กระบือเจ็ดตัว ประโยชน์ดีๆ สรรพคุณเด่นๆและข้อมูลงานวิจัย

กระบือเจ็ดตัว

ชื่อสมุนไพร กระบือเจ็ดตัว
ชื่ออื่นๆ/ชื่อท้องถิ่น  บัวลา , บัว , กระทู้ (ภาคเหนือ) , ลิ้นกระบือขาว , ลิ้นควาย , ตาตุ่มนม (ภาคกลาง) , ใบท้องแดง (จันทบุรี) , กระเบือ (ราชบุรี)
ชื่อวิทยาศาสตร์  Excoecaria cochinchinensis Lour. Var.cochinchinensis.
ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์  Excoecaria cochinchinensis Lour,Antidesma bicolor Hassk., Excoecaria bicolor (Hassk.) Zoll. ex Hassk., E. orientalis Pax & K.Hoffm. , Sapium cochinchinense (Lour.) Kuntze
ชื่อสามัญ  Chinese croton , Jungle fireplant , Blindness tree , Picara , Buta buta
วงศ์  Euphorbiaceae

 


ถิ่นกำเนิดกระบือเจ็ดตัว

กระบือเจ็ดตัวเป็นพรรณพืชที่มีถิ่นกำเนิดบริเวณ เขตร้อนของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น มาเลเซีย ไทย กัมพูชา ลาว เวียดนาม และจีนตอนใต้ แล้วต่อมาจึงมีการแพร่กระจายพันธุ์ไปยังเขตร้อนต่างๆ ในทวีปเอเชียและแอฟริกา สำหรับในประเทศไทย สามารถพบกระบือเจ็ดตัวได้ทั่วทุกภาคของประเทศแต่จะพบได้มาก ในภาคกลางและภาคเหนือมากกว่าภาคอื่นๆ

ประโยชน์/สรรพคุณกระบือเจ็ดตัว

มีการนำกระบือเจ็ดตัวมาใช้ประโยชน์ต่างๆ เช่น ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับตามบ้านเรือนและอาคารสถานที่ทั่วๆไป เพราะมีสีของใบ(ด้านหน้าและท้องใบ) ตัดกันสวยงามและยังมีการนำใบของกระบือเจ็ดตัวมาผสมกับใบกระเพราะแดงและหญ้าตีนกาทำลูกประคบอีกด้วย สำหรับสรรพคุณทางยาของกระบือเจ็ดตัวดังนั้นตามตำรายาไทยระบุถึงสรรพคุณไว้ว่า ใบมีรสร้อนเฝื่อนขื่น ใช้ขับเลือดเน่าเสีย ขับเลือดพิษขับ แก้สัดนิบาดเลือด ทำให้เลือดกระจาย น้ำคาวปลาให้สะอาด แก้สันนิบาดหน้าเพลิง (บาดทะยักในปากมดลูก) แก้อักเสบบริเวณปากมดลูก ใช้ดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ แก้กษัย แก้บวมฟกช้ำ ดำเขียว แก้พิษบาดทะยัก แก้ประจำเดือนขัดข้อง เนื้อไม้และกระพี้ ใช้ถอนพิษไข้ แก้พิษสำแดง แก้ร้อนภายใน

       นอกจากนี้ในต่างประเทศก็ยังมีการใช้กระบือเจ็ดตัวเป็นสมุนไพร เช่นกัน เช่นในฮ่องกงใช้กระบือเจ็ดตัวแก้คางทูม แก้ต่อนทอมซิลอักเสบ แก้อาการออกหัด แก้ปวดตึงกล้ามเนื้อต่างๆ เป็นต้น

