น้ำนมราชสีห์ ประโยชน์ดีๆ สรรพคุณเด่นๆและข้อมูลงานวิจัย

น้ำนมราชสีห์

ชื่อสมุนไพร  น้ำนมราชสีห์
ชื่ออื่นๆ/ชื่อท้องถิ่น  น้ำนมราชสีห์ใหญ่,นมราชสีห์,ผักขมแดง(ภาคกลาง),หญ้าน้ำหมึก(ภาคเหนือ),หญ้าหลังอึ่ง(ไทยใหญ่),ไต่ป่วย เอี่ยงเช่า,ป่วยเอี้ยง(จีน)
ชื่อวิทยาศาสตร์   Euphorbia hirta Linn. 
ชื่อสามัญ  Asthma weed, Garden spurge, Snake weed.
วงศ์   EUPHORBIACEAE

 

ถิ่นกำเนิดน้ำนมราชสีห์ 

น้ำนมราชสีห์ มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปอเมริกากลาง และมีเขตการกระจายพันธุ์กว้าง พบได้ทั่วไปในเขตร้อนแถบเอเชีย ตะวันออกกลาง แอฟริกาและคาริบเบียน สำหรับในประเทศไทยสามารถพบได้ทุกภาค โดยมักขึ้นตามริมทางที่รกร้าง ชายป่า และในพื้นที่โล่ง รวมถึงตามแปลงเพาะปลูกพืชต่างๆนอกจากนี้ในประเทศไทย ยังได้จัดน้ำนมราชสีห์เป็นวัชพืชชนิดหนึ่งอีกด้วย


ประโยชน์/สรรพคุณน้ำนมราชสีห์

สำหรับประโยชน์ของน้ำนมราชสีห์นั้น ในบางพื้นที่มีการนำยอดอ่อนของต้นน้ำนมราชสีห์มารับประทานเป็นอาหารและยังมีการนำต้นน้ำนมราชสีห์มาเป็นอาหารเลี้ยงสัตว์ เพราะเป็นพืชที่มี Growth hormone สูง เมื่อนำมาใช้เลี้ยงสัตว์จะทำให้อัตราการเจริญเติบโตและการให้ผลผลิตจากสัตว์ดีขึ้น เช่น ช่วยทำให้เป็ดออกไข่ดี ทำให้ไก่เนื้อมีน้ำหนักเนื้อเพิ่มขึ้น ส่วนปลาก็เจริญเติบโตได้ดี 

ส่วนสรรพคุณทางยาของต้นน้ำนมราชสีห์นั้นตามตำรายาไทยไว้ว่าทั้งต้น  รสฉุน เปรี้ยว เย็นจัด ใช้ดับร้อน แก้พิษ ขับน้ำนม แก้ชื้น ผดผื่นคัน ลำไส้อักเสบเฉียบพลัน บิดจากแบคทีเรีย หนองใน ปัสสาวะเป็นเลือด ฝีในปอด ฝีที่เต้านม ฝีพิษบวมแดง ขาเป็นกลาก เน่าเปื่อย ใช้เป็นยาบำรุง บำรุงธาตุ ขับปัสสาวะ แก้ไอหือ แก้อาเจียน แก้ไข้มาเลเรีย แก้หืดหอบ หลอดลมอักเสบ แก้แพ้อากาศ แก้กระษัย ไตพิการ รักษาโรคผิวหนังผื่นคัน  ถ่ายพยาธิ แก้เด็กเป็นซาง ยาง ใช้กัดหูด ตาปลา ราก ใช้แก้ไอ  หมดสติ ลดไข้ รักษาโรคบิดมีตัว


