ผักแขยง ประโยชน์ดีๆ สรรพคุณเด่นๆ และข้อมูลงานวิจัย

ผักแขยง งานวิจัยและสรรพคุณ 16ข้อ

ชื่อสมุนไพร  ผักแขยง
ชื่ออื่นๆ/ชื่อท้องถิ่น  ผักกะแยง , ผักคะแยง ,ผักอีออม(ภาคอีสาน) , ผักพา (ภาคเหนือ) , ผักลืมผัว (ภาคกลาง) , สุ่ยฝูโหยว , จุ้ยหุ่ยยัง (จีน)
ชื่อวิทยาศาสตร์   Limnophila aromatica (Lam.) Merr.
วงศ์  Scrophulariaceae

 

ถิ่นกำเนิดผักแขยง

ผักแขยงเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชียซึ่งคลอบคลุมในหลายๆประเทศ เช่น อินเดีย ศรีลังกา จีนตอนใต้ พบว่า ไทย ลาว กัมพูชา แล้วมีการแพร่กระจายพันธุ์ไปยัง ญี่ปุ่น ไต้หวัน รวมถึงตอนเหนือของออสเตรเลีย  สำหรับในประเทศไทยพบได้ทั่วทุกภาคของประเทศแล้วจะพบได้มากทางภาคอีสานและภาคเหนือ โดยจะพบตามบริเวณที่ชื้นแฉะ ริมคันนา ริมหนองน้ำและยังถูกจัดให้เป็นวัชพืชในนาข้าวอีกด้วย

ประโยชน์และสรรพคุณผักแขยง

  1. ช่วยระบายท้อง
  2. แก้ไข้
  3. แก้ไอ
  4. แก้ปวดประจำเดือน
  5. ช่วยขับลม
  6. ช่วยเจริญอาหาร
  7. ประสะน้ำนม
  8. แก้ท้องเสีย
  9. แก้อาหารเป็นพิษ
  10. ช่วยในการฆ่าเชื้อโรค
  11. เป็นยาระบายอ่อนๆ
  12. แก้อักเสบ
  13. แก้คันตามผิวหนัง
  14. แก้กลาก
  15. แก้ฝี
  16. แก้พิษงู

ลักษณะทั่วไปผักแขยง 

ผักแขยงจัดเป็นพืชล้มลุกเนื้ออ่อนมีอายุปีเดียว ลำต้นมีลักษณะอวบทรงกลม ตั้งตรงผิวลำต้นมีสีเขียวอ่อน และมีขนปกคลุม ด้านในลำต้นกลวงเป็นรูอากาศ เห็นได้ชัดโดยลำต้นมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.2-0.35 เซนติเมตร สูงประมาณ 20-35 เซนติเมตร ลำต้นมีกลิ่นฉุนแรง และให้รสเผ็ด ใบเป็นใบเดี่ยว ขนาดเล็ก ออกเป็นคู่ตรงข้ามตามข้อปล้องของลำต้น หรืออาจมี 3 ใบก็ได้ รูปทรงของใบเป็นแบบใบรีรูปของขนานมีสีเขียวมีขนขึ้นปกคลุมเล็กน้อย ใบยาว 1.5-5 ซม.กว้าง 1-2 ซม. ฐานใบหุ้มลำต้น ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย ไม่มีก้านใบ ด้านบนของใบมีตุ่มเล็กๆ ที่เป็นต่อมน้ำมันอยู่มาก ดอกออกเป็นดอกเดี่ยวหรืออาจจะแทงเป็นช่อ บริเวณซอกใบ โดยในแต่ละดอกจะมีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ เป็นสีเขียวมีขน ลักษณะดอกเป็นรูปกรวยกลีบดอกสีแดงสีชมพูอ่อน หรือสีม่วงยาว 0.3 เซนติเมตร และแยกออกเป็น 5 กลีบ ก้านดอกยาวประมาณ 0.5-1 เซนติเมตร มีขนมากและมีก้านเกสรตัวผู้สีขาว 4 อัน ผลมีลักษณะรียาว ปลายผลเรียวแหลม ยาวประมาณ 2 มิลลิเมตร ผลอ่อนมีสีเขียว ส่วนผลแก่มีสีน้ำตาล เมื่อแก่เต็มที่ ผลจะปริแตกออกเป็น 4 แฉก ต้านในมีเมล็ดรูปทรงกลมสีน้ำตาลอมดำขนาดเล็กจำนวนมาก

ผักแขยง

การขยายพันธุ์ผักแขยง 

ผักแขยงสามารถขยายพันธุ์โดยการใช้เมล็ดและการปักชำลำต้นนั้น จะเป็นการนำมาปักขำเฉพาะการปลูกในกระถางเพื่อใช้สำหรับในครัวเรือนตามชนบทเท่านั้น สำหรับการขยายพันธุ์หลักๆ ของผักแขยงนั้น ส่วนมากแล้วจะเป็นการขยายพันธุ์โดยเมล็ดในธรรมชาติมากกว่าการนำมาเพาะปลูกโดยมนุษย์เพราะผักแขยงก็เป็นพืชชนิดหนึ่งที่ถูกจัดให้เป็นวัชพืชในนาข้าว และมักจะถูกกำจัดออกจากแปลงนาทั่วๆไป