ลักษณะทั่วไปกระบือเจ็ดตัว

            กระบือเจ็ดตัวจัดเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ดที่มีการแตกกิ่งก้านสาขามากและมีความสูงตั้งแต่ 0.5-2 เมตร โดยตามกิ่งจะมีรูอากาศและมีน้ำยางสีขาวเหมือนน้ำนมอยู่ตามกิ่งก้าน ใบเป็นเดี่ยว ออกเรียงสลับรอบกิ่งหรืออาจจะออกตรงข้าม ลักษณะใบเป็นรูปไข่กลับ หรือรูปใบหอก กว้าง 2-5 เซนติเมตร ยาว 5-13 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบสอบขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อยตื้น หลังใบเรียบเป็นมันมีสีเขียวเข้ม ส่วนท้องใบเรียบเป็นสีม่วงแดง (เป็นที่มาของชื่อต้นใบท้องแดงที่ชาวจันทบุรีใช้เรียก) ดอกเป็นแบบช่อกระจะเป็นแบบแยกเพศที่อยู่บนต้นเดียวกัน โดยจะออกตามงามใบปลายยอดและปลายกิ่ง ซึ่งดอกจะมีขนาดเล็กสีเหลืองอมเขียว ผลมีลักษณะค่อนข้างกลม ฐานตัด ปลายผลเว้าเข้าแต่มีขนาดเล็ก ประมาณ7-8 มิลลิเมตร โดยผลจะมีพู 3 พู และเป็นผลแห้ง เมื่อแก่จะแตกออกได้เป็น 3 ส่วน เมล็ดเกือบกลมขนาดเล็กมีศูนย์กลางประมาณ 2-3 มิลลิเมตร

การขยายพันธุ์กระบือเจ็ดตัว

กระบือเจ็ดตัวสามารถขยายพันธุ์ได้โดย การเพาะเมล็ด การตอนกิ่งและการปักชำกิ่ง ส่วนวิธีการขยายพันธุ์นั้น ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกันกับการเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง หรือปักชำไม้พุ่มชนิดอื่นๆ ตามที่ได้กล่าวมาแล้วในบทความก่อนหน้านี้ ทั้งนี้กระบือเจ็ดตัวเป็นพืชที่ชอบดินร่วนที่มีการระบายน้ำได้ดี ขอบความชื้นในระดับปานกลาง ชอบแสงแดดพอประมาณ และเป็นพืชที่เจริญเติบโตง่าย การดูแลไม่ยุ่งยากและสามารถเพาะปลูกได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย

องค์ประกอบทางเคมี

จากการศึกษาวิจัยองค์ประกอบทางเคมี จากส่วนต่างๆ ของกระบือเจ็ดตัวพบว่าในใบพบสาร methyl 10-epipheophorbide-a,  beta-sitosterol, beta-sitosteryl-3-O-D-glucopyranoside, gallic acid, chiro-inositol,  KCI, kaempferol, ellagic acid และในยาง พบสาร daphnane triterpene ใน ลำต้นและราก พบสาร shikimic acid , beta-sitosterol , palmic acid , I-cyclohexene-1-cyclohexexe-1-carboxylic acid-5-hydroxy-3,4-isoprpylidene-dioxy, oxy-bis(5-methylene-2-furaldehyde),tetracosanoic acid,hentriacontane.


ที่มา : Wikipedia

 

รูปแบบ/ขนาดวิธีใช้

ใช้แก้ไข้ แก้กษัย แก้ร้อนในกระหายน้ำ โดยใช้ใบแห้งนำมาชงกับน้ำร้อนดื่ม ใช้แก้อักเสบบริเวณปากมดลูก แก้สันนิบาตหน้าเพลิง ใช้ขับเลือดร้าย แก้สันนิบาตเลือด ขับน้ำคาวปลา ขับเลือดพิษ แก้ประจำเดือนผิดปกติ ช่วยทำให้เลือกกระจายโดยใช้ใบสดพอประมาณมาตำหรือคั้นกับเหล้าโรงแล้วนำน้ำที่ได้รับประทาน ใช้แก้ปวดบวมฟกช้ำดำเขียว โดยใช้ใบสดตำให้แหลกพอกบริเวณที่เป็น ใช้ถอนพิษสำแดง แก้พิษสำแดง ดับพิษร้อนถอนพิษไข้ กระพี้หรือเนื้อไม้มาต้มกับน้ำดื่ม

การศึกษาทางเภสัชวิทยา

            ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย  มีผลการศึกษาวิจัยโดยการใช้สารสกัดจากใบด้วยเอทานอล 95% พบว่ามีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ S. aureus , Pseudomonas aeruginosa และ β-hemolytic streptococcus group A

            นอกจากนี้ยังมีรายงานการศึกษาวิจัยอื่นๆอีก เคยพบว่าส่วนต่างๆของกระบือเจ็ดตัว มีฤทธิ์ทางเภสัชดังนี้  ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง ฤทธิ์ทำให้การบีบตัวของกล้ามเนื้ออ่อนลง ฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อเรียบ ฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อมดลูกบีบตัว มีฤทธิ์ระคายเคือง เป็นต้น