ลักษณะทั่วไปน้ำนมราชสีห์ 

น้ำนมราชสีห์จัดเป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก ลำต้นมีขนาดเล็ก ยาวประมาณ  15 – 40 เซนติเมตร เลื้อยแผ่ไปตามผิวดิน ชูส่วนยอดตั้งขึ้น ลำต้นและกิ่งก้านมีสีแดง มีขนสีน้ำตาลปนเหลืองปกคลุมและมียางสีขาว  ใบเป็นใบเดี่ยวออกตรงข้ามกัน มีลักษณะรี ๆ คล้ายปีกแมลง ยาว 1-4 ซ.ม. ปลายใบแหลมสั้น ฐานใบโค้งเข้าไม่เท่ากัน ขอบใบมีรอยหยักเล็ก ๆ คล้ายฟันเลื่อย กลางใบมักมีจุดสีม่วงแดง เห็นเส้นกลางใบและเส้นใบชัด ๆ ออกใกล้โคนใบอีก 3-4 เส้น ท้องใบมีขนสีน้ำตาลเหลือง ดอกออกจากซอกใบเป็นช่อ ช่อหนึ่งมีดอกย่อยออกเป็นกระจุกแน่นเป็นกลุ่มกลม ๆ 2-3 กลุ่ม มีสีเขียวปนม่วงแดง กลุ่มหนึ่งมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 ซ.ม. ดอกย่อยไม่มีก้านดอกหรือมีก็สั้นมากเกสรตัวผู้มีหลายอันอยู่บนฐานดอก รังไข่มี 1 อัน ลักษณะทรงกลมออกสามเหลี่ยม มีก้านยื่นออกมาจากกลางดอก ที่ปลายมียอดเกสรตัวเมียเป็นเส้นสีแดงสั้น ๆ 3 เส้น ผลมีลักษณะกลมแกมรูปสามเหลี่ยมหรือแบบแคปซูล มี 3 พู ยาวประมาณ 1.5 มิลลิเมตร มีขนสั้นนุ่ม และมีรอยแยก 3 รอย และเมื่อผลแห้งแล้วจะแตก มี 1 เมล็ดในแต่ละซีก เมล็ดมีขนาดเล็กผิวเรียบสีน้ำตาลแก่หรือสีแดง ลักษณะเป็นรูปรีและเป็นเหลี่ยมเล็กน้อย มีความยาวประมาณ 0.7 มิลลิเมตร
           

การขยายพันธุ์น้ำนมราชสีห์

น้ำนมราชสีห์สามารถขยายพันธุ์ได้โดยการใช้เมล็ดและการใช้กิ่งปักชำ แต่ในปัจจุบันน้ำนมราชสีห์ถูกจัดให้เป็นวัชพืชชนิดหนึ่ง จึงไม่ค่อยมีกรนำไปเพาะปลูก ส่วนมากที่พบตามภาคต่างๆในประเทศไทยจะเป็นการขยายพันธุ์โดยการใช้เมล็ดตามธรรมชาติมากกว่า


องค์ประกอบทางเคมี

องค์ประกอบทางเคมีที่สำคัญของต้นน้ำนมราชสีห์ ได้แก่สารเคมีกลุ่ม ฟลาโวนอยด์ (flavonoids) โพลีฟีนอล (polyphenols) แทนนิน (tannins) ไตรเทอร์ปีน (friterpenes) ไฟโตสเตอรอล (phytosterols) และแอลเคน (alkanes) ส่วนสาระสำคัญที่พบในต้นน้ำนมราชสีห์ที่มีประโยชน์ในการบำบัดรักษาโรค ได้แก่ β-amyrin  euphosterol β-sitosterol และ tannic acid

