบ อ่อมเขียด อ่อมปลา อ่อมเนื้อวัว อ่อมหอย แกงต้มส้ม แกงหน่อไม้หรือแกงเปรอะ เป็นต้น ส่วนสรรพคุณทางยาของผักแขยงนั้นตามตำรายาไทยระบุถึงสรรพคุณไว้ว่า ผักแขยงรสเผ็ดร้อน หอมฉุน สรรพคุณขับน้ำนม ระบายท้อง แก้ไข้ แก้ไอ แก้ปวดประจำเดือน ช่วยขับลม ช่วยเจริญอาหาร ประสะน้ำนม แก้ท้องเสีย อาหารเป็นพิษ ฆ่าเชื้อโรค เป็นยาระบายอ่อนๆ แก้อักเสบ แก้คันตามผิวหนัง แก้กลาก แก้ฝี แก้พิษงู ฯลฯ

ลักษณะทั่วไปผักแขยง 

ผักแขยงจัดเป็นพืชล้มลุกเนื้ออ่อนมีอายุปีเดียว ลำต้นมีลักษณะอวบทรงกลม ตั้งตรงผิวลำต้นมีสีเขียวอ่อน และมีขนปกคลุม ด้านในลำต้นกลวงเป็นรูอากาศ เห็นได้ชัดโดยลำต้นมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.2-0.35 เซนติเมตร สูงประมาณ 20-35 เซนติเมตร ลำต้นมีกลิ่นฉุนแรง และให้รสเผ็ด ใบเป็นใบเดี่ยว ขนาดเล็ก ออกเป็นคู่ตรงข้ามตามข้อปล้องของลำต้น หรืออาจมี 3 ใบก็ได้ รูปทรงของใบเป็นแบบใบรีรูปของขนานมีสีเขียวมีขนขึ้นปกคลุมเล็กน้อย ใบยาว 1.5-5 ซม.กว้าง 1-2 ซม. ฐานใบหุ้มลำต้น ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย ไม่มีก้านใบ ด้านบนของใบมีตุ่มเล็กๆ ที่เป็นต่อมน้ำมันอยู่มาก ดอกออกเป็นดอกเดี่ยวหรืออาจจะแทงเป็นช่อ บริเวณซอกใบ โดยในแต่ละดอกจะมีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ เป็นสีเขียวมีขน ลักษณะดอกเป็นรูปกรวยกลีบดอกสีแดงสีชมพูอ่อน หรือสีม่วงยาว 0.3 เซนติเมตร และแยกออกเป็น 5 กลีบ ก้านดอกยาวประมาณ 0.5-1 เซนติเมตร มีขนมากและมีก้านเกสรตัวผู้สีขาว 4 อัน ผลมีลักษณะรียาว ปลายผลเรียวแหลม ยาวประมาณ 2 มิลลิเมตร ผลอ่อนมีสีเขียว ส่วนผลแก่มีสีน้ำตาล เมื่อแก่เต็มที่ ผลจะปริแตกออกเป็น 4 แฉก ต้านในมีเมล็ดรูปทรงกลมสีน้ำตาลอมดำขนาดเล็กจำนวนมาก

การขยายพันธุ์ผักแขยง 

ผักแขยงสามารถขยายพันธุ์โดยการใช้เมล็ดและการปักชำลำต้นนั้น จะเป็นการนำมาปักขำเฉพาะการปลูกในกระถางเพื่อใช้สำหรับในครัวเรือนตามชนบทเท่านั้น สำหรับการขยายพันธุ์หลักๆ ของผักแขยงนั้น ส่วนมากแล้วจะเป็นการขยายพันธุ์โดยเมล็ดในธรรมชาติมากกว่าการนำมาเพาะปลูกโดยมนุษย์เพราะผักแขยงก็เป็นพืชชนิดหนึ่งที่ถูกจัดให้เป็นวัชพืชในนาข้าว และมักจะถูกกำจัดออกจากแปลงนาทั่วๆไป

องค์ประกอบทางเคมี

มีการศึกษาถึงองค์ประกอบทางเคมีจากส่วนต่างๆของผักแขยงพบว่ามีสารสำคัญๆ อยู่หลายชนิดเช่น Stigmasterol, β-sitosterol, Isothymusin ,Nevadensin , Salvigenin , Chlorogenic acid,  Caffeic acid  และในส่วนของ ต้นและใบของผักแขยงยังมีน้ำมันหอมระเหยอยู่ประมาณ 0.13% ประกอบไปด้วยสาร d-limonene และ d-perillaldehyde