การศึกษาทางพิษวิทยา

แม้จะยังไม่มีข้อมูลความเป็นพิษของกระบือเจ็ดตัวแต่มีการศึกษาวิจัยระบุว่าในยางของกระบือเจ็ดตัวมีสารออกฤทธิ์ที่ทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่อผิวหนังที่ไปสัมผัสโดยยางดังกล่าว

ข้อแนะนำ/ข้อควรระวัง

  1. มีข้อมูลจากการใช้ของหมอยาพื้นบ้านระบุว่าคนที่มีร่างกายแข็งแรงเป็นปกติ หรือคนที่ไม่ได้เจ็บป่วยอะไร ไม่ควรใช้กระบือเจ็ดตัว เพราะอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ และการใช้กระบือเจ็ดตัวต้องใช้โดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
  2. การใช้กระบือเจ็ดตัวเป็นยาสมุนไพรควรระมัดระวังในการใช้ไม่ควรใช้ในปริมาณที่มากเกินไปหรือใช้ติดต่อกันนานเกินไป ส่วนเด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้ป่วยเรื้อรังรวมถึงผู้ที่ต้องรับประทานยาต่อเนื่องก่อนจะใช้กระบือเจ็ดตัวเป็นสมุนไพรควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้เสมอ

 

เอกสารอ้างอิง

  1. ราชันย์ ภู่มา และ สมราน สุดดี.(บรรณาธิการ).(2557).ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทยเต็ม สมิตินันท์ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2557.กรุงเทพฯ:สำนักงานหาพรรณไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืชกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
  2. แสงชัย นทีวรนารถ.กระบือเจ็ดตัว.วารสารนิติเวชศาสตร์ปีที่10.ฉบับที่2.กรกฎาคม-ธันวาคม2561.หน้า91-94
  3. วิทย์  เที่ยงบูรณธรรม.”ใบท้องแดง”.หนังสือพจนานุกรมสมุนไพรไทย,ฉบับพิมพ์ครั้งที่5.กรุงเทพ;รวมสาส์น 2542.หน้า442.
  4. อารีรัตน์ ลออปักษา.สุรัตนา อำนวยผลและวิเชียร จงบุญประเสริญ.การศึกษาสมุนไพรที่มีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียที่ทำให้เกิดการติดเชื้อของระบบหายใจ (ตอนที่1):ไทยเภสัชสาร.กรุงเทพ,2531:23-31
  5. นิจศิริ เรืองรังสี,ธวัชชัย มังคละคุปต์ หนังสือสมุนไพรไทย เล่ม “กระบือเจ็ดตัว (Kra Bue Chat Tua)” กรุงเทพ; บี เฮลทตี้ 2547 หน้า 32.
  6. ช่อลัดดา โชคสมบูรณ์กุล.องค์ประกอบทางเคมีของใบลิ้นกระบือ Excoecaria cochinchinchineisis Lour. Var. Viridis Merr. วิทยานิพนธิวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (เคมี).จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,2539.
  7. คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.หนังสือสมุนไพรสวยสิรีรุกขชาติ.”กระบือเจ็ดตัว”.พิมพ์ครั้งที่2 กรุงเทพ;คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.2539หน้า111.
  8. ธิดาสวรรค์ อิทธิวิทยาวาทย์.การศึกษาฤทธิ์ต้านเชื้อ Staphylococcus aureus และ Propionibacterium acnes ของสารสกัดจากสมุนไพร.รายงานกระบวนวิชาปัญหาพิเศษทางเทคโนโลยีเภสัชกรรม.เชียงใหม่.คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 2545
  9. กระบือเจ็ดตัว.ฐานข้อมูลสมุนไพร.คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จากhttp://www.phargrden.com/main.php?action=viewpage&pid=189
  10. Wiriyachitra, P.,Hajiwangoh, H.,Boonton, P., et al. Investigation of Medicinal Plants of Euphorbiaceae and Thymeleaceae Occuring and Used in Thailand; II. Cryptic Irritants of the Diterpine Ester Type from Three Excoecaria species. Planta Medica.1985:368-371