ที่มา : Wikipedia

รูปแบบ/ขนาดวิธีใช้

  • แก้บิดมูกเลือด ใช้ทั้งต้นแห้ง 15-25 กรัม บิดถ่ายเป็นเลือดให้ผสมน้ำตาลทราย หากบิดถ่ายเป็นมูกให้ผสมน้ำตาลทรายแดง ใช้น้ำต้มสุกตุ๋นเอาน้ำกิน
  • แก้เบาขัด หนองใน ปัสสาวะเป็นเลือด ใช้ต้นสด 20-60 กรัม ผสมน้ำต้มกินวันละ 2 ครั้ง
  • แก้ฝีในปอด ใช้ต้นสด 1 กำมือ ตำคั้นเอาน้ำครึ่งแก้ว ผสมน้ำดื่ม
  • แก้ฝีที่เต้านม ใช้ต้นสด 60 กรัม ร่วมกับเต้าหู้ 120 กรัม ต้มกิน และใช้ต้นสด 1 กำมือ ผสมเกลือเล็กน้อยตำผสมน้ำร้อนเล็กน้อยพอกบริเวณที่เป็น
  • แก้เด็กเป็นตานขโมย (ผอม พุงโร ก้นปอด) ใช้ต้นสด 30 กรัม กับตับหมู 120 กรัม ตุ๋นกิน
  • ใช้ขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะแดงหรือขุ่นข้น ใช้ต้นแห้วชงกับน้ำร้อนดื่ม
  • ใช้เพิ่มน้ำนมและฟองน้ำนมให้สะอาด ระงับอาการชัก แก้ไอ  แก้หืด โดยใช้ต้นสด ต้มกับน้ำดื่ม
  • แก้เด็กศีรษะมีแผลเปื่อยเน่า มีน้ำเหลือง ใช้ต้นสด 1 กำมือ ต้มเอาน้ำชะล้างแผล
  • แก้ขาเน่าเปื่อย ใช้ต้นสด  100  กรัม แช่ในแอลกอฮอล์  75  เปอร์เซ็นต์ ครึ่งลิตร  3-5  วัน เอาไว้ทาบริเวณที่เป็นบ่อย ๆ
  • แก้บาดแผลมีเลือดออก ใช้ใบสดขยี้หรือตำพอกแผล ห้ามเลือด
  • ยางใช้กัดหูด ตาปลา ใช้ยางขาวทาที่เป็นบ่อย ๆ

นอกจากนี้ตามตำราแพทย์แผนจีน ระบุขนาดทางใช้ไว้ดังนี้

  • แก้ฝีมีหนองลึก ๆ ใช้ใบสด 1 กำมือ ผสมเกลือ และน้ำตาลแดงอย่างละเล็กน้อยตำพอก
  • แก้ลำไส้อักเสบอย่างเฉียบพลัน บิดจากแบคทีเรีย ใช้ทั้งต้นวันละ 30-160 กรัม ต้มน้ำแบ่งให้กินเป็น 3 ครั้ง หรือทำเป็นยาเม็ดกินครั้งละ 5 เม็ด วันละ 3-4 ครั้ง


การศึกษาทางเภสัชวิทยา

มีรายงานเกี่ยวกับฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาต่างๆ เช่น ฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกัน  ลดความดันโลหิต ขยายหลอดเลือด ลดน้ำตาลในเลือด ยับยั้งการเกาะกลุ่มของเกร็ดเลือด ลดการอักเสบ ลดไข้ แก้ปวด ยับยั้งเนื้องอก ต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านวัณโรคต้านเชื้อรา ต้านยีสต์ ต้านไวรัส ต้านเชื้อบิด ยับยั้งอะฟลาทอกซิน ยับยั้งมะเร็งกล่องเสีย ต้านไวรัสเอดส์ รวมถึงเพิ่มการผลิตน้ำนม

และจากผลการศึกษาทางเภสัชวิทยาของน้ำนมราชสีห์ในหลายๆแหล่งทั้งในและต่างประเทศ  จากผลการศึกษาของ EI-Mahmood พบว่าสารสกัดน้ำเมทานอลและเฮกเซนจากพืชทั้งต้น (whole plant) ของน้ำนมราชสีห์ มีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียแกรมลบที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อในช่องท้อง ได้แก่  Escherichia coil, Klebsiella pneumonia, Shigella dysenteriae, Salmonella typhi และ Proteus mirabillis