            นอกจากนี้ในส่วนที่กินได้ของผักแขยงยังมีคุณค่าทางโภชนาการดังนี้

คุณค่าทางโภชนาการของส่วนที่กินได้ของผักแขยง (100 กรัม)

–          พลังงาน :                                  32                    กิโลแคลอรี

–          เส้นใย :                                     1.5                   กรัม

–          แคลเซียม :                                55                    มิลลิกรัม

–          ฟอสฟอรัส :                               62                    มิลลิกรัม

–          เหล็ก :                                       5.2                   มิลลิกรัม

–          วิตามิน A :                                5,862               หน่วยสากล

–          วิตามิน B1 :                               0.02                 มิลลิกรัม

–          วิตามิน B2 :                               0.87                 มิลลิกรัม

–          วิตามิน B3 :                               0.6                   มิลลิกรัม

–          วิตามิน C :                                 5                      มิลลิกรัม

                       

ที่มา : Wikipedia

 

รูปแบบ/ขนาดวิธีใช้

ใช้แก้ไข้ แก้ไอ ขับลม ช่วยเจริญอาหาร ขับน้ำนม ระบายท้อง โดยใช้ต้นสด ประมาณ 15-30 กรัม นำมาต้มกับน้ำดื่ม ใช้แก้พิษเบื่อเมาโดยใช้ต้นแห้งที่เก็บเอาไว้ประมาณ 1 ปี มาต้มกับน้ำดื่ม ใช้แก้ฝี กลากและอาการคันตามผิวหนังโดยใช้ต้นสดตำพอกหรือคั้นเอาน้ำทาหรือจะต้มน้ำชะล้าง บริเวณที่เป็นก็ได้ ใช้ลดอาการบวมซ้ำ โดยนำลำต้นมาขยำแล้วใช้ประคบ ใช้แก้อาการวิงเวียนศีรษะโดยใช้ลำต้น และใบสด นำมาขยำดม

การศึกษาทางเภสัชวิทยา

มีผลการศึกษาวิจัยทางเภสัชวิทยาของผักแขยงรวมถึงน้ำมันหอมระเหยของผักแขยงพบว่ามีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาต่างๆ ดังนี้ ฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวและเซลล์มะเร็งเต้านม ฤทธิ์ต้านอนูมูลอิสระ ฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัส และแบคทีเรีย ฤทธิ์ระงับประสาท ฤทธิ์ลดการอักเสบ ฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาท และฤทธิ์ขยายหลอดเลือด เป็นต้น

การศึกษาทางพิษวิทยา

ไม่มีข้อมูล

ข้อแนะนำ/ข้อควรระวัง

  1. สตรีมีครรภ์ห้ามรับประทานผักแขยงเพราะอาจทำให้เกิดอาการผิดสำแดงได้ ส่วนสตรีหลังคลอดควรระมัดระวังในการรับประทานผักแขยงเพราะอาจเกิดการแพ้ได้เช่นกัน
  2. ผักแขยงมีสารแคลเซียมออซาเลตสูง ดังนั้นจึงควรระมัดระวังในการรับประทานผักแขยง เพราะหากรับประทานมากเกินไปหรือรับประทานเป็นประจำอาจทำให้เกิดนิ่วในอวัยวะต่างๆได้

 

เอกสารอ้างอิง

  1. ไทยโพสต์.  “หอมผักแขยง ผักกลางนารสร้อนแรง ต้านมะเร็ง”.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : www.thaipost.net.  [20 ส.ค. 2014].
  2. สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณะสุข.2542 ผักพื้นบ้านภาคอีสาน302 หน้า
  3. ดร.ประไพภัทร คลังทรัยพ์.ผักแขยง...กลิ่นแรงแต่ดีและมีประโยชน์.คอลัมน์ บทความพิเศษ.นิตยสารหมอชาวบ้านปีที่34.เล่มที่4.6.กุมภาพันธ์2556.หน้า20-23
  4. สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข129
  5. กองโภชนาการ กรมอนามัย 2530.ตารางแสดงคุณค่าอาหารไทยในส่วนที่กินได้100กรัม48หน้า.
  6. ผักแขยง/ผักกะออมประโยชน์และสรรพคุณผักแขยง.พืชเกษตรดอทคอม เว็บเพื่อพืชเกษตรไทย (ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.puechkaset.com
  7. สุกัญญา แซ่ลี้.สุมาลี บุญศรี. จินตนา ชัยสุโรจน์.อรุณ จันทร์คำ 2555.Proceeding of NESTC pp 72-79.