องค์ประกอบทางเคมี

มีการศึกษาถึงองค์ประกอบทางเคมีจากส่วนต่างๆของผักแขยงพบว่ามีสารสำคัญๆ อยู่หลายชนิดเช่น Stigmasterol, β-sitosterol, Isothymusin ,Nevadensin , Salvigenin , Chlorogenic acid,  Caffeic acid  และในส่วนของ ต้นและใบของผักแขยงยังมีน้ำมันหอมระเหยอยู่ประมาณ 0.13% ประกอบไปด้วยสาร d-limonene และ d-perillaldehyde

            นอกจากนี้ในส่วนที่กินได้ของผักแขยงยังมีคุณค่าทางโภชนาการดังนี้

คุณค่าทางโภชนาการของส่วนที่กินได้ของผักแขยง (100 กรัม)

–          พลังงาน :                                  32                    กิโลแคลอรี

–          เส้นใย :                                     1.5                   กรัม

–          แคลเซียม :                                55                    มิลลิกรัม

–          ฟอสฟอรัส :                               62                    มิลลิกรัม

–          เหล็ก :                                       5.2                   มิลลิกรัม

–          วิตามิน A :                                5,862               หน่วยสากล

–          วิตามิน B1 :                               0.02                 มิลลิกรัม

–          วิตามิน B2 :                               0.87                 มิลลิกรัม

–          วิตามิน B3 :                               0.6                   มิลลิกรัม

–          วิตามิน C :                                 5                      มิลลิกรัม

                       

โครงสร้างผักแขยง

ที่มา : Wikipedia

 

รูปแบบและขนาดวิธีใช้

ใช้แก้ไข้ แก้ไอ ขับลม ช่วยเจริญอาหาร ขับน้ำนม ระบายท้อง โดยใช้ต้นสด ประมาณ 15-30 กรัม นำมาต้มกับน้ำดื่ม ใช้แก้พิษเบื่อเมาโดยใช้ต้นแห้งที่เก็บเอาไว้ประมาณ 1 ปี มาต้มกับน้ำดื่ม ใช้แก้ฝี กลากและอาการคันตามผิวหนังโดยใช้ต้นสดตำพอกหรือคั้นเอาน้ำทาหรือจะต้มน้ำชะล้าง บริเวณที่เป็นก็ได้ ใช้ลดอาการบวมซ้ำ โดยนำลำต้นมาขยำแล้วใช้ประคบ ใช้แก้อาการวิงเวียนศีรษะโดยใช้ลำต้น และใบสด นำมาขยำดม

การศึกษาทางเภสัชวิทยา

มีผลการศึกษาวิจัยทางเภสัชวิทยาของผักแขยงรวมถึงน้ำมันหอมระเหยของผักแขยงพบว่ามีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาต่างๆ ดังนี้ ฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวและเซลล์มะเร็งเต้านม ฤทธิ์ต้านอนูมูลอิสระ ฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัส และแบคทีเรีย ฤทธิ์ระงับประสาท ฤทธิ์ลดการอักเสบ ฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาท และฤทธิ์ขยายหลอดเลือด เป็นต้น

การศึกษาทางพิษวิทยา

ไม่มีข้อมูล

ข้อแนะนำและข้อควรระวัง

  1. สตรีมีครรภ์ห้ามรับประทานผักแขยงเพราะอาจทำให้เกิดอาการผิดสำแดงได้ ส่วนสตรีหลังคลอดควรระมัดระวังในการรับประทานผักแขยงเพราะอาจเกิดการแพ้ได้เช่นกัน
  2. ผักแขยงมีสารแคลเซียมออซาเลตสูง ดังนั้นจึงควรระมัดระวังในการรับประทานผักแขยง เพราะหากรับประทานมากเกินไปหรือรับประทานเป็นประจำอาจทำให้เกิดนิ่วในอวัยวะต่างๆได้

 

เอกสารอ้างอิง

  1. ไทยโพสต์.  “หอมผักแขยง ผักกลางนารสร้อนแรง ต้านมะเร็ง”.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : www.thaipost.net.  [20 ส.ค. 2014].
  2. สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณะสุข.2542 ผักพื้นบ้านภาคอีสาน302 หน้า
  3. ดร.ประไพภัทร คลังทรัยพ์.ผักแขยง...กลิ่นแรงแต่ดีและมีประโยชน์.คอลัมน์ บทความพิเศษ.นิตยสารหมอชาวบ้านปีที่34.เล่มที่4.6.กุมภาพันธ์2556.หน้า20-23
  4. สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข129
  5. กองโภชนาการ กรมอนามัย 2530.ตารางแสดงคุณค่าอาหารไทยในส่วนที่กินได้100กรัม48หน้า.
  6. ผักแขยง/ผักกะออมประโยชน์และสรรพคุณผักแขยง.พืชเกษตรดอทคอม เว็บเพื่อพืชเกษตรไทย (ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.puechkaset.com
  7. สุกัญญา แซ่ลี้.สุมาลี บุญศรี. จินตนา ชัยสุโรจน์.อรุณ จันทร์คำ 2555.Proceeding of NESTC pp 72-79.