การศึกษาทางพิษวิทยา 

มีการทดสอบพิษเฉียบพลันของน้ำนมราชสีห์  โดยการกรอกสารสกัดทางปาก  และการฉีดใต้ผิวหนังแก่หนูถีบจักร โดยใช้สารสกัด(ทั้งต้น) ในขนาด 0.3 กรัม ผลปรากฏว่า ขนาดที่ไม่แสดงอาการเป็นพิษในหนูถีบจักร  โดยการกรอกทางปาก คือ 10 กรัม (1 กิโลกรัม) เช่นกัน


ข้อแนะนำ/ข้อควรระวัง

  1. มีการศึกษาวิจัยทางพิษวิทยาบางฉบับระบุว่า มีการพบสารพิษไฮโดรเจนไซยาไนด์ ในสารสกัดจากต้นน้ำนมราชสีห์ ดังนั้นก่อนนำไปใช้ประโยชน์ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อน
  2. ต้นน้ำนมราชสีห์มีสารบางตัวที่ทำให้ถ่ายท้องได้ดังนั้น จึงควรใช้ด้วยความระมัดระวัง
  3. ในการใช้ส่วนต่างๆ ของต้นน้ำนมราชสีห์ควรใช้ในปริมาณที่พอดี ตามที่ระบุไว้ในตำรับตำราต่างๆ ไม่ควรใช้ในปริมาณที่มากจนเกินไป หรือใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน เพราะอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ สำหรับสตรีมีครรภ์และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง รวมถึงผู้ที่รับประทานยาต่อเนื่อง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้เสมอ

 

เอกสารอ้างอิง

  1. ภก.ชัยโย ชัยชาญทิพยุทธ.น้ำนมราชสีห์และน้ำนมราชสีห์เล็ก.คอลัมน์อื่นๆ.นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที 14.มิถุนายน 2523
  2. ฤทธิ์รงค์ ทองออน,เกษศิรินทร์ ภูมลี,พรรณรัตน์  อานิษฐาภิชาติ,ศิริมา สุวรรณกูฎ จันต๊ะมา.ฤทธิ์ต้านแบคทีเรียของสารสกัดสมุนไพรจากน้ำนมราชสีห์และน้ำนมราชสีห์เล็ก.วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ปีที่ 15.ฉบับที่ 2.พฤษภาคม – สิงหาคม 2556.หน้า 41-47
  3. นันทวัน บุณยะประภัศร และอรนุช โชคชัยเจริญพร.2541.สมุนไพรพื้นบ้าน(2)กรุงเทพมหานคร.บริษัทประชาชนจำกัด.
  4. ส่วนพฤกษศาสตร์ป่าไม้.ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย เต็ม สมิตตินันทน์ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2544.ส่วนพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิชาการป่าไม้ กรมป่าไม้ พิมพ์ครั้งที่ 2 (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม).พิมพ์ที่ บริษัทประชาชน จำกัด. 2544.
  5. นิจศิริ เรื่องรังสี และธวัชชัย มังคละคุปต์.2547.สมุนไพรไทย เล่ม1.กรุงเทพมหานคร.สำนักพิมพ์ บี เฮลท์ตี้.
  6. ภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์.สยามไภษัชพฤกษ์ ภูมิปัญญาของชาติ,ภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.พิมพ์ที่ บริษัทอมรินทร์พริ้งติ้งแอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน).2538.
  7. มงคล โมกขะสมิต,กมล สวัสดีมงคล,ประยุทธ์ สาตราวาหะ.การศึกษาพิษของสมุนไพรไทย.วารสารกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ปีที่ 13.ฉบับที่ 1 . มกราคม-มีนาคม 2514.หน้า 32
  8. น้ำนมราชสีห์.กลุ่มยารักษาหูด.สรรพคุณสมุนไพร 200 ชนิด.โครงการอนุรักษ์พันธุ์กรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีฯ(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.rspg.or.th/plant_data/herbs/herbs_24_2.htm.
  9. Patil,S.B.;Naikwade, N.S.; Magdum, C.S. 2009. “Reviewon phytochemistry and pharmacological aspects of Euphorbia hirta Linn.” Journal of Pharmaceutical Reseach and Health Care. 1(1).113-133.